เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 2

อาคมล้างจวน

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
..."เจอตัวแล้ว... ท่านพี่..." เสียงกระซิบอันแผ่วเบาราวกับล่องลอยมาจากขุมนรกโลกันต์ ก้องสะท้อนอยู่ภายในห้องโถงมืดทึบของเรือนรับรอง ท่ามกลางกลิ่นอายความอับชื้นของหยาดฝนที่ยังคงเกาะกะอยู่ตามชายคาไม้สักทอง จินเฟยหลันยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แสงจากตะเกียงน้ำมันหอมระเหยสั่นไหววูบวาบตามแรงลมราตรีที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลัก ดวงตาคู่งามลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง ทอดมองไปยังถ้วยชาลายครามที่ส่งไอระเหยกรุ่น ทว่าภายในนั้นกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยพิษร้ายแรงจากแดนใต้—พิษ "มัจจุราชไร้เงา" ที่หากผู้ใดได้ลิ้มลองแม้เพียงหยดเดียว เลือดลมในกายจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง และสิ้นใจอย่างทรมานภายในสามก้านธูปโดยไม่ทิ้งร่องรอย ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างอวบอัดของฮูหยินรองหม่าซื่อ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอันเสแสร้งและถาดขนมมงคลในมือ ด้านหลังของนางคือชุนฮวา สาวใช้คนสนิทผู้มีแววตากระวนกระวายใจและซ่อนความอาฆาตมาယ်ไว้ภายใต้ท่าทีนอบน้อม "พี่หญิง... ดึกปานนี้แล้ว เหตุใดยังไม่พักผ่อนเล่าเจ้าคะ" เสียงของหม่าซื่อหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันที่ไม่อาจปิดมิด "ข้าเห็นว่าท่านเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ อาจยังปรับตัวกับบรรยากาศในจวนอ๋องไม่ได้ จึงตั้งใจนำชาและขนมบัวหิมะมาให้ท่านทานเพื่อสงบจิตใจ... เชิญดื่มเสียเถิดเจ้าคะ จะได้นอนหลับฝันดี" เฟยหลันไม่แม้แต่จะหันไปมองนาง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยังคงยืนทอดกายสงบนิ่ง ราวกับรูปสลักหยกหิมะ นางเพียงแต่ยกปลายนิ้วเรียวยาวขึ้นสัมผัสขอบถ้วยชาเบาๆ สัมผัสเย็นเยียบของกระเบื้องเคลือบส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสประสาท พร้อมกันนั้น สัมผัสพิเศษจากวิญญาณหมอผีของนางก็พลันตื่นตัวขึ้น เงาดำทมิฬนับสิบดวงที่เกาะกลุ่มกันอยู่ด้านหลังของหม่าซื่อและชุนฮวาต่างส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความกระหายเลือด มันคือภูตผีอาฆาตที่ถูกเหนี่ยวนำมาด้วยพลังงานแห่งความอิจฉาริษยาและจิตใจที่อำมหิต "ชาถ้วยนี้... กลิ่นช่างหอมหวลเสียจริงนะน้องรอง" เฟยหลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "หอมเสียจนข้าเกรงว่า หากดื่มลงไปแล้ว ข้าคงไม่ได้ตื่นขึ้นมาพบกับแสงตะวันในวันพรุ่งนี้อีกเป็นแน่" รอยยิ้มบนใบหน้าของหม่าซื่อแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง แต่นางก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหัวเราะกลบเกลื่อน "พี่หญิงกล่าวสิ่งใดกันเจ้าคะ? ข้าเป็นเพียงน้องสะใภ้ผู้หนึ่ง ไฉนเลยจะกล้าทำเรื่องอกุศลเช่นนั้น..." "เจ้าไม่กล้ากระนั้นหรือ?" เฟยหลันหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่คมกริบราวกับใบมีดกวาดมองสองนายบ่าวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ชุนฮวา... เงยหน้าขึ้นมามองข้าสิ" สาวใช้ชุนฮวาสสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ราวกับมองทะลุปรอดเข้าไปถึงก้นBึ้งจิตใจของเฟยหลัน นางรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ขาพานอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "ข... ข้า..." ชุนฮวาอึกอัก พูดไม่ออก "เจ้าเป็นคนจัดเตรียมถ้วยนี้เองกับมือไม่ใช่หรือ? เจ้าคงไม่รู้สินะว่า พิษมัจจุราชไร้เงานี้ แม้จะไร้สีไร้กลิ่น แต่มันมีปฏิกิริยากับ 'ผงวิญญาณอาฆาต' ที่ข้าโรยไว้รอบห้อง..." เฟยหลันก้าวเดินเข้าไปช้าๆ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ดัง ก๊อปแก๊ป ดั่งเสียงฆ้องประหารชีวิตในลานประหาร "ผู้ใดที่ถือครองหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิษนี้ ร่างกายของผู้นั้นจะเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าจางๆ ออกมา... ได้กลิ่นหรือไม่? กลิ่นของความตายที่กำลังคืบคลานเข้าหาพวกเจ้าอย่างไรเล่า" หม่าซื่อหน้าถอดสีทันที นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจเมื่อตระหนักว่าแผนการอันแนบเนียนของตนถูกเปิดโปงเสียแล้ว "เหลวไหล! เจ้ากำลังกล่าวหาพวกเราอย่างไร้หลักฐาน!" หม่าซื่อแผดเสียงตวาดเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว "ในจวนอ๋องแห่งนี้ ข้าคือฮูหยินรองที่ท่านอ๋องทรงให้เกียรติ เจ้าเป็นใครกัน ถึงกล้ามากล่าวหาข้าด้วยเรื่องงงงายเช่นนี้!" "หลักฐานงั้นหรือ?" เฟยหลันแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจจนหม่าซื่อถึงกับผงะ นางสะบัดแขนเสื้อขึ้นครั้งหนึ่ง อาคมคุ้ม ภัยที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าก็ทำงานทันที อักขระโบราณสีทองเรืองแสงวาบขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของหม่าซื่อและชุนฮวาไว้ราวกับกรงขังล่องหน แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของทั้งสองจนต้องทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นเสียงดัง *ตุบ!* ทันใดนั้นเอง ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับภาพวาดจากกระจกเงาวิเศษ ภาพของชุนฮวาที่กำลังแอบเทผงสีดำลงในกาชาป้านนั้น พร้อมกับเสียงสนทนาระหว่างหม่าซื่อและสาวใช้ที่สั่งการอย่างเลือดเย็นเพื่อให้กำจัดเสี้ยนหนามอย่างนางให้พ้นทาง *— "จัดการนางเสีย หากปล่อยไว้นานไป ตำแหน่งฮูหยินเอกของจวนอ๋องแห่งนี้ จะไม่มีวันตกเป็นของเจ้าหรือลูกของข้าเป็นอันขาด!"—* เสียงสนทนาที่ก้องกังวานไปทั่วห้องทำให้หม่าซื่อใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง นางอ้าปากพะงาบๆ ราวกับปลาขาดน้ำ ความลับทั้งหมดถูกเปิดเผยกลางแสงสว่างโดยไม่ต้องใช้คำเค้นหาใดๆ เพิ่มเติม "น้องรอง... เจ้าช่างใจกล้าเสียจริง กล้าแม้กระทั่งวางยาพิษคนของท่านอ๋องในอาณาเขตของจวนแห่งนี้" เฟยหลันก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของหม่าซื่อให้เงยขึ้นสบตา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและเด็ดขาด "เจ้าคิดว่าท่านอ๋องหลี่จื่อเหยา จะทรงลงทัณฑ์ผู้ที่บังAาอาจล้ำเส้นเช่นนี้อย่างไรดีเล่า?" "อย่า... ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย พี่หญิง! ข้า... ข้าถูกความโลภครอบงำ ได้โปรดเมตตาด้วย!" หม่าซื่อปล่อยโฮออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางเอื้อมมือหมายจะคว้าชายเสื้อของเฟยหลันเพื่ออ้อนวอนขอความปรานี ทว่า ในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องก็พลันหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความเยือกเย็นอันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาจากทางประตูใหญ่ที่ปิดสนิท ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง โดยปราศจากแรงลมภายนอก เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินยวงก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า รองเท้าบูทหนังสีดำสนิทเหยียบลงบนพื้นไม้ทีละก้าวอย่างมั่นคงและทรงพลัง ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่านราวกับเวลาถูกแช่แข็ง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในดินแดนแห่งนี้—ท่านอ๋องหลี่จื่อเหยา ดวงตาคมปลาบดั่งพญายมกวาดมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจ ราวกับพระองค์ทรงล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ก่อนแล้ว รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายจนหม่าซื่อและชุนฮวานอนหมอบราบไปกับพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง หลี่จื่อเหยาก้าวมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังร่างของเฟยหลัน ปลายนิ้วมือหนายื่นออกไปสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา ทว่าสายตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พุ่งตรงไปยังร่างของหม่าซื่อที่กำลังสั่นสะท้าน "กล้าดียังไง..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังดั่งอสุนีบาตฟาดลงกลางใจ "กล้าลงมือในเรือนของชายาข้า..." หม่าซื่อตัวสั่นเทิ้มจนแทบสิ้นสติ นางรู้ดีว่าจุดจบของคนในจวนอ๋องที่กล้าท้าทายอำนาจของหลี่จื่อเหยานั้นมีสภาพเช่นไร ทว่า ก่อนที่ท่านอ๋องจะทันได้เอ่ยคำสั่งประหารชีวิต สายตาของหลี่จื่อเหยากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนโต๊ะ— จดหมายลับฉบับหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้ถาดชา ซึ่งเพิ่งถูกลมพัดเปิดออกเผยให้เห็นตราประทับลับจากสำนักราชตระกูลที่เชื่อมโยงกับกบฏนอกด่าน... และชื่อผู้ส่งที่ประทับอยู่บรรทัดสุดท้าย ทำให้แววตาเยือกเย็นของท่านอ๋องหรี่แคบลงทันที ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันลี้ลับนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%