วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 22

ความโลภของเจ้าสำนัก

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
เสียงหัวเราะแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียบสีกันดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในโถงรับรองแปดทิศ เมฆหมอกปราณสีทองที่แผ่พุ่งจากร่างของ "เจ้าสำนักเทียนเฉิน" หาได้มีความอบอุ่นและสูงส่งดั่งชื่อสำนักไม่ หากแต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและความเน่าเฟะที่ถูกซ่อนเร้นไว้เบื้องหลังอาภรณ์แพรไหมปักลายเมฆา "เฟยหลง... เจ้ายังเยาว์นักจึงไม่เข้าใจสัจธรรมของโลกหล้า" เจ้าสำนักเทียนเฉินกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายมองจอมยุทธ์หนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถง ร่างของเฟยหลงยังคงสงบนิ่งดั่งภูผา ทว่าอาภรณ์สีครามกลับสะบัดพลิ้วไหวตามแรงกดดันจากจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาเป็นระลอก เบื้องหลังของเฟยหลง ไป๋ลี่เซียนยืนอยู่อย่างสง่างามเยือกเย็น นางมิได้กล่าววาจาใดแม้แต่คำเดียว ร่างระหงห่อหุ้มด้วยละอองความเย็นยะเยือกที่แปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็งโปร่งแสงลอยวนรอบกาย กระบี่น้ำแข็งในฝักข้างกายสั่นระริกเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเป้ามายังบุรุษผู้ครองใจนาง ดวงตาคู่งามดั่งหยกสลักมองตรงไปเบื้องหน้าด้วยแววตาดูแคลนระคนรังเกียจต่อความหน้าซื่อใจคดของผู้นำนิกายใหญ่ "สัจธรรม?" เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานลึกบาดลึกถึงจิตวิญญาณ "สัจธรรมที่ท่านกล่าวถึง คือการทรยศต่อพันธมิตรเพื่อแลกกับเม็ดยาหลอมวิญญาณ และการเหยียบย่ำกระดูกของผู้อื่นเพื่อไต่เต้าสู่จุดสูงสุดอย่างนั้นหรือ? หากนี่คือวิถีแห่งเซียนที่ท่านยึดถือ... เกรงว่าข้า 'เฟยหลง' คงต้องขอเดินสวนทางกับท่านจนถึงที่สุด" เปรี้ยง! แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกทันทีที่สิ้นคำพูดของเฟยหลง พื้นหินอ่อนอัคนีใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองแตกร้าวเป็นรอยแยกละเอียด เจ้าสำนักเทียนเฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าอันหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว รัศมีแห่งความเมตตาที่เคยเสแสร้งแสดงต่อหน้าเหล่าสาวกมลายหายสิ้น เหลือเพียงความอำมหิตของยอดฝีมือผู้กระหายอำนาจ "สามห่าว! เจ้าคิดว่าด้วยวิถีกระบี่สามัญของเจ้า จะต่อกรกับขุม力量แห่งสำนักเทียนเฉินได้หรือ?" เจ้าสำนักเทียนเฉินสะบัดแขนเสื้อ คลื่นปราณสีทองพุ่งทะยานออกมาเป็นรูปมังกรคำราม มันคือวิชา 'มังกรทองกลืนสุริยัน' เคล็ดวิชาประจำสำนักที่ร่ำลือกันว่าสามารถแผดเผาทุกสิ่งให้กลายเป็นจุลภายในพริบตา ทว่า เฟยหลงหาได้สะท้านสะเทือนไม่ ดวงตาคมกล้าทอประกายแสงสีครามเจิดจ้า มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่พยัคฆ์ครามที่เหน็บอยู่ข้างเอว จังหวะเวลาที่นิ้วเรียวยาวสัมผัสกับโลหะเย็นเฉียบ ราวกับเวลาทั้ง universe หยุดนิ่งลงชั่วขณะ "วิถีกระบี่ของข้า..." เฟยหลงพึมพำแผ่วเบา แต่ทุกคำกลับดังสะท้อนก้องกวาดในโถงรับรอง "...มิใช่เพื่อการสยบผู้ใด แต่เพื่อการตัดขาดซึ่งความโลภและกิเลสในใจตน!" ฉากทัศน์รอบกายคล้ายถูกแช่แข็ง ไป๋ลี่เซียนขยับกายวูบหนึ่ง ร่างของนางกลายเป็นเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานขึ้นไปบนคานไม้เพื่อป้องกันการลอบโจมตีจากเหล่าผู้วิสุทธิ์ของสำนักที่แอบซ่อนอยู่ตามมุมมืด ดาบน้ำแข็งในมือของนางวาดออกเป็นวงโค้ง ปราณความเย็นระดับร้อยปีแผ่ขยายออกจนเกิดเป็นม่านน้ำแข็งหนาทึบ สกัดกั้นเหล่าผู้อาวุโสสิบกว่าคนที่พยายามจะเข้ามาสมทบ "ใครกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าว... ความตายคือจุดจบเดียวของพวกมัน" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยขึ้น นางกวาดสายตามองเหล่าผู้อาวุโสด้วยความเย่อหยิ่งทระนง จนผู้ฝึกตนระดับสูงหลายคนถึงกับชะงักงันด้วยความหวาดกลัวต่อจิตสังหารอันบริสุทธิ์แต่เด็ดเดี่ยวของนาง ณ ใจกลางโถง เฟยหลงชักกระบี่ออกจากฝักแล้ว! ชิ้งงงง—! ประกายกระบี่สีครามสว่างวาบราวกับดาราดับแสง พลังปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างไร้ร่องรอย มันมิได้มีเสียงคำรามกึกก้องดั่งอัสนีบาต ทว่ากลับมีความคมกริบที่สามารถผ่าตัดมิติได้ในดาบเดียว ปราณมังกรทองที่พุ่งเข้ามาปะทะถูกตัดขาดเป็นสองส่วนอย่างง่ายดายราวกับเต้าหู้ที่ถูกตัดด้วยมีดโกน เจ้าสำนักเทียนเฉินใบหน้าถอดสี ถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "วิชา... วิชากระบี่นี้มันอะไรกัน? เจ้า... เจ้าบรรลุถึงขั้น 'กระบี่ไร้ลักษณ์' แล้วหรือ?!" "สายไปแล้วที่จะรู้ตัว" เฟยหลงก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกก้าวที่เหยียบลงไปสร้างแรงกระแทกทางจิตวิญญาณกดทับร่างของเจ้าสำนักใหญ่จนกระอักเลือดคำโตออกมา "ความโลภบังตาจนเจ้ามองไม่เห็นสัจธรรม วันนี้ ข้าจะใช้กระบี่นี้ทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์ที่ต้องสังเวยให้กับความมักใหญ่ใฝ่สูงของเจ้า!" กระบี่ในมือของเฟยหลงยกขึ้นชี้ตรงไปที่หว่างคิ้วของเจ้าสำนักเทียนเฉิน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นหยาดเลือด ร่างของทั้งสองถูกห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังที่พร้อมจะระเบิดทำลายล้างทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้ ทว่า ท่ามกลางความเป็นความตายที่กำลังจะตัดสินในดาบเดียวนั้นเอง... โครมคราม! ท้องนภายามค่ำคืนด้านนอกจู่ๆ ก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยสายฟ้าสีโลหิตสายหนึ่งที่ฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานพิธีของสำนักเทียนเฉินอย่างรุนแรง แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองที่ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติที่บิดเบี้ยว... "ฮ่าๆๆๆ... เจ้าสำนักเทียนเฉิน เจ้าช่างไร้น้ำยาเสียจริง ปล่อยให้เด็กหนุ่มคนเดียวมาไล่ต้อนจนมุมถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ไหนเลยจะสู้ข้า 'พญามารโลหิต' ผู้ที่จะมาเก็บกวาดทุกชีวิตในที่นี้ให้สิ้นซาก!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับตัวอักษรเหล่านี้ด้วยกันนะครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%