"เจ้าว่าใครคือคนของสำนักมารโลหิตงั้นหรือ? คำพูดนี้ หากเจ้าพูดผิดไปแม้เพียงคำเดียว... หัวของเจ้าอาจจะไม่ได้อยู่บนบ่าเสียแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังก้องไปทั่วโรงเตี๊ยม 'มังกรทะยาน' ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำมันจากตะเกียงกระทบพื้นไม้ เฟยหลงนั่งนิ่งดั่งรูปสลักหิน มือขวาของเขาวางแนบสนิทอยู่บนด้ามกระบี่สีนิลที่วางพาดอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจับจ้องไปยังชายร่างกำยำที่มีรอยสักอักขระสีแดงฉานบนลำคอ
ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นเป็นพวกเดนมนุษย์ที่เที่ยวรีดไถชาวบ้านในเขตชายแดน มันหัวเราะร่าพลางถ่มน้ำลายลงพื้น "เหอะ! เจ้าหนุ่มหน้าอ่อน อยากทำตัวเป็นวีรบุรุษนักหรือ? รู้ไว้เสียด้วยว่าที่นี่คือเขตอิทธิพลของ 'พยัคฆ์แดง' ใครที่ขวางทางข้า... จุดจบล้วนเป็นผุยผง!"
มันชักดาบใหญ่ขึ้นมาหมายจะฟาดฟัน แต่ทว่า... วินาทีนั้นเอง เฟยหลงไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย
"กระบี่... มิได้มีไว้เพื่อแสดงอำนาจ แต่มีไว้เพื่อรักษาสัจธรรม"
*เคร้ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานกึกก้องเพียงแผ่วเบา แต่ทว่ารวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดในคืนที่มืดมิด เฟยหลงชักกระบี่ออกจากฝักเพียงครึ่งคืบแล้วดันกลับเข้าที่ในชั่วพริบตาเดียว รัศมีกระบี่สีครามพุ่งทะลุผ่านดาบใหญ่ของคนผู้นั้นจนบิ่นออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่คมกระบี่จะแตะเข้าที่ลำคอของชายร่างกำยำผู้นั้นโดยไม่ทิ้งรอยแผล แต่แรงกดดันจากปราณกระบี่กลับทำให้ชายผู้นั้นตัวสั่นเทาจนล้มพับลงไปกองกับพื้น
"ข้าให้โอกาสเจ้า... จงไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งจากยอดเขาหมื่นปี
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ที่มุมมืดของโรงเตี๊ยม ร่างหนึ่งในชุดขาวสะอาดตากำลังนั่งจิบชาอยู่อย่างเงียบเชียบ นางคือไป๋ลี่เซียน ผู้ที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาของนางที่เคยเย็นชาต่อโลกหล้า กลับอ่อนแสงลงเมื่อจ้องมองไปยังแผ่นหลังของบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ นางรู้ดีว่าเฟยหลงทำเช่นนี้ไม่ใช่เพื่ออวดเบ่ง แต่เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ
ทว่า ความสงบสุขมิได้อยู่กับพวกเขานานนัก เมื่อประตูโรงเตี๊ยมถูกถีบพังเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่โชยมากับสายลม
"วิชาดาบกระจอกๆ เช่นนี้... เจ้ากล้าอวดอ้างว่าเป็นศิษย์สำนักกระบี่เทวะงั้นหรือ?"
เสียงแหบพร่าดุจเสียงคนตายดังขึ้นที่หน้าประตู ชายชราในชุดคลุมสีเลือดเดินเข้ามาพร้อมกับลูกสมุนนับสิบคน ดวงตาของเขาสีแดงก่ำผิดมนุษย์ มันคือหนึ่งในยอดฝีมือของสำนักมารโลหิต!
เฟยหลงลุกขึ้นช้าๆ รัศมีปราณรอบกายเริ่มหมุนวนจนโต๊ะไม้รอบข้างแตกละเอียด เขารู้ดีว่าคราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การที่มารโลหิตส่งยอดฝีมือระดับนี้มา หมายความว่าพวกมันเริ่มไหวตัวทันต่อการเคลื่อนไหวของเขาแล้ว
"ลี่เซียน" เฟยหลงเอ่ยเรียกโดยไม่หันไปมอง "ถอยไปก่อน"
"ข้าไม่ใช่ดอกไม้ในแจกันที่ท่านจะเก็บไว้ข้างหลังได้ตลอดเวลา" ไป๋ลี่เซียนลุกขึ้นยืน กระบี่น้ำแข็งในมือเริ่มส่งไอเย็นยะเยือกออกมา ทำให้อากาศรอบข้างจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "วิถีเซียนของข้า ผูกพันกับวิถีกระบี่ของท่าน... ศัตรูของท่าน ก็คือศัตรูของข้า"
เฟยหลงยิ้มมุมปาก ความทะนงตนในดวงตาฉายชัด เขาชักกระบี่ออกจากฝักจนสุดเสียง เหล็กกล้าสะท้อนแสงไฟดุจมังกรเริงระบำ "ดี... เช่นนั้นคืนนี้ เรามาดูกันว่าสัจธรรมของใครจะเหนือกว่ากัน!"
ทว่า ในขณะที่การต่อสู้กำลังจะปะทุขึ้นอย่างรุนแรงนั้นเอง เงาดำสายหนึ่งกลับร่วงหล่นลงมาจากเพดานโรงเตี๊ยม มันคือจดหมายอาบยาพิษที่ปักลงบนโต๊ะกลางวงล้อม! เฟยหลงหยิบขึ้นมาอ่านเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความเคร่งขรึมถึงขีดสุด
เพราะในจดหมายนั้นมีเพียงประโยคเดียวที่ทำเอาเขาสะท้านถึงวิญญาณ...
*“อาจารย์ของเจ้า... กำลังจะถูกสังหาร ณ ยอดเขามรณะในอีกชั่วยามถัดไป หากเจ้าไม่ไปปรากฏตัวพร้อมกับ 'เคล็ดวิชาหวนคืนสัจธรรม' ที่นั่น... เจ้าจะได้เห็นเพียงกองกระดูกของท่าน!”*
เงาของพญามารโลหิตปรากฏขึ้นในความมืดมิดหลังประตูโรงเตี๊ยม มันแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจคนสั่นสะท้าน เฟยหลงกำกระบี่ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่ไม่ใช่การประลองธรรมดา แต่มันคือกับดักที่ออกแบบมาเพื่อทำลายเกียรติยศและชีวิตของเขาโดยเฉพาะ!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 12
ประลองเดือดกลางโรงเตี๊ยม
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!