โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นราวกับกลีบดอกอิงฮวาที่โปรยปรายท่ามกลางพายุฝน
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับไอเย็นเยือกจากกระบี่น้ำแข็งของไป๋ลี่เซียน ท่ามกลางซากศพของเหล่ามือสังหารสำนักมารโลหิตที่นอนเกลื่อนกลาดไร้ลมหายใจ เฟยหลงยืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งขุนเขา ปลายกระบี่ในมือยังคงมีหยดโลหิตไหลรินลงสู่พื้นศิลา ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับไม่ได้ทอดมองไปยังศัตรูที่ไร้ค่าเหล่านั้น หากแต่หยุดนิ่งอยู่ที่สตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลังเขา—ไป๋ลี่เซียน
"ลี่เซียน... ถอยไปครึ่งก้าว" น้ำเสียงของเฟยหลงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดและเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันไร้ขีดจำกัด "หนอนแมลงรังควานเหล่านี้... มอบให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมาของกระบี่ข้าก็แล้วกัน"
ไป๋ลี่เซียนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อคู่งามที่ปกติแล้วเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ไหววูบลงชั่วพริบตา นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องการให้บุรุษปกป้อง แต่น้ำคำและแผ่นหลังกว้างที่ทอดเงาบังลมฟ้าให้อย่างองอาจนั้น กลับสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของนางได้อย่างน่าประหลาด
"เฟยหลง... ท่านประเมินพวกมันต่ำไปเกินไปแล้ว" ไป๋ลี่เซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน ปลายกระบี่น้ำแข็งในมือของนางเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า ไอเย็นแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมพื้นดินรอบกายรัศมีสิบวา "อีกอย่าง... ข้ามิใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะต้องคอยหลบอยู่เบื้องหลังผู้ใด"
เฟยหลงแย้มยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งเย่อหยิ่ง ทรงเสน่ห์ และท้าทายกฎเกณฑ์สวรรค์
"ข้ารู้... เจ้าคือไป๋ลี่เซียน ผู้ใช้วิชากระบี่น้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าผู้เยือกเย็นและไร้ความปรานีต่อผู้ใด" เฟยหลงค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคู่นั้นคมปลาบราวกับจะมองทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตวิญญาณ "แต่สำหรับพวกมัน... แม้แต่เงาของเจ้าก็ยังไม่คู่ควรให้แปดเปื้อน"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าทรงพลังยิ่งนัก หัวใจของไป๋ลี่เซียนกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งไหลผ่านเข้าสู่กลางอก ราวกับกระแสน้ำอุ่นที่ไหลหลากผ่านธารน้ำแข็งอันเหน็บหนาว นางจ้องมองบุรุษเบื้องหน้า—ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงศิษย์ร่วมสำนักผู้ต่ำต้อย บัดนี้กลับเติบโตเป็นจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ ยืนหยัดท้าทายฟ้าดินอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ท่านช่าง... ปากหวานขึ้นทุกทีที่กระบี่ในมือคมกล้าขึ้นนะ เฟยหลง" ไป๋ลี่เซียนเชิดใบหน้าอันงดงามขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาความเย็นชาเพื่อปกปิดความปั่นป่วนในดวงใจ "ระวังเถอะ... คำพูดโอหังเช่นนี้ อาจทำให้ท่านต้องใช้ชีวิตเข้าแลกสักวัน"
"หากชีวิตนี้จะต้องดับสูญ..." เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดนางทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นอายปราณกระบี่หลอมรวมกันจนกดดันบรรยากาศรอบข้างให้หนักอึ้ง "ขอเพียงได้เห็นเจ้าแย้มยิ้มจากใจจริงสักครา วิถีกระบี่ของข้า... ต่อให้ต้องฝ่าด่านอเวจีทั้งเก้า ก็มิมีสิ่งใดต้องเสียดาย"
ไป๋ลี่เซียนลมหายใจติดขัด นางเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงนั้น แก้มเนียนนวลปรากฏริ้วรอยสีแดงจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง นางไม่เคยคิดเลยว่า บุรุษผู้เย็นชาและหมกมุ่นอยู่กับการบำเพ็ญเพียรเช่นเขา จะเอ่ยวาจาที่สั่นคลอนจิตใจเซียนของนางได้ถึงเพียงนี้
"ไร้สาระ..." นางพึมพำเบาๆ แต่ไม่ปฏิเสธ "เก็บเรี่ยวแรงของท่านไว้รับมือกับเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาเถอะ"
*ช้ง!*
เสียงกระบี่เสียดสีกับฝักดังขึ้นกังวานเสียดแทงฟ้า ท่ามกลางความเงียบสงบชั่วขณะ แรงกดดันมหาศาลก็พั่งพรูออกมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า ปราณมารสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา เมฆฝนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับหยาดโลหิต แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณ
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดไม้สูง ชายชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากอสูรครึ่งซีก แววตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นมองลงมาด้วยความเหี้ยมเกรียม
"ช่างเป็นภาพคู่ที่น่าอภิรมย์เสียจริง..." เสียงแหบพร่าดั่งเสียงของภูตผีจากขุมนรกดังสะท้อนก้อง "เฟยหลง เจ้าคิดว่าหนีรอดเงื้อมมือสำนักมารโลหิตไปได้แล้วอย่างนั้นหรือ? หึ... เจ้าเด็กโง่ เจ้ายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า แท้จริงแล้วเจ้ากำลังเดินเข้าสู่หลุมศพที่ผู้ใดขุดรอไว้"
เฟยหลงหุบยิ้มทันที แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี จิตสังหารพวยพุ่งออกจากร่างจนเกิดเป็นระลอกคลื่นอากาศกระจายตัวออกไปโดยรอบ เขายกกระบี่ในมือขึ้นช้าๆ ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังเงาร่างนั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว
"หลุมศพหรือ?" เฟยหลงแค่นหัวเราะเสียงต่ำ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความทะนงตนจนถึงขีดสุด "ต่อให้เป็นเงื้อมมือของพญามารโลหิตผู้เป็นนายของพวกเจ้า... หากมันกล้าขวางทางวิถีกระบี่ของข้า ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้... ผ่าฟ้าดินและส่งพวกมันลงไปยมโลกพร้อมกันทั้งหมด!"
สิ้นเสียงคำราม พลังปราณกระบี่อันไร้เทียมทานก็ระเบิดออก รัศมีกระบี่สีครามพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกเมฆหมอกสีเลือดออกเป็นสองเสี่ยง ไป๋ลี่เซียนขยับกายยืนเคียงข้างอย่างรู้ใจ กระบี่น้ำแข็งในมือพร้อมแปรเปลี่ยนเป็นพายุเกล็ดหิมะมรณะได้ทุกเมื่อ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดและสงครามกำลังจะปะทุขึ้นอีกครา... จู่ๆ เสียงหัวเราะเยาะเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังของทั้งสองคน—เป็นจุดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน!
"ฮ่าๆๆ... สมคำร่ำลือจริงๆ จอมยุทธ์เฟยหลงผู้ทะนงตน และนางเซียนไป๋ลี่เซียนผู้เย็นชา... น่าเสียดายนัก ที่พวกเจ้าไม่มีโอกาสได้ใช้กระบี่นั้นร่วมกันอีกต่อไปแล้ว"
เฟยหลงและไป๋ลี่เซียนเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสปราณแปลกประหลาดที่พุ่งตรงเข้าสู่จุดชีพจรหัวใจของไป๋ลี่เซียนอย่างไร้สุ้มเสียง และเมื่อหันกลับไปมอง... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเฟยหลงแทบหยุดนิ่ง!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 6
ดาบสะท้อนเงา กระบี่สะท้อนใจ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!