เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 5

หมากกระดานแรกในจวน

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอายของกำยานมดยอบและชาผู่เอ๋อร์เก่าเก็บลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับไม่สามารถกลบกลิ่นคาวคลุ้งของดินชื้นและซากซากแมลงสาบที่ตายซากอยู่ใต้ถุนเรือนไม้สักทองหลังนี้ได้เลยแม้แต่น้อย จินเฟยหลันป้องปลายเรียวนิ้วเข้าหากันภายใต้แขนเสื้อผ้าแพรปักลายเหมันต์ปักษ์ษา สายตาคมกริบดั่งใบมีดหยกทอดมองแผ่นไม้กระดานสักแผ่นตรงหน้า ซึ่งถูกตอกยึดไว้อย่างแน่นหนาด้วยตะปูทองเหลืองขนาดใหญ่ผิดธรรมชาติ รอบรอยต่อของแผ่นไม้มีคราบสีดำคล้ำซึมแทรกขึ้นมา ราวกับโลหิตที่ถูกกาลเวลากลืนกินจนแห้งกรัง "เจ้าแน่ใจหรือ... ว่าใต้พื้นเรือนของอนุภรรยาจาง มีเพียงแค่สมบัติที่นางแอบซ่อนไว้จากตระกูลเดิม?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารน้ำแข็งดังขึ้นจากเบื้องหลัง หลี่จื่อเหยา (อ๋องเจ็ด) ประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงลายมحสลักอย่างเยือกเย็น พระเนตรคมปลาบดั่งพญายุทธ์จับจ้องแผ่นหลังของสตรีผู้ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าอาถรรพ์ แม้ภายนอกเขาจะดูผ่อนคลายและจิบชาอย่างไม่รีบร้อน ทว่ามือหนาที่กำถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ไว้นั้น กลับบีบแน่นจนข้อนิ้วปรากฏรอยขาวซีด "ของที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นเรือนนี้ หาใช่สมบัติมีค่าที่ใช้แลกด้วยเงินทองไม่พ่ะย่ะค่ะ... หากแต่เป็นสิ่งที่ใช้แลกด้วย 'วิญญาณ' และ 'อายุขัย' ของผู้ที่ก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้" เฟยหลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางหันกลับมาสบพระเนตรกับท่านอ๋องผู้เยือกเย็นด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "หากท่านอ๋องทรงกริ้วที่หม่อมฉันถือวิสาสะนำกองกำลังองครักษ์เงามาค้นเรือนของคนโปรดในจวน... ตอนนี้ทรงสั่งประหารหม่อมฉันได้ทันทีพ่ะย่ะค่ะ" จื่อเหายกมุมโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "เปิ่นหวังเป็นคนใจกว้างพอที่จะไม่ฆ่าหมอผีผู้กำความลับของจวนอ๋อง... ลงมือเสียเถอะ เฟยหลัน เปิ่นหวังอยากรู้ยิ่งนักว่า 'ดอกไม้พิษ' ที่นางจางเลี้ยงไว้ใต้เรือน จะงดงามสักเพียงใด" สิ้นรับสั่งของท่านอ๋อง องครักษ์เงาสองนายก็ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า พร้อมใช้ชะแลงเหล็กงัดแผ่นไม้กระดานสักแผ่นนั้นขึ้น ทันทีที่ตะปูตัวสุดท้ายหลุดออก เสียงกรีดแหลมเล็กคล้ายเสียงแมวเจ็บปวดก็ดังโหยหวนขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับกลุ่มควันสีเขียวหม่นที่พวยพุ่งทะลักขึ้นมาปะทะกับอากาศบริสุทธิ์ในห้องทันที! กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงดั่งซากศพกลางฤดูร้อนกระจายคละคลุ้งไปทั่วเรือน บรรดาบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่รอบนอกต่างพากันเบือนหน้าหนีและอาเจียนออกมาด้วยความสะอิดสะเอียน ทว่าจินเฟยหลันกลับไม่ขยับถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางหยิบยันต์กระดาษสีชาดขึ้นมาสามแผ่น สะบัดข้อมือเบาๆ ให้เปลวไฟลุกท่วมขึ้นก่อนจะโปรยลงไปในหลุมมืดมิดใต้พื้นเรือน "กรี๊ด—!" เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้หญิงดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากใต้ถุน ราวกับมีวิญญาณนับร้อยกำลังถูกแผดเผาด้วยไฟนรก ภายใต้แสงเพลิงสีแดงฉาน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทุกคู่คือ 'หุ่นปั้นดินเหนียว' เกือบสิบลักษณะถูกฝังเรียงรายเป็นวงกลม บนตัวหุ่นทุกตัวถูกเขียนชื่อและวันเดือนปีเกิดของอนุภรรยาและบรรดาอนุอีกหลายคนในจวนอ๋อง รวมถึง... ชื่อของหลี่จื่อเหยาด้วย! ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ตรงใจกลางวงกลมนั้นมีร่างของกุมารทองที่ทำจากซากศพทารกแท้ๆ ถูกมัดตรึงไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์อาคมสีดำสนิท รอบตัวกุมารเต็มไปด้วยตะปูอาคมที่ตอกทะลุผ่านเบ้าตาและหัวใจ เพื่อสะกดและควบคุมจิตใจของเจ้าของชื่อให้ตกเป็นทาสความลุ่มหลงและมอบอำนาจวาสนาให้แก่นางจางแต่ผู้เดียว "อำมหิตนัก..." องครักษ์คนสนิทกัดฟันกรวดด้วยความโกรธแค้น "อนุจางผู้นี้กล้าทำคุณไสยมนต์ดำถึงในจวนอ๋องเชียวหรือ!" จื่อเหายังคงประทับนั่งนิ่งสนิท ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับลดฮวบลงจนหนתเหน็บดั่งยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะกลางเหมันต์ พระเนตรคู่คมกวาดมองหุ่นปั้นเหล่านั้นด้วยความรังเกียจและเหี้ยมเกรียมถึงขีดสุด ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวานและท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัวของอนุจาง บัดนี้ถูกกระชากหน้ากากออกจนหมดสิ้นแล้ว "นางอยู่ที่ไหน?" สุ้มเสียงเยือกเย็นเอ่ยถามขึ้น ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับสะท้านเฮือก "กราบทูลท่านอ๋อง..." องครักษ์อีกนายวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่า "อนุจาง... นางหลบหนีออกทางประตูด้านหลังจวนไปพร้อมกับหีบสมบัติทองคำที่ยักย้ายถ่ายเทจากคลังส่วนตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" จินเฟยหลันย่อกายลงเก็บเศษดินอาคมขึ้นมาพิจารณาเล็กน้อย นางปัดมือเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋องด้วยรอยยิ้มลึกลับ "นางไม่ได้หนีไปไหนไกลหรอกพ่ะย่ะค่ะ... เพราะวิญญาณอาฆาตของเด็กทารกเหล่านี้ ถูกผูกติดไว้กับดวงชะตาของนาง ต่อให้หนีไปสุดขอบฟ้า ก็ยังต้องวนกลับมาตายที่เรือนหลังนี้อยู่ดี" จื่อเหาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระวรกายสง่างามทว่าทรงอำนาจ พระบาทก้าวเข้าไปหยุดยืนเคียงข้างสร่างระหงของสตรีผู้พานพบความลับ นางเงยหน้าขึ้นมองพระองค์ ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ผสานกัน ท่ามกลางกลิ่นอายความตายและมนต์ดำ กลิ่นอายความเสน่หาอันลึกล้ำและอันตรายกลับก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ "เจ้าเก่งมาก... เฟยหลัน" จื่อเหายื่นพระHanaหนาออกไปเชยคางมนขึ้นเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสผิวแก้มนวลเนียนที่สะท้อนกับแสงเพลิงวับแวม "แต่เกมกระดานนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นเดินหมากตาแรกเท่านั้น" ทันใดนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักด้านหน้าเรือนก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังลมปราณอันรุนแรง! ร่างสูงโปรดของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายหงส์ไฟดิ้นเงิน ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มหมอกควันยามวิกาล ใบหน้าคมคายดั่งเทพเซียนสลักแต่แฝงด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน กลิ่นอายอำนาจที่กดดันจนผู้คนแทบหายใจไม่ออกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "ฮ่าๆๆๆ... น้องเจ็ด เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริงที่ปล่อยให้ปีศาจสาวนางนี้ปั่นหัวจวนอ๋องจนปั่นป่วน!" หลี่จื่อเฉิง (อ๋องใหญ่) ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระบี่ในมือที่เปื้อนหยดโลหิตสดๆ สองข้างกายมีมือสังหารนับสิบชีวิตยืนคุมเชิงล้อมกรอบเรือนหลังนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว สายตาคมกราบกวาดมองไปที่หุ่นปั้นมนต์ดำและร่างของจินเฟยหลันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไหนล่ะ... หลักฐานที่จะล้มล้างอำนาจของตระกูลจาง? หรือว่า... พวกเจ้ากำลังช่วยกันจัดฉากฆ่าปิดปากอนุภรรยาผู้น่าสงสารกันแน่!" ________________________________________ *(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลิ่นอายจันทราไปกับศาลาริมน้ำโบราณ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ)*
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%