เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 30

บททดสอบความไว้ใจ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอายของกำยานสุคนธรสหอมหวานเจือจางลอยวนอยู่ในตำหนักทักษิณ ทว่าในความรู้สึกของจินเฟยหลัน กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความตายที่ถูกแต่งแต้มด้วยความพยายามอันน่าสมเพช "ชาผ๋อหลินถ้วยนี้... ท่านอ๋องทรงโปรดให้ข้าวนำมาถวายแด่ชายาเฟยหลันเพื่อชำระล้างความเหนื่อยล้าจากราชสำนักเมื่อยามบ่ายพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีหน้าขาวผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับเหลือบมองต่ำไปยังถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมืออย่างมีพิรุธ จินเฟยหลันปรายตามองของเหลวสีอำพันเข้มข้นที่สะท้อนเงาแสงคานไม้แกะสลักในห้องโถง สัมผัสพิเศษที่อยู่ลึกก้นบึ้งวิญญาณของนางร่ำร้องเตือนภัยทันทีว่า นี่มิใช่ชาบำรุงกำลัง หากแต่เป็น 'ยาห้ามวิญญาณ' ขนานเอกที่สกัดจากดอกบัวอเวจี พืชต้องห้ามจากแดนใต้ที่มีฤทธิ์ทำให้ผู้ดื่มสูญเสียสติสัมปชัญญะชั่วคราวและถูกตัดขาดจากการรับรู้ทางจิตวิญญาณโดยสิ้นเชิง นางแย้มสรวลน้อยๆ สรวลที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ดั่งดอกไม้เหล็กที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรดปราน "ท่านอ๋องทรงมีน้ำใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ" เฟยหลันเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบจนขันทีผู้นั้นเผลอขยับตัวด้วยความอึดอัด "ฝากบอกพระองค์ด้วยว่า น้ำพระทัยนี้... ข้ารับไว้ด้วยความระลึกยิ่ง" ทันทีที่ร่างของขันทีถอยรอยพ้นธรณีประตูไป ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ จินเฟยหลันหาได้แตะต้องชาถ้วยนั้นไม่ นางสะบัดแขนเสื้อกว้าง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยกิริยาอันสง่างามดั่งหงส์เหิน ทว่าในวินาทีที่นางก้าวเท้าหมายจะไปยังตำหนักบูรพาเพื่อเตือนสลับหมากตานี้กับหลี่จื่อเหยา ภาพเบื้องหน้ากลับไหววูบราวกับภาพวาดหมึกจีนที่ถูกหยดน้ำลงไปเจือจาง *แย่แล้ว...* ความร้อนพุ่งพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่ทรวงอก ลมหายใจสะดุดกะทันหันจนต้องใช้มือเรียวยึดขอบโต๊ะไม้จันทน์ไว้แน่น กลิ่นอายของกำยานเมื่อครู่ไม่ได้ลอยมาจากกระถางธูป หากแต่มันถูกผสมอยู่ในไอระเหยของห้องนี้ตั้งแต่นางก้าวเข้ามาแล้ว นี่คือการดักซุ่มโจมตีสองชั้น! พวกมันรู้ว่านางไม่มีทางโง่เขลาดื่มยาพิษในถ้วย จึงใช้ละอองพิษในอากาศเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแทน ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักบูรพาอันเงียบสงบ หลี่จื่อเหยากำลังตวัดพู่กันขนหมาป่าลงบนม้วนกระดาษสาด้วยลายเส้นเฉียบคม ทว่าจู่ๆ ฝ่ามือหนากลับต้องหยุดชะงัก เลือดลมในกายตีกลับอย่างรุนแรงจนรสชาติเค็มปร่าแล่นขึ้นมาที่โคนลิ้น ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทมิฬหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่แผ่ซ่านไปตามเส้น พิษสลายวิญญาณ... และกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ถูกจงใจแยกขาดออกจากกัน "ท่านอ๋อง!" องครักษ์เงาผู้หนึ่งพุ่งกายเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ตำหนักทักษิณถูกวงล้อมด้วยกองกำลังลับที่ไม่ทราบฝ่าย และชายาเฟยหลัน... ถูกคนลักพาตัวหายไปจากห้องโถงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เพล้ง! พู่กันในมือหลุดร่วงกระทบพื้น กระเด็นหยดหมึกสีดำสนิทราวกับรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนแผ่นกระดาษ หลี่จื่อเหยาผุดลุกขึ้นยืน ชั่วพริบตานั้น บรรยากาศรอบกายของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดั่งศิลาก็แปรเปลี่ยนเป็นความดุร้ายราวมัจจุราชที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกเป็นจุล รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนหน้าต่างกระดาษฉีกขาดเป็นริ้วๆ "ใครบังอาจ..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ เยียบเย็นเสียจนองครักษ์หนุ่มถึงกับตัวสั่นสะท้าน "มันผู้ใดที่กล้าแตะต้องนาง... ข้าจะมันให้มันชดใช้ด้วยความตายที่แม้แต่ยมโลกยังต้องสั่นสะท้อน!" ทว่า ในยามที่วังหลวงกำลังปั่นป่วนจากแผนการอันแยบยลเพื่อแยกเขี้ยวเล็บของพยัคฆ์ทั้งสองออกจากกัน จินเฟยหลันที่สติเลือนรางเต็มทีกลับถูกพาตัวมายังศาลาริมน้ำโบราณ ณ มุมอับสายตาหลังอุทยานหลวง ที่ซึ่งสายน้ำสีดำสนิทไหลวนเชี่ยวกราก ร่างบางทรุดตัวลงคุกเข่าลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ ท่ามกลางหมอกทึบที่ปกคลุมหนาตา นางพยายามฝืนปรือตาขึ้นมองบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์ทองลวดลายประณีต ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นกลับไม่ใช่คนมีชีวิต หากแต่เป็นกลิ่นอายของซากศพและวิญญาณอาฆาตที่ถูกกักขังมานานนับร้อยปี "ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย... พระชายาผู้เลอโฉม" เสียงหัวoเราะแหบพร่าดั่งเสียงกระซิบจากหลุมศพดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านหมอก นางสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ใบหน้าส่วนที่เหลือเผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว และในมือของนางคือกริชโบราณที่อาบด้วยโลหิตสีดำสนิท ซึ่งกำลังจ่อตรงมาที่ลำคอระหงของจินเฟยหลัน! จินเฟยหลันฝืนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน แม้ลมหายใจจะโรยริน แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับคมกริบยิ่งกว่าคมดาบ นางเค้นเสียงลอดไรฟันตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว "คิดหรือว่า... แค่เล่ห์กลตื้นๆ เช่นนี้ จะพรากชีวิตข้าจากเขาได้..." ทว่า ก่อนที่คมกริชในมือมรณะจะปักลงมา ภาพสะท้อนในผิวน้ำเบื้องล่างกลับปรากฏเงาของหลี่จื่อเหยาที่กำลังพังทลายประตูมิติแห่งอาถรรพ์เข้ามาด้วยกระบี่โลหิตในมือ ทว่า... เงาของเขากลับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งคำสาปโบราณที่ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางอันดำมืดและงดงามนี้เคียงข้างกันมาโดยตลอดนะครับ และโปรดติดตามตอนต่อไปว่าบททดสอบแห่งความไว้ใจนี้จะนำพาพวกเขาสู่ห้วงเหวแห่งความตายหรือบัลลังก์แห่งความรักอันเป็นนิรันดร์... ศาลาริมน้ำโบราณ ________________________
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%