คราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่บนปลายนิ้วของจินเฟยหลันหาใช่ร่องรอยของผงถ่านธรรมดาไม่ หากแต่เป็นเศษซากแห่งกาลเวลาที่ถูกเผาไหม้และถูกกาลเวลาทับถมมานานนับร้อยปี ภายในหอคัมภีร์หลวงชั้นในที่เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหยดของน้ำค้างจากชายคา กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นธูปไม้จันทน์ที่อวลอยู่รอบกาย ทำให้บรรยากาศในยามวิกาลนี้ชวนให้รู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนรอยต่อระหว่างความเป็นและความตาย
นางกวาดสายตาคมปลาบมองตัวอักษรจีนโบราณที่เขียนด้วยหมึกชาดสีแดงเข้มบนตำราหนังปลาฉลามเล่มหนาที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นวางตำราพิชัยสงคราม
"เจ้ากำลังค้นหาสิ่งใดอยู่หรือ... เฟยหลัน"
เสียงทุ้มต่ำกังวานที่ดังขึ้นท่ามกลางความมืดเบื้องหลัง ทำให้นางไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใด หลี่จื่อเหยา (อ๋องเจ็ด) ก้าวเข้ามาในหอคัมภีร์ด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับพยัคฆ์ย่างกราย อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายมฆาเงินสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันหอม ทำให้ร่างสูงสง่าดูเยือกเย็นและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวพรากเหยื่อทอดมองแผ่นหลังบางที่ยังคงนิ่งสงบ
เฟยหลันค่อยๆ วางตำราในมือลงอย่างระมัดระวัง นางหันกลับไปสบตาชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเงาครึ่งหนึ่งของราชสำนัก ใบหน้างามนิ่งเรียบไร้รอยตื่นตระหนก แม้จะรู้ดีว่าการแอบลัก1ลอบเข้ามาในหอคัมภีร์หลวงยามวิกาลเช่นนี้มีโทษถึงประหารชีวิต
"หม่อมฉันเพียงแต่สงสัยว่า เหตุใดเหตุการณ์ในจวนสกุลจินเมื่อหลายเดือนก่อน จึงมีความละม้ายคล้ายคลึงกับเหตุการณ์กบฏในบันทึกประวัติศาสตร์เมื่อเจ็ดสิบปีก่อนราวกับลอกเลียนแบบ... หรือพระองค์ทรงคิดเห็นเป็นอื่นเพคะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในแพรไหม
หลี่จื่อเหยาแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางทีละน้อยจนกลิ่นกายบุรุษและไอเย็นยะเยือกแผ่ซ้อมเข้ามาห่อ
ร่างของนางถูกบดบังด้วยเงาของเขาที่ทาบทับลงมา มือหนายื่นออกไปปัดเขม่าสีดำที่เปื้อนข้างแก้มเนียนใสของนางออกอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับเกรงว่าสตรีตรงหน้าจะสลายหายไปในอากาศ ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความดุดันและคำถามที่ซ่อนเร้น
"เจ้าช่างกล้าหาญนัก... รู้ทั้งรู้ว่าที่นี่มีค่ายกลอาถรรพ์และองครักษ์เงาซ่อนอยู่ทุกมุมตึก แต่เจ้ากลับเลือกที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อมาเปิดอ่านบันทึกต้องห้ามเล่มนี้" อ๋องเจ็ดโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของนาง เสียงของเขาทุ้มต่ำจนชวนให้ขนหัวลุก "หรือเพราะเจ้าเริ่มรู้ตัวแล้วว่า... วิญญาณที่สถิตอยู่ในร่างของเจ้าเวลานี้ แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเพียงแค่คุณหนูใหญ่สกุลจินผู้โชคร้าย"
หัวใจของเฟยหลันกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางยังคงควบคุมสีหน้าให้มั่นคง นางถอยหลัง1ก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย
"ถ้าหม่อมฉันไม่ใช่จินเฟยหลันผู้ไร้ค่าคนนั้น แล้วพระองค์เล่า... ทรงเป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงทรงมีรอยแผลเป็นจากพิษสุสานโบราณที่หัวใจ เหมือนกับคนที่ตายไปแล้วเมื่อเจ็ดสิบปีก่อนเช่นเดียวกัน"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศภายในหอคัมภีร์ดิ่งลึกลงสู่ความหนาบดบังทันที หลี่จื่อเหยาชะงักไป ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาจนเปลวไฟในตะเกียงไหววับ
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ สายตาสะดุดเข้ากับหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ในตำราหนังปลาฉลามที่เฟยหลันเพิ่งเปิดอ่าน ตัวอักษรโบราณหน้าสุดท้ายระบุชัดเจนถึงพิธีกรรม "ย้อนศรโลหิตข้ามภพ" ซึ่งบันทึกรายชื่อผู้ทำพิธีเมื่อเจ็ดสิบปีก่อนไว้ และหนึ่งในนั้น... มีชื่อของบุรุษที่มีตราประทับประจำพระองค์ของอ๋องเจ็ดปรากฏอยู่หรา
หมับ!
หลี่จื่อเหยาเอื้อมมือมากระชากปิดตำราเล่มนั้นอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดังสนั่นหอคัมภีร์ ใบหน้าคมคายของเขาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเยือกเย็นดั่งศิลา
"อย่าได้สืบสาวราวเรื่องนี้ต่ออีกเป็นอันขาด เฟยหลัน" เสียงของเขากดต่ำอย่างคาดโทษ "ความลับบางอย่าง... หากขุดคุ้ยขึ้นมา ผู้ที่จะต้องมอดไหม้ในกองเพลิงหาใช่ข้าไม่ แต่เป็นตัวเจ้าเอง"
"แต่ความลับนั้นกำลังไล่ล่าหม่อมฉันอยู่ทุกค่ำคืนเพคะ!" เฟยหลันขึ้นเสียงเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว "หม่อมฉันข้ามผ่านห้วงเวลาและความตายมาได้ ก็เพื่อมาหาคำตอบนี้... พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาห้าม"
เพล้ง!
เสียงกระเบื้องบนหลังคาหหอคัมภีร์ด้านบนแตกกระจายดังสนั่น พร้อมกับเงาร่างสีดำนับสิบพุ่งทะยานลงมาจากช่องระบายอากาศ อาวุธลับนับสิบเล่มพุ่งตรงเข้ามาหมายเอาชีวิตของคนทั้งคู่ในพริบตาเดียว!
หลี่จื่อเหยาดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แนบอกด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่ประจำกายออกจากฝักด้วยมืออีกข้าง สะบัดเพียงครั้งเดียวประกายไฟก็สว่างวาบปัดป้องอาวุธลับเหล่านั้นจนร่วงกราวลงกับพื้น
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการลอบสังหารนั้น ประตูบานใหญ่ของหอคัมภีร์ก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่าเท้าของใครบางคน แสงจันทร์สาดส่องร่างของราชองครักษ์หลวงที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับราชโองการลับสีทองอร่ามในมือ
"พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้จับกุมตัวคุณหนูจินเฟยหลัน ข้อหาซ่องสุมกำลังและครอบครองตำราต้องห้ามกบฏแห่งแผ่นดิน!"
หลี่จื่อเหยาหรี่ตามองราชโองการในมือขององครักษ์ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นอย่างน่ากลัว เขาก้มลงกระซิบข้างหอเฟยหลันที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบขาดดั่งประกาศิต
"ดูเหมือนว่าหมากกระดานนี้... จะถูกเดินเร็วกว่าที่เราคาดไว้เสียแล้ว เจ้ากล้าพอที่จะเดิมพันชีวิตกับข้าในคืนนี้หรือไม่... พระชายาของฉัน"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ครับ
เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 16
ปริศนาในหอคัมภีร์
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!