วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 9

ทัณฑ์อัสนีสวรรค์

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"หากสวรรค์ต้องการดับสูญวิถีกระบี่ของข้า... ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ ผ่าฟ้าผ่าดินให้สิ้นซาก!" เสียงคำรามของเฟยหลงดังกึกก้องสะท้านปฐพี เมฆดำทมิฬหนาทึบบนท้องนภาหมุนวนเป็นมหาพายุหมุนขนาดมหึมา ใจกลางเมฆปรากฏอัสนีสีทองอร่ามและสายฟ้าโลหิตฟาดฟันกันอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันจากอาณาจักรฟ้าดินแผ่ซ่านลงมาจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ร่างกายของเฟยหลงในยามนี้อาบชุ่มไปด้วยโลหิตจากการทะลวงชีพจรและจุดตันเถียน แต่ทว่าแววตาของเขากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ไร้พ่าย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว "ยึดมั่นในสัจธรรมแห่งตน... เฟยหลง ท่านทำได้" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะพันปีดังขึ้น ไป๋ลี่เซียนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปสามสิบจั้ง นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน ในมือถือกระบี่น้ำแข็ง 'เหมันต์นิรันดร์' ที่แผ่ไอเย็นจัดจนเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวเป็นรูปดอกบัวหิมะรอบกาย นางไม่ได้หันกลับมามองเขา แต่ออร่ากระบี่ปราณน้ำแข็งระดับเซียนแท้จริงได้แผ่ขยายออกไปเป็นม่านพลังโปร่งใส คุ้มกันเขตแดนรอบด้านเพื่อสกัดกั้นแรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์ไม่ให้รบกวนสมาธิขั้นวิกฤตของชายหนุ่ม เบื้องล่างหุบเขาแห่งนี้ ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด บรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจากความร้อนระอุของสายฟ้าและไอเย็นยะเยือกของกระบี่น้ำแข็ง ท่ามกลางความมืดมิดของพายุอัสนี เฟยหลงนั่งขัดสมาธิโคจรเคล็ดวิชา 'กระบี่หวนคืนสัจธรรม' ลมปราณเก้าสวรรค์ภายในร่างไหลเวียนย้อนกลับจากจุดตันเถียนพุ่งทะยานขึ้นสู่สมองก่อนจะไหลรวมสู่กระดูกสันหลัง เสียงคำรามต่ำราวกับมังกรคำรามดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเขา ทุกย่างก้าวของการโคจรพลังคือความเจ็บปวดเจียนตาย ราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มกำลังกรีดแทงเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ เปรี้ยง! อัสนีสวรรค์สายแรกฟาดลงมาตรงกลางศีรษะของเฟยหลงอย่างไร้ความปรานี พลังทำ1ลายล้างแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนพื้นดินยุบตัวลงไปหลายฉื่อ ร่างของเฟยหลงสะท้านเฮือก โลหิตสีแดงฉานพุ่งทะลักออกจากปากและจมูก แต่เขากลับไม่ส่งเสียงร้องคร่ำครวญแม้แต่น้อย สองมือประสานเป็นมุทรากระบี่ พลังปราณกระบี่พวยพุ่งออกจากร่างต้านทานสายฟ้าสีทองเอาไว้ด้วยความดุดัน "ยังอ่อนหัดนัก!" เฟยหลงกัดฟันกรอด ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความทะนงตน "ทัณฑ์สวรรค์มีแค่นี้หรือ? หากฟ้าดินไร้ความเมตตา ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือฝืนลิขิตฟ้าเอง!" ไป๋ลี่เซียนที่ยืนคุ้มกันอยู่สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังสะท้อนอันรุนแรง ดวงตางามลึกล้ำดั่งห้วงน้ำแข็งไหววูบชั่วขณะ นางย่อมรู้ดีว่าการทะลวงสู่ขอบเขต 'หลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์' นั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องสังเวยชีวิตให้กับทัณฑ์อัสนีนี้ แต่นางเชื่อมั่นในตัวเขา เชื่อมั่นในบุรุษผู้กุมวิถีกระบี่ที่ยอมหักแต่ไม่ยอมงอผู้นี้ นางสูดลมหายใจเข้าลึก กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริก ปลดปล่อย 'เขตแดนเหมันต์ไร้ลักษณ์' พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อหักล้างอานุภาพบางส่วนของสายฟ้าที่กำลังจะผ่าลงมาเป็นระลอกที่สอง "ลี่เซียน... ถอยไป ข้าจัดการเอง" เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น "ข้าบอกท่านแล้ว... ทางที่ท่านเดิน ข้าจะเคียงข้างจนถึงที่สุด" ไป๋ลี่เซียนเอמהตอบเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่นดั่งขุนเขา นางตวัดกระบี่น้ำแข็งออกไปหนึ่งครา เกิดเป็นกำแพงน้ำแข็งเก้าชั้นซ้อนทับกันกลางอากาศ ปะทะเข้ากับอัสนีสายที่สองที่กำลังพุ่งลงมาดั่งอุกกาบาต ตูมมม! แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจนยอดเขาสั่นสะเทือน หินผานับร้อยก้อนแตกละเอียดเป็นผุยผง ไป๋ลี่เซียนกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างอรชรเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงแน่วแน่และเย็นชา ไอร้อนจากอัสนีสวรรค์และไอเย็นจากกระบี่น้ำแข็งปะทะกันจนเกิดกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งปกคลุมไปทั่วบริเวณ ในวินาทีนั้นเอง จุดตันเถียนของเฟยหลงเกิดเสียงระเบิดดัง "ก้อง" ขึ้นภายในร่าง พลังปราณมหาศาลทะลักล้นออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด กระบี่บินประจำกายสั่นสะเทือนส่งเสียงร้องคำรามดังกังวาน บาดแผลทั่วร่างสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยพลังแห่งสัจธรรมที่ถูกหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายแผ่รัศมีพลังกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า ทว่า... ท้องนภากลับเงียบสงัดลงชั่วขณะ เมฆดำทมิฬหยุดหมุนวน แต่ทว่าความมืดมิดเบื้องบนกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มจนเกือบดำสนิท สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดยักษ์กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ แต่มันกลับกักเก็บพลังทำลายล้างที่สามารถลบ ภูเขาให้หายไปได้ทั้งลูก ไป๋ลี่เซียนเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที นางอุทานเบาๆ "นั่นมัน... อัสนีม่วงทำ1ลายวิญญาณ!" เฟยหลงเงยหน้าขึ้นมองเช่นกัน แววตาของเขาไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงประกายแห่งความท้าทาย เขายกมือขึ้นเรียกกระบี่บินกลับมาอยู่ในกำมือ แรงกดดันจากกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกม่านเมฆจนเกิดเป็นช่องว่าง แต่ก่อนที่อัสนีม่วงสายสุดท้ายจะถูกฟาดลงมา ทันใดนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างในรัศมีร้อยลี้กลับสั่นไหวอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม หมอกโลหิตหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินรอบด้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากความมืดมิด ราวกับเสียงของปีศาจจากขุมนรก "ฮ่าๆๆๆ... เฟยหลง เจ้ากำลังรับทัณฑ์สวรรค์อย่างยากลำบากสินะ เช่นนั้น... ชีวิตและกระบี่ของเจ้า ข้า 'พญามารโลหิต' ขอรับไว้ล่ะนะ!" สิ้นเสียงหัวเราะ เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายพุ่งทะยานออกมาจากพื้นดิน ล้อมรอบค่ายกลที่ไป๋ลี่เซียนและเฟยหลงยืนอยู่ ในมือของเงาร่างเหล่านั้นถืออาวุธมารอาบยาพิษ พร้อมกับปราณมารที่แผ่พุ่งทะลักเข้ามาขัดขวางการทะลวงขั้นพลังในจังหวะเป็นตาย! -- ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%