เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 34

ค่ำคืนแห่งการตัดสินใจ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
ปลายกระบี่โลหิตชุ่มโชกสะท้อนเงาจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลายดอกโบตั๋น กลิ่นอายสนิมเหล็กคาวคลุ้งปะปนกับกลิ่นธูปหอมหมื่นลี้ในห้องหนังสือลับของจวนอ๋องเจ็ด ยามนี้ไม่มีเสียงร้องครวญคราง มีเพียงเสียงลมหายใจผ่าวร้อนและหยดโลหิตที่หยดติ๋งลงบนพื้นไม้เนื้อดี เสียงดังราวกับนาฬิกาทรายแห่งความตายกำลังนับถอยหลัง จินเฟยหลันยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทรงอักษร อาภรณ์สีขาวปักลายหงส์เงินพลิ้วไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านบานประตูซึ่งถูกพังทลายลงด้วยกำลังภายในอันมหาศาล ดวงตาคู่คมกริบของนางมิได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายเยือกเย็นราวกับผิวน้ำในบึงลึกยามราตรี มือเรียวบางจรดพู่กันเขียนอักษรจีนตัวสุดท้ายลงบนกระดาษสา ก่อนจะวางลงอย่างมั่นคง "ช้าไปก้าวเดียว... หรือเจ้าคิดว่าหมากกระดานนี้จะพลิกกลับได้ด้วยศพขององครักษ์เงาพวกนั้นเล่า, องค์ชายรอง" น้ำเสียงใสดุจแก้วเจียระไนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นางมิได้หันกลับไปมองผู้มาเยือนทันที แต่สัมผัสพิเศษทางวิญญาณของนางกรีดร้องเตือนภัยมาตั้งแต่สามเค่อก่อนแล้ว อาถรรพ์ความตายและจิตสังหารที่หนาแน่นระดับนี้ มีเพียงมือสังหารเดนตายจากตำหนักบูรพาและยอดฝีมือลับขององค์ชายรองเท่านั้นที่พกพามาได้ เงาร่างในชุดดำสนิทกว่าสิบนายทะยานผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาดั่งฝูงกาเหว่ากระหายเลือด นำโดย "เฟิงเจี้ยน" มือขวาคนสนิทของผู้ทะเยอทะยานแห่งราชสำนัก แววตาของมันเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความกระหายในอำนาจ "จินเฟยหลัน... เจ้าฉลาดนัก แต่ความเฉลียวฉลาดมักพาให้สตรีอายุสั้นเสมอ" เฟิงเจี้ยนแค่นยิ้มหยัน ปลายกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยพลังลมปราณขั้นสูง "ท่านอ๋องเจ็ดออกไปตรวจราชการนอกเมือง ป่านนี้คงติดกับดักที่เราร่างไว้บนหุบเขาหมื่นอสูรแล้ว เหลือแต่เจ้ากับจวนหลังนี้... ส่งบัญชีลับและศิลาอาถรรพ์สุสานหลวงมาแต่โดยดี ข้าจะละเว้นความทรมานให้แก่เจ้า" เฟยหลันมิได้สะทกสะท้าน นางค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคมกระบี่นับสิบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มือสังหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนยังต้องรู้สึกหนาวเยือกสันหลังวาบ "ท่านคิดว่า... จวนอ๋องเจ็ดแห่งนี้ เป็นศาลาริมทางที่ผู้ใดจะเข้าออกก็ได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือครับ?" คำพูดนั้นไม่ได้ออกจากปากนาง แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันมหาศาลที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุก สิ้นเสียงนั้น ประตูห้องลับด้านในก็เลื่อนเปิดออกช้าๆ หลี่จื่อเหยา (อ๋องเจ็ด) ก้าวเดินออกมาในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายทองคำ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวภูเขาจ้องมองกลุ่มผู้บุกรุกราวกับมองฝูงมดปลวก บนมือหนาสวมแหวนหยกโลหิตที่เปล่งประกายเรืองรองในความมืด เฟิงเจี้ยนหน้าถอดสีทันที "เป็นไปได้อย่างไร! ข่าวกรองบอกว่าเจ้า..." "ข่าวกรองจากสายลับที่ข้าจงใจปล่อยออกไปนะหรือ?" หลี่จื่อเหยาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความระส่ำระสายแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาโอบไหล่บางของจินเฟยหลันไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นจากมือของเขาคือเกราะคุ้ม The Absolute Shield ที่ทำให้นางวางใจ "สุนัขที่ถูกเลี้ยงไว้ให้เห่า ย่อมไม่รู้หรอกว่าเจ้าของมันกำลังถือมีดรอเชือดคออยู่" บรรยากาศในห้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตา จากผู้กุมความได้เปรียบ เหล่ามือสังหารกลับกลายเป็นปลาในอวยที่รอเวลาถูกเค้นเกล็ด "ฆ่ามัน! อย่าให้มันมีชีวิตรอดออกไปได้!" เฟิงเจี้ยนแผดเสียงคำรามสั่งการด้วยความตื่นตระหนก พลังลมปราณระเบิดออกรอบตัว พร้อมกับเงาร่างสีดำที่พุ่งเข้าใส่เป้าหมายตรงหน้าพร้อมกัน ทว่า... ก่อนที่คมกระบี่เล่มแรกจะแตะถึงชายเสื้อของหลี่จื่อเหยา พื้นไม้โบราณรอบตัวพวกมันกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไอเย็นจัดพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นห้อง กลิ่นอายความตายที่จินเฟยหลันสะสมและควบคุมไว้ผ่านค่ายกลอาถรรพ์ "สุสานดอกไม้" เริ่มทำงาน ละอองเกสรดอกไม้สีแดงฉานโปรยปรายลงมาจากเพดาน ราวกับหิมะอาบเลือด จินเฟยหลันหลับตาลงชั่วพริบตา ท่องคาถาอาคมในใจเบาๆ เสียงกระซิบของดวงวิญญาณนับร้อยดังก้องในโสตประสาทของเหล่าผู้บุกรุก ทำให้มือสังหารที่พุ่งเข้ามาต้องชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเหล็ก อาการภาพหลอนจากวิญญาณอาฆาตเข้าเล่นงานจิตใจจนบางคนถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลังภายในธรรมดา... แต่นี่คือสงครามจิตวิทยาและอาถรรพ์ที่หลี่จื่อเหยาและจินเฟยหลันร่วมกันวางแผนตลบหลังศัตรูมานานนับเดือน "จื่อเหยา..." เฟยหลันกระซิบเบาๆ ขณะที่มือข้างหนึ่งแตะลงที่แขนเสื้อของเขา "ปล่อยให้ข้าจัดการพวกสวะเหล่านี้เอง ท่านจดจำเรื่องสำคัญที่เราต้องทำในค่ำคืนนี้เถอะ" หลี่จื่อเหยาปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะมุมปากจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเอ็นดูที่หาดูได้ยาก เขายกมือขึ้นลูบเรือนผมนุ่มสลวยของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับรอบกายมิได้กำลังเกิดศึกนองเลือดแต่อย่างใด "ตามใจเจ้า... แต่อย่าให้พวกมันตายง่ายเกินไปนัก เลือดของพวกมันสกปรกเกินกว่าจะเปื้อนพื้นห้องนี้" สิ้นคำสั่งของท่านอ๋อง เงาร่างขององครักษ์เงาแท้จริงนับร้อยนายก็พังทลายประตูและหน้าต่างเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทางหนีอย่างไร้รอยต่อ ปิดตายจวนอ๋องเจ็ดให้กลายเป็นกรงขังมรณะ เฟิงเจี้ยนถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง ดวงเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่าพวกตนตกหลุมพรางครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตเสียแล้ว ข้อมูลทุกอย่างที่สืบมาเป็นเพียงภาพลวงตาที่ท่านอ๋องและสตรีผู้นี้ร่วมกันถักทอขึ้นเพื่อล่อให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังเข้าสู่จุดเดือด และคมกระบี่ของจินเฟยหลันกำลังจะจรดลงที่ลำคอของหัวหน้ามือสังหาร ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากนอกลานเรือน ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องของขันทีประจำพระราชสำนักที่หน้าซีดเผือด "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ...ห้ามผู้ใดขัดขวาง!" ประตูใหญ่ของห้องหนังสือถูกถีบเปิดออกอีกครั้งโดยขันทีผู้ถือราชโองการประทับตราหยกทองคำ พร้อมกับม้วนกระดาษสีเหลืองทองที่ถูกคลี่ออก ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่หยุดชะงักลง ขันทีเฒ่าหอบหายใจถี่กระชั้น กวาดสายตามองภาพความนองเลือดก่อนจะคุกเข่าลงแล้วประกาศเสียงสั่นเครือว่า "มีพระราชโองการ... ให้ปลดท่านอ๋องเจ็ดออกจากตำแหน่ง และมีรับสั่งให้ประหารชีวิต... พระชายาจินเฟยหลัน ทันที ณ ค่ำคืนนี้!" ศาลาริมน้ำโบราณ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางข้ามผ่านคลื่นลมแห่งอำนาจนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%