ปลายมีดสั้นเหล็กกล้าตอกลายวิจิตร ด้ามประดับหยกไข่มุกราตรี จ่อแนบอยู่เหนือเส้นชีพจรบนลำคอระหงของจินเฟยหลันอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งความลังเล
"เจ้ากล้าดึงดันจะเดิมพันด้วยชีวิตของคนทั้งตระกูลจิน เพื่อแลกกับการลากข้าลงจากหفุเหวแห่งอำนาจนี้เชียวหรือ เสนาบดีจินช่างสั่งสอนบุตรสาวได้ดีเสียจริง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยขึ้นจากเบื้องหลัง หลี่จื่อเหยา (อ๋องเจ็ด) ผู้กุมอำนาจเงาครึ่งหนึ่งของราชสำนัก ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะต้นคอไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมของจินเฟยหลันยังคงทอประกายราบเรียบ สะท้อนเงาเปลวเทียนสีส้มที่ไหวระริกในตำหนักบูรพา
นางไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้คมมีดเฉือนผิวเนื้อจนหยดเลือดสีชาดซึมไหลลงมาตามเรียวคอขาวผ่อง ตัดกับอาภรณ์ปักดิ้นทองโบราณอย่างน่าสลดใจ แต่นั่นคือหมากตาทรงพลังที่สุดที่นางเลือกเดินในคืนนี้
"ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ... หม่อมฉันไม่ได้เดิมพันด้วยตระกูลจิน เพราะพวกเขาตายไปนานแล้วในความทรงจำของหม่อมฉัน สิ่งที่หม่อมฉันกำลังเดิมพันอยู่... คือลมหายใจของพระองค์ต่างหาก"
จินเฟยหลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเฉียบคมดั่งคมกริบของใบมีด เสียงหัวเราะในลำคอของบุรุษผู้เยือกเย็นดั่งศิลาก็ดังขึ้นเบื้องหลัง ความกดดันแผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องทรงอักษรแทบหยุดนิ่ง
บรรยากาศรอบกายอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากสุสานโบราณที่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงสัมผัสพิเศษของนาง ท่ามกลางคลื่นลมการแย่งชิงบัลลังก์อันเชี่ยวกราก ทั้งสองต่างยืนอยู่บนปากเหวแห่งความเป็นความตาย หลี่จื่อเหยาปรายตามองหยดเลือดที่ไหลรินด้วยแววתซับซ้อน เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้นางเดินออกจากตำหนักนี้ในฐานะผู้กำชัย ความลับเรื่องสุสานดอกไม้กลางวังหลวงจะสั่นคลอนรากฐานราชบัลลังก์ ทว่าหากลงมือปลิดชีพสตรีผู้นี้ หัวใจด้านชาที่ถูกแช่แข็งมาแรมปีกลับรู้สึกถึงความเจ็บแปลกประหลาดที่ไม่อาจหาคำอธิบาย
"เจ้ามันคือปีศาจจำแลงกายมา หลันเอ๋อร์" หลี่จื่อเหยากระซิบชิดริมใบหูของนาง น้ำเสียงเจือความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความโหดเหี้ยม
"หากหม่อมฉันเป็นปีศาจ ท่านอ๋องก็คือยมทูตที่กุมโซ่ตรวนแห่งความตาย... เราสองคนต่างหากที่เหมาะสมจะอยู่บนขุมนรกนี้ด้วยกัน"
จินเฟยหลันเอี้ยวคอเล็กน้อย ปล่อยให้คมมีดบาดลึกขึ้นอีกนิดจนเลือดไหลอาบ แต่รอยยิ้มที่มุมปากของนางกลับงดงามราวดอกไม้ยามวิกาลที่เบ่งบานบนกองศพ นางกำลังใช้ชีวิตของตนเองเป็นเดิมพันก้อนสุดท้าย เพื่อบีบให้ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นต้องตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์—ระหว่างการปกป้องราชบัลลังก์ด้วยมือที่เปื้อนเลือด หรือการยอมจำนนต่อสตรีผู้กุมหัวใจและวิญญาณของเขา
ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระทึก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกะทันหันที่นอกประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ปลดท่านอ๋องเจ็ดและควบคุมตัวคุณหญิงจินเฟยหลัน ข้อหาสมรู้ร่วมคิดในคดีอาถรรพ์สุสานหลวง!"
หลี่จื่อเหยาชะงัก ร ะยับตาคมกริบวาดผ่านความเหี้ยมเกรียมในพริบตา เขาดึงมีดสั้นออกจากลำคอของนางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นเข้าหาตัวแล้วกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากนางอย่างเด็ดขาด "ตามข้ามาทางลับ... คืนนี้ เราจะไปชำระบัญชีเลือดที่ค้างคาให้จบสิ้น!"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านราตรีอันมืดมิดและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมนี้ไปกับศาลาริมน้ำโบราณนะครับ
เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 26
เลือดที่ต้องสังเวย
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!