กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่อิ้งฝังดินปีลึกยังคงลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าความสนใจทั้งหมดในยามนี้ไม่ได้อยู่ที่รสชาติของใบชา หากแต่อยู่ที่รอยหมึกสีชาดบนแผ่นกระดาษสาบางเบาแผ่นนั้น... จดหมายลับจากสำนักราชตระกูลที่ถูกลมพัดเปิดออก เผยให้เห็นตราประทับรูปพยัคฆ์ลายเมฆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของกองกำลังนอกด่านที่ควรจะสูญสลายไปตั้งแต่ศึกปราบกบฏเมื่อสิบปีก่อน
แววตาของหลี่จื่อเหยา หรือท่านอ๋องเจ็ด หรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นด้ายสีดำสนิท ดั่งเหยี่ยวราตรีที่กำลังจ้องมองเหยื่อในความมืด ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักดิ้นทองเข้ม จนทำให้อากาศรอบศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ราวกับลดต่ำลงจนเกือบกลายเป็นน้ำแข็ง
"ช่างบังเอิญเสียจริง..."
สุ้มเสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกที่ยกยิ้มขึ้นเพียงนิด ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มันคือรอยยิ้มของพชรที่เคลือบยาพิษ คมกริบ และพร้อมจะเฉือนคอหอยผู้ใดก็ตามที่กล้าเล่นเกมข้ามหน้าข้ามตาเขา
ในขณะเดียวกัน จินเฟยหลัน ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปเพียงช่วงตัว ภายใต้ชุดกระโปรงยาวสีขาวปักลายดอกเหมยสีแดงเลือดนก ขยับกายเล็กน้อย นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อรัศมีกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘ขุมอำนาจเงา’ แห่งราชสำนักแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองหยดหมึกบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนานกไม้ใบหญ้าทั่วไป
"ท่านอ๋องทรงกังวลเรื่องตราประทับ หรือกังวลว่าชื่อผู้ส่งในบรรทัดสุดท้าย จะเป็นคนใกล้ตัวที่ท่านไว้ใจที่สุดกันแน่ล่ะครับ"
คำพูดของนางเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความเงียบ หลี่จื่อเหยาชะงักไปเล็กน้อย เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับสตรีเบื้องหน้า ดวงตาคมกราบคู่นั้นเต็มไปด้วยความแปลกใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งงบ ปกติแล้ว มีน้อยคนนักที่จะกล้าต่อปากต่อคำกับเขาในยาระยะประชิดเช่นนี้ ยิ่งเป็นเรื่องลับทางการเมือง ยิ่งไม่มีสตรีสติปัญญาใดกล้าล่วงล้ำเข้ามาถึงเขตแดนความคิดของเขา
"เจ้าดูออกหรือว่าข้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่, เฟยหลัน" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งระแวง ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลัง กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายเลือดจางๆ ที่ติดตัวเขามาจากการทำราชกิจลับโชยเข้าจมูกนาง
"หม่อมฉันเป็นเพียงแพทย์ผู้เยียวยาผู้คน... แต่บางครั้ง โรคร้ายในราชสำนักก็มักจะเริ่มต้นจากแผลเน่าเฟะที่ถูกซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าแพรพรรณชั้นดี" จินเฟยหลันไม่ถอยหลังหนี นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ปลายจมูกห่างกันเพียงคืบ ร่างกายของทั้งคู่ถูกล้อมรอบด้วยระเบียงไม้โบราณที่ทอดยาวลงสู่สระบัวกว้างใหญ่ ละอองน้ำยามสายพัดพาความเย็นเยียบเข้ามากระทบผิวแก้ว
หลี่จื่อเหยาหรี่ตาลงมองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณาอีกครั้ง นางงามสง่า ทว่ามีความดุดันและเยือกเย็นซ่อนอยู่ภายใต้ความนتقลอยตัว ความสามารถในการมองเห็น "สิ่งที่ไม่ควรเห็น" ของนาง ทำให้เขารู้สึกได้ว่าสตรีผู้นี้ไม่ได้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของเขา หากแต่นางคือผู้เล่นอีกคนหนึ่งที่กุมกุมความลับบางอย่างไว้เช่นกัน
"เจ้ากล้าดียังไงมาเปรียบราชสำนักกับแผลเน่าเฟะ" ท่านอ๋องเอ่ยเสียงกระซิบพร่าข้างใบหูของนาง ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าขาวเนียน ทว่าไร้ซึ่งความวาบหวามทางกามารมณ์ มีเพียงการหยั่งเชิงและทดสอบจิตใจ
"หากไม่เน่าเฟะ... ท่านอ๋องคงไม่ต้องส่งสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารเช่นนั้นไปยังจดหมายใต้นั่นหรอกกระมังครับ" จินเฟยหลันตอบกลับอย่างไม่สะทกสะทราน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของบุรุษผู้เยือกเย็นดั่งศิลากระตุกวูบไปชั่วขณะ
บรรยากาศรอบศาลาริมน้ำเงียบงัดลงทันทีกระทันหัน มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวและเสียงปลาคาร์ฟแหวกว่ายผิวน้ำ ทันใดนั้นเอง แสงแดดที่สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำก็สะท้อนเงาประหลาดสายหนึ่งขึ้นมาบนเสาไม้โบราณ เงาร่างของสตรีในชุดโบราณที่ไม่มีศีรษะ กำลังยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของหลี่จื่อเหยา!
ดวงตากลมโตของจินเฟยหลันวูบไหว นางเห็นรอยเลือดสีดำไหลหยดลงมาจากเพดานศาลาลงบนไหล่กว้างของท่านอ๋อง อาถรรพ์รุนแรงกำลังก่อตัวขึ้น ณ ใจกลางเรือนหลังนี้ อาณาเขตของวิญญาณอาฆาตที่เชื่อมโยงกับจดหมายลับฉบับนั้นโดยตรง!
หลี่จื่อเหยารับรู้ได้ถึงความผิดปกติของอุณหภูมิรอบตัวที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว เขายังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด จินเฟยหลันก็ยื่นมือเรียวบางออกไปคว้าข้อมือหนาของเขาไว้แน่น กระชากตัวเขาให้หลบไปด้านข้างอย่างแรงในเสี้ยววินาที
*ฉับพลัน!*
คานไม้แกะสลักขนาดใหญ่พังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา ทั้งสองร่างล้มกลิ้งลงไปบนพื้นศาลา ฝุ่นผงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางเศษซากไม้ที่แตกกระจาย มีรอยมีดสั้นอาบยาพิษปักอยู่บนพื้นตรงจุดที่หลี่จื่อเหยา দাঁড়อยู่เมื่อครู่พอดิบพอดี!
ไม่ใช่แค่ภัยจากการเมือง... แต่ที่นี่กำลังถูกรุกรานด้วย "บางสิ่ง" ที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของมนุษย์
หลี่จื่อเหยาโอบเอวบางของหญิงสาวไว้แน่นเพื่อปกป้องจากเศษไม้ที่กระเด็นมา ดวงตาคมกราบกวาดมองไปรอบกายด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในชีวิต ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามคำถามใดออกไป ปลายพู่กันโบราณที่ตกอยู่บนพื้นก็ขยับเขียนข้อความหวัดๆ ขึ้นมาเองด้วยคราบเลือดสดๆ บนแผ่นกระดาษอีกแผ่นโดยไม่มีผู้ถือ
*‘ผู้ส่งจดหมาย... กำลังยืนอยู่ข้างหลังพวกเจ้า’*
จินเฟยหลันก้มมองตัวอักษรนั้น แววตาของนางไหววูบ นางค่อยๆ หันกลับไปมองช้าๆ ตามคำเตือนของภูตผีเบื้องหลัง... และสิ่งที่สะท้อนเข้ามาในดวงตาของนาง คือเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองโบราณที่ตั้งอยู่มุมศาลา เงาของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มอันคุ้นเคยที่ทำให้ลมหายใจของนางแทบหยุดชะงัก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ
เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 3
รอยยิ้มของท่านอ๋อง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!