เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 29

รอยร้าวในใจอ๋อง

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
“เหตุใดท่านถึงไม่ยอมมองหน้าข้า... ในยามที่ความจริงกำลังจะกระชากหน้ากากของท่านออกจนหมดสิ้น” เสียงของจินเฟยหลันเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ นางยืนอยู่เบื้องหน้าหลี่จื่อเหยาในห้องลับใต้เรือนพักที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานไม้กฤษณาและกลิ่นอายดินชื้นจากสุสานใต้ดิน แสงเทียนสลัววูบไหวสะท้อนเงาของชายหนุ่มที่นั่งนิ่งดุจรูปปั้นหินบนเก้าอี้ไม้ประดู่แกะสลัก มือหนาของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพกำกระบี่ประจำกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หลี่จื่อเหยาไม่ตอบคำถามนั้น เขายังคงจ้องมองไปยังผนังที่ประดับด้วยภาพวาดพู่กันจีนอันเก่าคร่ำคร่า เป็นภาพของสตรีผู้หนึ่งที่ใบหน้าถูกกรีดจนขาดวิ่น ทว่านัยน์ตาในภาพนั้นกลับดูราวกับว่ากำลังเฝ้ามองผู้คนในห้องนี้ด้วยความอาฆาตแค้นไม่เสื่อมคลาย “สุสานดอกไม้กลางวังหลวง... มิใช่เพียงสถานที่ฝังศพ แต่มันคือคุกที่ขังจิตวิญญาณของท่านเอาไว้ใช่หรือไม่” เฟยหลันก้าวเข้าไปใกล้ แววตาของนางมิได้มีความเกรงกลัวต่ออำนาจบารมีของบุรุษผู้นี้อีกต่อไป นางวางมือลงบนไหล่แกร่ง สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างกายเขา ราวกับว่าตัวตนของเขาได้ตายไปตั้งแต่วันที่ดอกไม้เหล่านั้นบานสะพรั่งในสุสานลับ “เจ้าไม่รู้อะไรเลย เฟยหลัน” เขาแค่นยิ้ม เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือเล็กน้อย “เจ้ามองเห็นเพียงวิญญาณที่เกาะกินร่างคน แต่เจ้าไม่เคยเห็น ‘ปีศาจ’ ที่ถูกสร้างขึ้นจากความรักและความจงรักภักดีที่ผิดที่ผิดทาง วันนั้น... ข้าไม่ได้เสียเพียงคนรัก ข้าเสียสัตย์สาบานที่เคยให้ไว้กับแผ่นดินไปพร้อมกับหยดเลือดของนาง” บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ จินเฟยหลันขมวดคิ้ว มือที่จับไหล่เขาเริ่มสั่น สัมผัสที่หกของนางเริ่มทำงาน—นางเห็นภาพนิมิตที่บิดเบี้ยว ภาพวังหลวงที่เต็มไปด้วยสีเลือด กองศพทหารที่ถูกฝังทับถมด้วยกลีบดอกเหมย และร่างของหลี่จื่อเหยาในวัยเยาว์ที่กำลังคุกเข่าท่ามกลางความหนาวเหน็บ มือหนึ่งถือดาบ อีกมือหนึ่งประคองศพหญิงสาวที่ดวงตาเบิกโพลง “ท่านไม่ได้เป็นคนสังหารนาง... แต่ท่านเป็นคนส่งนางไปที่นั่นเพื่อชิงชัยชนะทางการเมืองใช่หรือไม่” นางถาม เสียงแผ่วเบาแต่กรีดลึกลงไปในอกของเขา หลี่จื่อเหยาลุกขึ้นยืนพรวดพราด แรงกดดันจากไอสังหารแผ่ซ่านจนตะเกียงรอบห้องดับลงพร้อมกัน เขากระชากแขนของนางเข้ามาแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้านาง แต่ในนัยน์ตาของเขากลับเต็มไปด้วยความร้าวรานที่ปิดไม่มิด “ข้าทำเพื่อบัลลังก์ เพื่อแผ่นดิน! ข้าต้องเลือก! ระหว่างนางกับความอยู่รอดของคนทั้งตระกูล เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรในเมื่อโลกนี้ไม่มีที่ว่างให้คนขลาดเขลา!” เขาตะโกนก้อง เสียงของเขาแตกพร่า “ข้าสร้างสุสานแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเก็บงำความโสมมของตัวเอง มิใช่เพื่อเชิดชูความรักโง่เขลาอย่างที่เจ้าเข้าใจ!” เฟยหลันนิ่งอึ้ง นางสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่หมักหมมมานับสิบปี มันไม่ใช่แค่เรื่องของอดีต แต่มันคือปมที่ผูกมัดราชวงศ์นี้ไว้กับอาถรรพ์ที่ไม่มีวันลบเลือน นางเงยหน้าสบตาเขามั่น “หากท่านต้องการพ้นจากนรกนี้ ท่านต้องวางมือจากอำนาจที่เปื้อนเลือดเสียที จื่อเหยา... อย่าให้ข้าต้องเป็นคนสุดท้ายที่ท่านทำลายเหมือนกับนางคนนั้น” ในขณะที่หลี่จื่อเหยากำลังจะเอ่ยปากตอบ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องลับก็ดังขึ้นเป็นจังหวะสามครั้ง—จังหวะที่บ่งบอกถึงเหตุร้ายที่มิอาจหลีกเลี่ยง “ท่านอ๋อง!” เสียงขององครักษ์เงาดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรน “ขบวนเสด็จจากวังหลวงมาถึงหน้าเรือนแล้ว... ฝ่าบาทมีพระราชโองการลับให้นำตัว ‘หมอผีจิน’ เข้าเฝ้าเป็นการด่วน พร้อมด้วยกล่องไม้ประทับตราอาญาสิทธิ์ที่ท่านเก็บไว้ในสุสาน!” หลี่จื่อเหยาชะงัก สีหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยดุจหินผาในชั่วพริบตา เขารีบหันไปเปิดช่องลับใต้พรม ดึงกล่องไม้สีดำสนิทที่แผ่ไออาถรรพ์รุนแรงออกมา แต่มันกลับเปิดอ้าออกด้วยตัวเองเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน—ไม่ใช่ตราประทับ แต่เป็นเส้นผมเปียยาวของสตรีที่ยังคงเปียกชื้นราวกับเพิ่งถูกตัดออกมาเมื่อครู่ จินเฟยหลันเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากกล่องนั้น มันมิใช่ผีร้าย แต่เป็นลายมือของคนที่ตายไปแล้วเขียนไว้บนเส้นผมนั้นว่า ‘ท่านพี่... ท่านผิดคำสัญญากับน้องแล้ว’ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันมืดมิดนี้เคียงข้างกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%