กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอับชื้นของโคลนตมคือลมหายใจแรกที่ต้อนรับผู้มาเยือน ณ หุบเหวอเวจีเบื้องล่าง ที่นี่คือตลาดมืดแดนใต้ ดินแดนไร้กฏเกณฑ์ซึ่งถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกพิษสีม่วงเข้ม แสงสว่างเดียวที่สาดส่องลงมาคือประกายวาววับจากผลึกอัคคีใต้พิภพที่ฝังตัวอยู่ตามผนังถ้ำหินย้อยนับพันปี
"สถานที่แห่งนี้... เต็มไปด้วยจิตสังหารที่เน่าเฟะยิ่งนัก"
เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปากของเฟยหลง ดวงตาคมกลาบกวาดมองไปรอบกายด้วยแววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก มือขวาของเขายังคงกุมด้ามกระบี่วิญญาณสวรรค์ไว้หลวมๆ ทว่ากระแสปราณรอบกายกลับแผ่ขยายออกไปคุ้มกันร่างระหงของสตรีผู้เยื้องย่างอยู่เคียงข้างอย่างแนบเนียน
ไป๋ลี่เซียนไม่เอวาจาใด นางเพียงปรายตามองกลุ่มโฉดชั่วที่กำลังจ้องมองมาด้วยความโลภ รัศมีไอเย็นเยือกราวน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านออกจากร่างระหงจนละอองหมอกรอบตัวจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงพื้น อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางตัดกับความโสมมของตลาดมืดแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง ราวกับดอกบัวหิมะที่ผุดขึ้นกลางกองเพลิงโลกันตร์
"พวกมันมิได้มองเราเป็นแขก... แต่กำลังมองเป็นเหยื่ออันโอชะต่างหาก" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเย็นชา ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันคมกริบดั่งคมกระบี่น้ำแข็ง
"เหยื่อหรือผู้ล่า... เดี๋ยวพวกมันก็คงได้คำตอบด้วยชีวิตของตนเอง" เฟยหลงแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความทะนงตนของยอดฝีมือผู้กุมชะตาชีวิตตนเองไว้ในกำมือ
ทั้งสองก้าวเดินลึกลึกเข้าไปในตรอกแคบๆ ของตลาดมืด เป้าหมายของพวกเขาในค่ำคืนนี้ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง หรือเคล็ดวิชาต้องห้ามอันใด หากแต่เป็น 'ศิลาโลหิตนพเก้า' และ 'เหล็กกล้าทมิฬเก้าสวรรค์' สองวัตถุดิบหายากยิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการหล่อหลอมกระบี่เล่มใหม่ เพื่อรองรับวิถีปราณที่กำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดขั้นถัดไป
แผงลอยสองข้างทางเต็มไปด้วยของโสมมและสมบัติที่แย่งชิงมาจากศพของจอมยุทธ์ผู้เคราะห์ร้าย พ่อค้าแม่ขายต่างสวมหน้ากากอสูรพรางใบหน้าส่งเสียงเซ็งแซ่เสนอขายสินค้า ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันลึกล้ำและเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของเฟยหลงและไป๋ลี่เซียน บรรดาโจรโฉดและพ่อค้าหน้าเลือดต่างต้องหุบปากเงียบถอยร่นไปคนละก้าวด้วยความหวาดหวั่น
"ท่านต้องการเหล็กกล้าทมิฬเก้าสวรรค์ใช่หรือไม่?" ไป๋ลี่เซียนเอ่ยถามเบาๆ ขณะก้าวเดินเคียงข้าง กลิ่นหอมจางๆ ประจำกายของนางปะปนกับกลิ่นอายยุทธภพรอบตัวอย่างกลมกลืน
"ถูกต้อง... กระบี่เล่มเก่าของข้าใกล้จะรับภาระการโคจรปราณสวรรค์ไม่ไหวแล้ว หากจะหลอมรวมวิถีแห่งดาบและกระบี่เข้าด้วยกัน ข้าจำเป็นต้องอาศัยเตาหลอมและวัตถุดิบระดับฟ้าดิน" เฟยหลงตอบสายตาไม่ละไปจากการเคลื่อนไหวของผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงาดำ
ทันGนั้นเอง เบื้องหน้าของทั้งสองก็ปรากฏแผงลอยขนาดใหญ่ ตั้งอยู่หน้าโรงประมูลใต้ดินอันมืดทึบ ชายชราตาเดียวผู้หนึ่งนั่งสวมงอบสานฟางบังใบหน้า ร่างกายผอมแห้งราวกับซากศพ ทว่ามือทั้งสองข้างกลับหนาเตอะและมีรอยแผลเป็นจากไฟเผาไหม้เต็มไปหมด บนโต๊ะไม้เบื้องหน้าเขามีกล่องหยกสีดำสนิทวางอยู่ใบหนึ่ง ปล่อยไอความร้อนระอุออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว
"หลบไป!"
เสียงตวาดกร้าว พร้อมกับแรงกดดันจากลมปราณระดับปราณก่อเกิดขั้นสมบูรณ์พัดโหมกระหน่ำเข้ามาจากด้านหลัง ร่างของชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเกราะหนังอสูรผู้หนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาอย่างไร้มารยาท มันหมายจะใช้ไหล่กระแทกเฟยหลงให้พ้นทางเพื่อชิงเข้าหาพ่อค้าตาเดียวก่อน
เฟยหลงมิได้ขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย ดวงตาคมกลาบเหลือบมองเพียงหางตา
*เปรี้ยง!*
ก่อนที่ร่างของจอมยุทธ์เกราะอสูรจะเข้าประชิดตัว ไป๋ลี่เซียนขยับนิ้วมือเพียงคราเดียว ละอองน้ำในอากาศรอบตัวพลันควบแน่นกลายเป็นหอกน้ำแข็งนับร้อยเล่มพุ่งเข้าตรึงร่างของมันไว้กับพื้นดินทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นหวั่นไหว ไอเย็นยะเยือกกัดกินกระดูกและเส้นเอ็นของมันจนริมฝีปากเขียวคล้ำ
"ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าส่งเสียงดังรบกวนการเลือกซื้อของของสามีข้า?" เสียงของไป๋ลี่เซียนเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกน้ำแข็ง ทำเอาผู้คนนับร้อยในตลาดมืดต่างพากันสูดปากด้วยความหวาดกลัว นางไม่แม้แต่จะชายตามองเศษสวะผู้นั้นด้วยซ้ำ
เฟยหลงปรายตามองคู่ต่อสู้ที่นอนดิ้นพล่านด้วยความสมเพช ก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดยืนหน้าแผงลอยของชายชราตาเดียว วางเหรียญทองวิญญาณลงบนโต๊ะสามเหรียญโดยไม่เอ่ยคำถาม ชายชราตาเดียวเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาข้างที่บอดสนิท มีรอยแผลเป็นลากยาวน่ากลัว มันหัวเราะแหบแห้งในลำคอ
"ฮี่ๆๆ... สมเป็นศิษย์สายตรงแห่งวิถีกระบี่ มือไม้ว่องไวและเด็ดขาดสมคำร่ำลือ สมบัติที่ท่านต้องการอยู่ในกล่องนี้แล้ว... ทว่า..." ชายชราเว้นจังหวะ ยื่นมือเหี่ยวย่นเปิดฝากล่องหยกออก เผยให้เห็นแผ่นเหล็กสีดำสนิทที่มีลวดลายอักขระโบราณสลักอยู่ เต็มไปด้วยพลังปราณโลหิตที่ยังคงคุกรุ่น "...ของสิ่งนี้มีเจ้าของเดิมอยู่ และพวกมัน... กำลังมาทวงคืน"
สิ้นคำกล่าวของชายชรา พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของตลาดมืดแดนใต้ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องดั่งอสนีบาตฟาดผ่าดังขึ้นจากเบื้องบน พร้อมกับเสาเพลิงโลหิตสายหนึ่งที่พุ่งทะยานทะลุเพดานหินลงมาขวางกั้นทางออกเบื้องหลังของทั้งสองไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
เงาร่างนับสิบร่างในชุดคลุมสีเลือดปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ผู้นำกลุ่มคือนักพรตมารเฒ่าผู้ถือกระบองกระดูกมนุษย์ ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำด้วยจิตสังหาร
"ฮ่าๆๆ เฟยหลง! ในที่สุดพวกเราก็พบตัวเจ้า กล้าดียังไงถึงบังanอาจมาขโมยสมบัติของสำนักมารโลหิตในตลาดมืดแห่งนี้ วันนี้ศพของเจ้าจะต้องถูกนำไปสังเวยเตาหลอมมารอย่างแน่นอน!"
เฟยหลงแค่นเสียงเย็นชาออกมาจากลำคอ มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่วิญญาณสวรรค์ช้าๆ แรงกดดันจากวิถีกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนแหวกม่านหมอกพิษให้กระจายตัวเป็นวงกว้าง ดวงตาคมกลาบฉายแววท้าทายลิขิตสวรรค์อย่างไร้ความเกรงกลัว
"สำนักมารโลหิต... เป็นพวกเจ้าอีกแล้วที่รนหาที่ตายเอง"
เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทว่าทรงพลังราวดั่งประกาศิตจากเทพเซียน พร้อมกันนั้น ไป๋ลี่เซียนก้าวขึ้นมายืนเคียงข้าง สะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่งกระบี่น้ำแข็งบริสุทธิ์ก็ปรากฏขึ้นในมือ รัศมีกระบี่ผสานสองวิถีส่องประกายเจิดจ้าท่ามกลางความมืดมิดของตลาดมืดแดนใต้
ทันใดนั้นเอง... ในวินาทีที่คมกระบี่ของเฟยหลงกำลังจะถูกชักออกจากฝักเพื่อสังหารศัตรู เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังกลุ่มคนชุดเลือด ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตที่ทำให้หัวใจของคนฟังต้องหยุดเต้น — "ช้าก่อน... เฟยหลง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเดินทางมาที่แดนใต้ครั้งนี้... เป็นการตัดสินใจของเจ้าเอง?"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 11
ตลาดมืดแดนใต้
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!