เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 22

ปะทะคมกระบี่และอาคม

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายสาบสางของศพโบราณคละคลุ้งตลบอบอวลอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงคืบคือความตายที่สวมรอยมาในรูปเงาร่างสีดำทะมึน "ระวัง!" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดของหลี่จื่อเหยาตวาดก้องพร้อมกับที่ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักลายมังกรสีเข้มจะพุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้น ร่างของท่านอ๋องเจ็ดสะบัดแขนเสื้อวูบ กระบี่ประจำกายหลุดจากฝักเปล่งประกายสีเงินยวงตัดกับความมืดมิดของเรือนปีกตะวันตก ดาบคมกริบกวัดแกว่งสร้างม่านพลังปราณอัคคีแผดเผาความหนתเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากอาคมมืดได้ในชั่วพริบตา จินเฟยหลันไม่เสียเวลาแม้แต่จะกะพริบตา ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองคราบอักขระมนต์ดำที่สลักอยู่บนอาวุธลับของมือสังหาร มันคือ "ยันต์ผีดิบโลหิต" วิชาไสยเวทร้ายจากดินแดนทางใต้ที่สูญหายไปนานนับร้อยปี ผู้ใช้ต้องแลกมาด้วยอายุขัยและวิญญาณเพื่อควบคุมซากศพที่ยังไม่เน่าเปื่อยให้กลายเป็นเครื่องมือสังหารไร้ความรู้สึก "วิชาเดรัจฉานเช่นนี้ ยังกล้าเอามาอวดต่อหน้าข้ากระนั้นหรือ" เฟยหลันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เย็นเยียบจนน่าขนลุก นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวสะบัดออก ปลายเล็บแตะแต้มด้วยโลหิตจากปลายนิ้วของตนเองที่ร่ายคาถากักขังวิญญาณไว้ล่วงหน้า นางดีดสลัดออกไปกลางอากาศ หยดเลือดกลายเป็นประกายไฟสีครามพุ่งเข้าปะทะกับกลุ่มควันสีเขียวขุ่นที่มือสังหารพ่นออกมา เปรี้ยง! เสียงระเบิดทางไสยเวทดังก้องสะท้านไปทั่วเรือนรับรอง แรงปะทะทำให้ฝุ่นละอองและเศษไม้กระเด็นว่อน หลี่จื่อเหยาขยับกายเข้าประชิดตัวนางโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเหี้ยมเกรียมที่สุดในราชสำนักกลายเป็นโล่กำบังอันแข็งแกร่งให้แก่สตรีเบื้องหลังอย่างแนบเนียน "เจ้าบาดเจ็บหรือไม่ เฟยหลัน" น้ำเสียงของหลี่จื่อเหยาแม้จะยังคงความราบเรียบดั่งน้ำนิ่ง แต่แววตาที่เหลือบมองกลับลุกโชนด้วยโทสะที่ยากจะควบคุม "หม่อมฉันมิได้เป็นอันใดเพคะ... เอ๊ย มิใช่ท่านอ๋อง... ข้ายังปลอดภัยดี" นางเผลอหลุดคำราชาศัพท์ในยามคับขัน แต่วินาทีนี้หาใช่เวลามาใส่ใจเรื่องพิธีรีตอง มือสังหารในชุดดำสี่นายกระโดดลงมาจากขื่อคา ปลายกระบี่ของพวกมันอาบด้วยพิษสีม่วงคล้ำ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณอาฆาตดังระงมออกมาจากตัวดาบ "พวกมันไม่ได้มาเพื่อลอบสังหารธรรมดา" เฟยหลันหรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยสติที่เฉียบคม "เป้าหมายของพวกมันคือการดึงพลังวิญญาณในเรือนนี้ไปปลุกสุสานใต้ดิน... หากเราฆ่าพวกมันที่นี่ เลือดของพวกมันจะยิ่งทำให้พิธีกรรมสมบูรณ์" หลี่จื่อเหยาแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาดุจเหยี่ยววาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียม "เช่นนั้น... ข้าก็เพียงแค่ต้องส่งพวกมันกลับไปสู่ปรภพโดยไม่ให้หยดเลือดสักหยดเดียวตกระพื้นดินก็สิ้นเรื่อง" สิ้นคำประกาศิต ร่างของท่านอ๋องก็พุ่งทะยานออกไปดุจพญาอินทรีขยี้เหยื่อ กระบี่ในมือวาดลวดลายพริ้วไหวแต่ดุดันไร้ปรานี ทุกคราที่คมกระบี่พาดผ่าน ไม่ใช่เพียงแค่เนื้อหนังที่ขาดวิ่น หากแต่ปราณกระบี่อันกล้าแกร่งได้แผดเผาร่างของมือสังหารจนสลายกลายเป็นเถ้าธุลีสีดำลอยหายไปกับสายลม โดยไร้ซึ่งหยดโลหิตแปดเปื้อนพื้นเรือนแม้แต่หยดเดียว ทว่า มือสังหารนายสุดท้ายซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม กลับอาศัยจังหวะที่หลี่จื่อเหยาพัวพันอยู่กับสมุน พลิកตัวกลางอากาศแล้วซัดปัดตะפדอาคมรูปทรงประหลาดเข้าใส่ร่างของจินเฟยหลันโดยตรง! ปัดกวาดไม่ทันการณ์! แผ่นยันต์สีดำสนิทพุ่งตรงเข้าปะทะหน้าอกของนางอย่างจัง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากปากของมือสังหารที่สภาพร่างกายเริ่มเน่าเปื่อยทีละน้อย "ฮ่าๆๆ... โดน 'ยันต์กลืนวิญญาณ' เข้าไป ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ไม่รอด สตรีผู้นี้จะต้องกลายเป็นภาชนะรับความแค้นของภูตผีในสุสานหลวง!" จินเฟยหลันเซถอยหลังไปสองก้าว ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยลิ่มน้ำแข็ง ความเย็นเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่หัวใจ เสียงกระซิบโหยหวนนับร้อยนับพันดังขึ้นในโสตประสาท ดึงนางดิ่งจมลงสู่ห้วงมืดแห่งความทรงจำอันเจ็บปวดที่นางพยายามกลบฝังไว้ "เฟยหลัน!" หลี่จื่อเหยาพุ่งเข้ามาคว้าตัวนางไว้ได้ทันท่วงที อ้อมแขนแกร่งโอบประคองร่างบางที่เริ่มสั่นเทา ท่านอ๋องผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอต่อผู้ใด บัดนี้กลับมีแววตาร้อนรนระคนตระหนกอย่างเห็นได้ชัด นิ้วมือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อแตะลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อของนาง "ข้า... ไม่เป็นไร..." นางฝืนเค้นเสียงกล่าว ดวงตาที่เคยราบเรียบฉายแววดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง "แค่... อาคมชั้นต่ำ..." "เจ้าห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด นี่คือคำสั่ง!" หลี่จื่อเหยาคำรามลั่น ขบกรามแน่นจนสันนูน มืออีกข้างกำกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังปราณทั้งหมดในร่างของท่านอ๋องถูกระเบิดออกมาจนเรือนไม้ทั้งหลังสั่นสะเทือน โทสะอันไร้ขีดจำกัดแผ่พุ่งจนภูตผีรอบบริเวณกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและสลายตัวไปในทันที มือสังหารหัวหน้ากลุ่มเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่าบุรุษผู้นี้จะมีพลังปราณราชันย์ที่แข็งแกร่งกล้าถึงเพียงนี้ เพียงแค่จิตสังหารอย่างเดียวก็สามารถทำลายอาคมระดับสูงได้ครึ่งหนึ่งแล้ว หลี่จื่อเหยาค่อยๆ วางร่างของจินเฟยหลันพิงกับเสาเรือนอย่างทะนุถนอม สายตาที่หันกลับไปมองมือสังหารเบื้องหน้านั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความปรานี ดุจดั่งมัจจุราชที่ก้าวออกมาจากขุมนรก "เจ้าบังaนแตะต้องคนของข้า" น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้ง กังวานเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว "เตรียมตัวรับทัณฑ์ทรมานที่แม้แต่ความตายก็ยังต้องร้องขอความเมตตาได้เลย" ทว่า ก่อนที่กระบี่ในมือของหลี่จื่อเหยาจะเด็ดหัวมือสังหารผู้นั้น พื้นเรือนไม้โบราณเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าเดิม เสียงระฆังโบราณจากสุสานหลวงดัง "ก๊อง... ก๊อง..." 3 ครั้งติดกัน ราวกับเป็นการประกาศการตื่นขึ้นของบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า พร้อมกันนั้น ร่างของมือสังหารที่คุกเข่าอยู่ก็สำลักเลือดดำออกมาก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ดวงตาทັງสองข้างกลายเป็นสีดำสนิทไร้แววตา มันหัวเราะคิกคักด้วยเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นเสียงของหญิงชรา "ฮี่ๆๆ... สายเกินไปแล้ว... ประตูสุสานเปิดแล้ว... ท่านอ๋องเจ็ด... พระชายา... พวกท่านไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือแห่งความตายที่รอคอยมาสามร้อยปีนี้ได้หรอก..." สิ้นเสียงนั้น ร่างของมือสังหารก็ระเบิดออกกลายเป็นกลุ่มควันสีเลือดพวยพุ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี กลายเป็นอักษรภาพประหลาดลอยเด่นอยู่เหนือตำหนักของฮ่องเต้ หลี่จื่อเหยาสบถออกมาอย่างหัวเสีย รีบหันกลับมาประคองจินเฟยหลันที่ตอนนี้เปลือกตาเริ่มปิดลงลมหายใจแผ่วเบา ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะอุ้มร่างของนางขึ้นนั้น จินเฟยหลันก็ลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แววตาของหญิงสาวทั่วไป แต่มันคือประกายแสงสีทองจางๆ ที่สะท้อนภาพของ "แผนที่สุสานหลวง" ประทับอยู่ภายในดวงแก้วตาทั้งสองข้าง นางเอื้อมมือเรียวขึ้นแตะริมฝีปากของหลี่จื่อเหยาเบาๆ สกัดกั้นคำพูดร้อนรนของเขาไว้ด้วยรอยยิ้มจางที่มุมปาก "ท่านอ๋อง... อย่าเพิ่งตระหนก..." เสียงของนางแหบพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "พวกมันไม่ได้ต้องการชีวิตเรา... แต่พวกมันต้องการ 'กุญแจ' ที่ข้าซ่อนไว้ต่างหาก... และตอนนี้... กุญแจดอกนั้น... อยู่ในมือของเสด็จพี่ท่านแล้ว..." ดวงตาคมกริบของหลี่จื่อเหยาหรี่แคบลงทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้ ความหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจเมื่อตระหนักได้ว่า หมากตานี้... มิใช่ฝีมือของมือสังหารภายนอก หากแต่เป็นฝีมือของคนผู้ใหญ่ในวังหลวงที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านความมืดมิดนี้มาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%