วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 3

นางเซียนแห่งหุบเขาน้ำค้างแข็ง

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"สามวัน... ช่างเป็นวาจาที่สามห้าวและอาจหาญยิ่งนัก" สุ้มเสียงของเฟยหลงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางความเวิ้งว้างของหุบเขาไร้ชื่อที่เงียบสงัด ปราณกดดันสายหนึ่งกดทับลงมาดั่งภูเขาไท่ซานแผ่ซ่านปกคลุมทั่วบริเวณจนสรรพชีวิตต่างสั่นสะท้าน วาจาที่ดังก้องในโสตประสาทเมื่อครู่ยังคงทิ้งไอสังหารคุกรุ่น เขากระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวโพลน เฟยหลงหาได้หวาดกลัวต่อคำขู่ของผู้ลึกลับไม่ ทว่าหัวใจกลับระลึกถึงสตรีผู้หนึ่งซึ่งนอนพักฟื้นอยู่เบื้องหลัง นางผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ — ไป๋ลี่เซียน "คิดจะใช้ชีวิตของลี่เซียนมาต่อรองกับข้า... เจ้ายังอ่อนหัดเกินไปสิบหมื่นปี!" *เปรี้ยง!* คลื่นกระแสลมปราณสีครามพวยพุ่งระเบิดออกจากร่างของเฟยหลงทันที พื้นดินรัศมีสิบจั้งแตกละเอียดเป็นจุล แรงกดดันจากบรรพจารย์ลึกลับที่ถาโถมเข้ามาถูกคลื่นกระบี่ของเขาปัดเป่าจนสลายกลายเป็นละอองหมอกในพริบตา นี่คือวิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม วิถีแห่งการหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่อาจกักขังเขาไว้ได้ นับประสาอะไรกับเสียงกระซิบมารจากเงามืด ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้าแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในเสี้ยวลมหายใจ ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีเงินยวงแผ่ขยายปกคลุมนับร้อยลี้ *ฉับพลัน... เงาร่างหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าดั่งเทพธิดาจำศีล* นางสวมชุดยาวพลิ้วไหวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกฤดู ใบหน้างดงามล่มเมืองแต่กลับเย็นชาดุจน้ำแข็งแกะสลัก นัยน์ตาคู่งามฉายแววเย่อหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณ ในมือเรียวดุจหยกสลักถือกระบี่น้ำแข็งที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกบาดลึกถึงวิญญาณ นางคือ 'ไป๋ลี่เซียน' นางเซียนแห่งหุบเขาน้ำค้างแข็ง ผู้ใช้วิชากระบี่น้ำแข็งสะท้านภพ! "เฟยหลง... ถอยไป" สุ้มเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้น นางก้าวเข้ามาขวางเบื้องหน้าเฟยหลงเอาไว้ แม้ร่างกายจะยังคงหลงเหลืออาการบาดเจ็บจากการศึกก่อนหน้า แต่วิญญาณกระบี่ในร่างของนางกลับตื่นตัวเต็มที่ ไอเย็นมหาศาลแผ่พุ่งออกรอบทิศทางจนกลายเป็นค่ายกลกระบี่น้ำแข็งธรรมชาติ เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอดมองแผ่นหลังบอบบางแต่ทระนงของนาง ความรู้สึกอุ่นซ่านสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจที่ด้านชา "ลี่เซียน... เจ้าเพิ่งฟื้นตัว บาดแผลยังไม่หายสนิท เหตุใดจึงดึงดันออกมารับหน้าแทนข้า?" ไป๋ลี่เซียนไม่หันกลับมามอง นางเพียงปรายหางตามองไปยังความมืดเบื้องหน้าที่ปรากฏร่างของกลุ่มคนชุดดำนับร้อยที่รายล้อมเข้ามา เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นจากเงาดำเหล่านั้น "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นคู่รักที่รักกันปานจะกลืนกิน ช่างน่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก! ไป๋ลี่เซียน เจ้าคิดว่าด้วยตัวคนเดียว จะปกป้องไอ้ขยะแซ่เฟยผู้นี้ได้งั้นรึ? ค่ายกลมารโลหิตสิบแปดทิศถูกจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเจ้าโดยเฉพาะแล้ว!" สิ้นเสียงคำราม ผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงาไม้ มันสวมหน้ากากกระดูกอสูร ในมือถือกระบองโลหิตที่ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว ไป๋ลี่เซียนแค่นเสียงเย็นชาออกมาคราหนึ่ง "สุนัขรับใช้แห่งสำนักมาร... กล้าดียังไงมาเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้า" "สตรีปากกล้า! วันนี้ข้าจะฉีกร่างเจ้างดงามนี้เป็นชิ้นๆ แล้วสูบกินพลังเซียนของเจ้าให้หมดสิ้น!" ผู้อาวุโสสำนักมารคำรามลั่นสะเทือนเลื่อนลั่น มันสะบัดกระบองโลหิตสร้างคลื่นพลังโลหิตพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนดั่งคลื่นยักษ์ซัดสาด รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากของไป๋ลี่เซียน นางมิได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อย มือเรียวกำด้ามกระบี่น้ำแข็งแน่น ปราณกระบี่เซียนระเบิดออกรอบตัวจนเกิดเสียงกรีดร้องของอากาศ "เฟยหลง... เจ้าคอยดูให้ดี" นางกล่าวเบาๆ แต่ก้องกังวานในใจของชายหนุ่ม "วิชากระบี่เหมันต์นิรันดร์... มิได้มีไว้เพื่อพ่ายแพ้!" *เคร้ง!* ประกายไฟผสมผสานกับเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าครามระเบิดขึ้นกลางอากาศ ไป๋ลี่เซียนพุ่งทะยานออกไปดั่งเซียนสาวผู้รำดาบ ท่วงท่าของนางงดงามตระการตาดั่งบทกวี แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เฉียบคมและดุดัน กระบี่น้ำแข็งในมือนางกรีดกรายผ่านอากาศ วาดเป็นลวดลายดอกบัวเหมันต์นับพันดอกพุ่งเข้าบดขยี้คลื่นโลหิตในพริบตาเดียว! ฉากการต่อสู้ระเบิดความดุเดือดขึ้นอย่างเต็มพิกัด ไอเย็นยะเยือกปะทะกับไอโลหิตร้อนระอุจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขา เฟยหลงยืนมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ลุ่มลึก ความผูกพันและความเชื่อใจระหว่างเขากับนางหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ณ วินาทีนั้น เขาตระหนักสัจธรรมข้อหนึ่ง— ในยุทธภพอันโหดร้ายนี้ ต่อให้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน สตรีในอ้อมแขนผู้นี้... เขาจะไม่มีวันยอมให้ผู้ใดแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผม! ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการต่อสู้ที่กำลังถึงจุดไคลแม็กซ์ ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปรากฏเมฆหมอกสีเงินยวง กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับหมึกหยดลงบนกระดาษขาว เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากมิติเบื้องบน ราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังฉีกกระชากมิติลงมา ไป๋ลี่เซียนที่กำลังซัดกระบี่เข้าใส่ผู้อาวุโสสำนักมารพลันชะงักกึก ใบหน้างดงามซีดเผือกเล็กน้อยเมื่อนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า— กลิ่นอายที่นางจดจำได้ไม่มีวันลืมจากอดีตอันดำมืด เฟยหลงขมวดคิ้วแน่น เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สัมผัสได้ถึงวิกฤตการณ์ที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้ามา และในวินาทีที่แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านเมฆดำลงมาปักลงตรงหน้าพวกเขา ร่างของบุรุษลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ทำให้หัวใจของคนอ่านต้องหยุดเต้น— *"ไป๋ลี่เซียน... ศิษย์รักแห่งหุบเขาน้ำค้างแข็ง เจ้าหนีเงื้อมมือของอาจารย์พ้นแล้วงั้นรึ? ถึงเวลาต้องกลับไปรับโทษทัณฑ์สวรรค์ได้แล้ว!"* --- ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%