เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 6

จดหมายลับกลางดึก

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอายของกำยานหมึกจีนผสมกับความอับชื้นของกระดาษโบราณลอยวนอยู่ในห้องหนังสือลับของเรือนรับรอง แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดไหววับตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลายดอกเหมย จินเฟยหลันนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม มือเรียวบางดั่งหยกขาวกำลังถือพู่กันขนกระต่ายป่าปลายแหลมเฉียบ แต้มน้ำหมึกสีดำสนิทเพื่อบันทึกวิญญาณอาฆาตที่นางเพิ่งชำระล้างไปเมื่อยามโพล้เพล้ แต่แล้ว สัญชาตญาณของหมอผีผู้ผ่านความตายมาหลายภพชาติก็ทำให้ปลายนิ้วของนางหยุดชะงัก ความเงียบงันในยามวิกาลไม่ได้สงบอย่างที่ควรเป็น เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นเงินแทรกตัวเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ประตูไม้สักถูกปิดลงอย่างนุ่มนวลโดยปราศจากเสียงกระทบ หลี่จื่อเหยา อ๋องเจ็ดผู้เยือกเย็นดั่งศิลาปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า แววตาของเขาคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม รัศมีแห่งอำนาจและความกดดันแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายคล้ายจะหนาแน่นขึ้นหลายเท่าตัว "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... ท่านอ๋องยังไม่ทรงพักผ่อนอีกหรือครับ" เฟยหลันเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกวิญญาณ เสียงของนางเรียบสนิท ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้จะรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้คือผู้กุมชะตาชีวิตของคนครึ่งค่อนเมืองหลวง "หากเปิ่นหวังยังไม่นอน เจ้าเองก็ย่อมไม่มีสิทธิ์หลับใหลเช่นกัน, เฟยหลัน" หลี่จื่อเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้ผู้ฟังต้องยอมเงยหน้าขึ้นสบตา เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนกับกลิ่นจันทร์หอม—กลิ่นอายของเลือด สงคราม และอำนาจที่ล้างผลาญมานับไม่ถ้วน ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำพร่ำเพ้อใดๆ เขาเพียงแต่วางวัตถุชิ้นหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าของนาง มันคือม้วนพระราชโองการผ้าแพรสีเหลืองทองอร่าม ผูกทับด้วยด้ายไหมสีชาดและประทับตราหยกมังกรแดงฉาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งองค์จักรพรรดิ หัวใจของเฟยหลันกระตุกวูบไปชั่วขณะ แม้สีหน้าจะยังคงความเยือกเย็นไว้ได้อย่างแนบเนียน นางเหลือบมองตราประทับนั้นด้วยสายตาที่วิเคราะห์อย่างรวดเร็ว ตราประทับนี้มิใช่ของปลอม... และไม่ใช่พระราชโองการทั่วไปที่ออกผ่านกรมพิธีการหลวง ทว่ามันคือ 'ราชโองการลับ' ที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายตระกูลใหญ่ได้ในชั่วข้ามคืน "พระราชโองการจากเขตชั้นใน... เหตุใดจึงมาตกอยู่ในมือของท่านอ๋องได้เล่าครับ" นางถามพร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "เพราะพระราชโองการฉบับนี้... เขียนขึ้นเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ" หลี่จื่อเหยาเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนม้วนผ้าแพรเบาๆ จังหวะนั้นราวกับเสียงกลองศึกที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของราตรี เขานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ราวกับต้องการอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ภายใน เฟยหลันไม่ได้รีบร้อนที่จะคลี่มันออก นางประสานมือไว้บนตักแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ในยามวิกาลเช่นนี้ หากไม่ใช่พระราชทานสมรส ก็คงเป็นพระราชอาญาประหารชีวิต... ไม่ว่าจะเป็นทางใด ล้วนไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์ทั้งสิ้น" "เจ้าคาดเดาผิดไปถนัดใจ, เฟยหลัน" มุมปากของท่านอ๋องยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่น แต่น่าหลงใหลและอันตรายถึงชีวิต "มันไม่ใช่ทั้งสองอย่าง... แต่มันคือตั๋วเดินทางสู่สุสานหลวงใต้ดิน และคำสั่งแต่งตั้งให้เจ้าเป็น 'ผู้ตรวจการวิญญาณแห่งวังหลวง' อย่างเป็นทางการ" คำว่า 'สุสานหลวงใต้ดิน' ทำให้บรรยากาศรอบกายเปลี่ยนไปในทันที ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาจากพื้นเรือนราวกับมีไอหมอกแห่งความตายลอยละلي่วขึ้นมาโอบล้อมร่างของทั้งสองไว้ สุสานแห่งนั้นคือสถานที่ต้องห้าม เป็นเขตอาถรรพ์ที่ฝังความลับอันดำมืดของราชวงศ์และการนองเลือดเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งเป็นปมในใจที่หลี่จื่อเหยาและนางต่างพยายามไขปริศนามาโดยตลอด นางมองหน้าเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความท้าทายในดวงตาดั่งหินผาที่เผชิญหน้ากับคลื่นลมโหมกระหน่ำ "ท่านอ๋องทรงวางหมากตานี้ไว้ล่วงหน้าแล้วสินะครับ... ใช้พระราชโองการฉบับนี้ผูกมัดมือของหม่อมฉันไว้ เพื่อให้หม่อมฉันต้องยอมก้าวลงไปในหลุมศพที่ท่านขุดรอไว้" "เปิ่นหวังเพียงแต่เปิดประตูทางเข้าให้... ส่วนเจ้าจะเดินเข้าไปแล้วรอดชีวิตกลับมาได้หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้าเอง" หลี่จื่อเหยาโน้มตัวเข้าไปใกล้ แววตาของเขาฉายแววซับซ้อน ทั้งดุดัน หวงแหน และเต็มไปด้วยเดิมพันอันยิ่งใหญ่ "เจ้ากล้าพอที่จะเปิดมันดูหรือไม่... หรือจะยอมก้มหัวรับชะตากรรมที่คนอื่นขีดให้ในฐานะหมอผีไร้ชื่อเสียงผู้หนึ่ง?" เฟยหลันนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับกลิ่นอายของความท้าทายที่หอมหวนที่สุดในชีวิต ก่อนที่เรียวปากบางจะแย้มยิ้มออกมาช้าๆ รอยยิ้มที่ทำให้ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นถึงกับต้องชะงักไปชั่วขณะ มือเรียวยื่นออกไปสัมผัสด้ายไหมสีชาดของพระราชโองการลับฉบับนั้นอย่างมั่นคง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง "ในเมื่อท่านอ๋องอุส่าห์นำทางมาให้ถึงที่... หม่อมฉันมีเหตุผลอันใดเล่าที่จะปฏิเสธเกียรติยศอันตรายเช่นนี้" นางเอ่ยจบและใช้ปลายนิ้วเกี่ยวปมด้ายนั้นออกอย่างใจเย็น ทว่าในวินาทีที่ม้วนผ้าแพรสีทองกำลังจะคลี่ออกเผยให้เห็นข้อความเบื้องลึก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสبيดสายก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากนอกเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาหน้าห้องหนังสือโดยไม่รออนุญาต "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ผนึกศิลาอาถรรพ์ที่สุสานหลวงใต้ดินเกิดรอยร้าว... และ... และมีเงาร่างนับร้อยกำลังมุ่งหน้ามาทางเรือนรับรองนี้ขอรับ!" หลี่จื่อเหยาผุดลุกขึ้นยืนในทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาอย่างดุร้าย เขาหันกลับมามองหน้าจินเฟยหลันที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ท่ามกลางกระดาษพระราชโองการที่เพิ่งถูกคลี่ออกจนเผยให้เห็นอักษรสีเลือดประหลาดที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวบนผืนผ้าแพร ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลิ่นอายจันทราไปกับศาลาริมน้ำโบราณ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%