กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้และกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในตำหนักหงส์เหิน ยามนี้ราตรีล่วงเข้าสู่ยามสาม (00.00-01.59 น.) ความเงียบสงัดภายนอกถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของราชองครักษ์เกราะทองที่เดินตรวจตราอย่างเข้มงวด ทว่าภายในห้องบรรทมส่วนใน กลับไร้ซึ่งความอบอุ่นของฮองเฮาผู้กุมอำนาจสตรีแห่งแผ่นดิน มีเพียงร่างระหงของจินเฟยหลันที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะประดับมุกฝังลายวิจิตร สายตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยววาดมองผ่านม่านมุกโปร่งไปยังร่างของฮองเฮาซูหนิงผู้กำลังประทับนั่งบนตั่งทองด้วยพระพักตร์ซีดเผือด
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงบังaานก้าวเข้ามาในตำหนักหงส์เหินยามวิกาลเช่นนี้... เฟยหลัน!"
พระสุระเสียงของฮองเฮาแฝงไปด้วยความหวาดหวั่น แม้จะพยายามรักษาพระอิริยาบถให้สูงส่งเพียงใดก็ตาม ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมปลอกเล็บทองคำยาวระหงสั่นเทาเล็กน้อยยามกุมชายฉลองพระองค์ปักลายหงส์ทอง
จินเฟยหลันมิได้สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเยือกถึงไขสันหลัง ดั่งดอกเหมันต์ที่ผลิบานท่ามกลางหิมะสีเลือด นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง
"หม่อมฉันเพียงแต่นำ 'ของขวัญ' มาถวายแด่พระองค์... ของขวัญที่พระองค์ทรงเฝ้ารอคอยมาตลอดสามราตรีที่ผ่านมาเพคะ"
จินเฟยหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ นางวางกล่องไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายดอกโบตั๋นลงบนโต๊ะ ช้าๆ และมั่นคง
ฮองเฮาซูหนิงทอดพระเนตรกล่องใสนั้นด้วยความระแวง พระเนตรเบิกกว้างขึ้นเมื่อทรงจำตราประทับตระกูลเดิมของพระองค์บนกล่องได้ "นั่นมัน... สาส์ลับจากชายแดนตระกูลซู! เจ้าไปเอามาจากที่ใด!"
"พระองค์ทรงปรีชาสามารถ ไฉนจึงหลงลืมไปเล่าเพคะว่า กุญแจดอกสำคัญที่ใช้เปิดห้องลับใต้ดินสำนักราชตรวจ หาใช่เงาขององครักษ์ไม่ หากแต่เป็น 'บัญชีรายชื่อ' ที่พระองค์ทรงใช้ติดสินบนขุนนางฝ่ายคู้เพื่อแลกกับการซุกซ่อนสุสานดอกไม้กลางวังหลวง" จินเฟยหลันโน้มตัวเข้าไปกระซิบชิดพระ कर्ण (ใบหู) ของฮองเฮา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "และบัดนี้... บัญชีเล่มนั้น ได้ตกอยู่ในมือของอ๋องเจ็ดเรียบร้อยแล้วเพคะ"
เพล้ง!
ถ้วยชาหยกขาวร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้น พระพักตร์ของฮองเฮาถอดสีจนขาวซีดราดกระดาษ "เจ้า... เจ้ากล้าหักหลังเป้าหมายของข้า! เจ้าเป็นเพียงแค่หมอผีไร้หัวนอนปลายเท้า คิดหรือว่าจะต่อกรกับอำนาจของตระกูลซูได้!"
"อำนาจหรือเพคะ?" จินเฟยหลันยืดตัวขึ้นตรง สายตาสาดประกายความเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "สิ่งที่พระองค์เรียกว่าอำนาจ แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่โครงกระดูกที่ถูกกลบฝังไว้ใต้ซากศพของสนมเอกในอดีตเท่านั้น มิใช่หรือเพคะ? วิญญาณของพวกนาง... ที่ถูกพระองค์ฝังทั้งเป็นใต้พื้นตำหนักหงส์เหินแห่งนี้ กำลังกรีดร้องขอความเป็นธรรมอยู่ทุกค่ำคืน พระองค์ทรงได้ยินมันบ้างหรือไม่?"
บรรยากาศภายในห้องบรรทมพลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟในตะเกียงสำริดวูบไหวเป็นสีเขียวมรกต เงาร่างนับสิบปรากฏขึ้นตามมุมห้อง เป็นเงาร่างโปร่งแสงของสตรีในชุดนางกำนัลโบราณที่ต่างส่งเสียงร่ำไห้ระงม ฮองเฮาซูหนิงหวีดร้องสุดเสียง ถอยร่นจนแผ่นพระapติดกับผนัง พระเนตรเบิกค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อทรงเห็นเงาร่างหนึ่งก้าวเดินทะลุกำแพงเข้ามาหา พระนางทรงตระหนักแล้วว่า บัดนี้ความลับทั้งหมดได้ถูกเปิดโปง และไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของความตายหรือความพินาศได้เลย
ในขณะนั้นเอง ประตูตำหนักหงส์เหินก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลัง
หลี่จื่อเหยา (อ๋องเจ็ด) ก้าวเข้ามาในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายมังกรทะยานฟ้า ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักเยือกเย็นดั่งภูเขาน้ำแข็ง ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพความโกลาหลภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของจินเฟยหลันผู้ยืนสง่างามอยู่ท่ามกลางหมู่ภูตผี
"ถวายพระพรท่านอ๋องเจยา..." ฮองเฮาซูหนิงผู้ตื่นตระหนกพยายามคลานเข้าไปหาหวังจะยึดเหนี่ยวอำนาจเฮือกสุดท้าย "เจ้าเด็กเหลือขอ... เจ้ากล้าบุกรุกตำหนักหงส์เหิน..."
"หม่อมฉันมิได้บุกรุกพ่ะย่ะค่ะ... หม่อมฉันเพียงแต่มาทำตามราชโองการลับของเสด็จพ่อ ในการตรวจสอบการทุจริตและคดีฆาตกรรมอำพรางในวังหลัง" หลี่จื่อเหยาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรงแม้แต่น้อย เขาสบตากับจินเฟยหลันเพียงเสี้ยววินาที เคมีอันลึกซึ้งและรู้ใจถูกส่งผ่านความเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่—ดั่งพยัคฆ์คู่เคียงบัลลังก์ที่ร่วมกันตลบหลังเหยื่อจนมุม
ราชองครักษ์นอกตำหนักก้าวเข้ามาคุกเข่าประสานมือพร้อมกัน "ทูลท่านอ๋อง ค้นพบหลักฐานสาส์นกบฏและรายชื่อขุนนางทุจริตในห้องลับของตำหนักหงส์เหินแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่จื่อเหยาปรายพระเนตรมองฮองเฮาผู้ทรุดกายลงร่ำไห้หมดสภาพ ก่อนจะเอ่ยประกาศิตด้วยน้ำเสียงกังวานดั่งอสุนีบาต
"ฮองเฮาซูหนิงทรงกระทำความผิดร้ายแรง ฝ่าฝืนกฎมณเฑียรบาล ซุกซ่อนอาวุธและสมคบคิดกับกบฏ อาศัยอำนาจในทางมิชอบ สั่งปลดจากตำแหน่งฮองเฮาเป็นการชั่วคราว! ให้คุมตัวไปกักบริเวณขั้นเด็ดขาด ณ ตำหนักเย็นบูรพา ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยมเด็ดขาดจนกว่าจะมีราชโองการใหม่!"
"ไม่! เจ้าไม่มีสิทธิ์! ปล่อยข้า!" พระสุระเสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งดังสะท้อนก้องตำหนักหงส์เหิน ทว่าไร้ซึ่งผู้ใดกล้าเข้าช่วยเหลือ ร่างของฮองเฮาถูกองครักษ์หิ้วปีกออกไปอย่างไร้เยื่อใย
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ตำหนักอีกครั้ง เหลือเพียงจินเฟยหลันและหลี่จื่อเหยาที่ยืนประจันหน้ากันท่ามกลางกลิ่นอายของชัยชนะอันหอมหวาน
หลี่จื่อเหยาค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาว กลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและอบอุ่นโอบล้อมร่างบางไว้ เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา
"เจ้าเล่นบทนี้ได้แนบเนียนยิ่งนัก... เฟยหลันของข้า ทำให้ข้าแปลกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
จินเฟยหลันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ท่านอ๋องทรงชมเกินไปแล้วเพคะ... เกมกระดานนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในสุสานดอกไม้ หาใช่เพียงแค่ความตายของสนมเอกในอดีตไม่..."
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอประกายลึกล้ำชวนค้นหา
"...แต่ทว่า มันคือร่องรอยของ 'พิษโบราณ' ที่กำลังกัดกินราชสำนักจากภายในต่างหากพ่ะย่ะค่ะ"
ทันใดนั้นเอง ภายนอกหน้าต่างตำหนัก มีเงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงขลุ่ยหยกบรรเลงบทเพลงมรณะแผ่วเบา—บทเพลงที่ทำให้วิญญาณทุกดวงในวังหลวงต่างพากันกรีดร้อง และทำให้จินเฟยหลันต้องชะงักกุนซือสาวหันขวับไปมอง พร้อมๆ กับที่หลี่จื่อเหยาชักกระบี่ออกจากฝักในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านราตรีอันมืดมิดนี้มาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ครับ
เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 23
กลลวงนางหงส์
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!