กลิ่นกำยานไม้กฤษณาคุณภาพเยี่ยมลอยวนอวลผสมผสานไปกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืนเดือนมืด เปลวเพลิงจากคบเพลิงที่สะท้อนบนชุดคลุมสีดำปักลายงูเหลือมทองคำนั้นไม่ได้ให้ความอบอุ่นแม้แต่น้อย หากแต่แผ่รังสีแห่งอำนาจดิบเถื่อนที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตในตำหนักของอ๋องเจ็ดให้มอดไหม้เป็นจุล
"ไม่คิดเลยว่าใต้เท้าจ้าวผู้รั้งตำแหน่งสมุหราชองครักษ์ฝ่ายกลาง จะมีงานอดิเรกยามวิกาลเป็นการเดินย่ำราตรีมาเยี่ยมเยือนเรือนพักของผู้อื่นโดยไม่ได้รับเชิญ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของหลี่จื่อเหยาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักดิ้นเงินลายเมฆคลื่นยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้จันทน์หอม มือเรียวยาวข้างหนึ่งกำลังจรดพู่กันเขียนอักษรลงบนกระดาษสาโดยไม่มีทีท่าสะทกสะท้านต่อผู้มาเยือนแม้แต่น้อย
จินเฟยหลันยืนอยู่เคียงข้างร่างสูง แววตาคู่คมกริบดั่งใบหลิวทอดมองไปยังบุรุษผู้มาใหม่ด้วยความระแวดระวัง สัมผัสพิเศษจากวิญญาณหมอผีในตัวเธอกำลังส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัย—ไอน้ำสีดำทึบที่แผ่ออกมาจากตัวของใต้เท้าจ้าวไม่ได้มาจากวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่มันคือ "ไออาถรรพ์แห่งการทรยศ" และโลหิตที่สะสมมาจากการสังหารผู้คนนับร้อย
ใต้เท้าจ้าวแย้มรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นลากผ่านโหนกแก้มซ้าย ดวงตาคมก้าวร้าวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หลี่จื่อเหยา
"ท่านอ๋องเจ็ดทรงปรีชาสามารถยิ่งนัก กระหม่อมเพียงแต่ได้ยินข่าวลือว่าเรือนสยองหลังนี้มีเรื่องราวแปลกประหลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เกรงว่าองค์ชายจะทรงงานหนักจนเกินไป จึงถือวิสาสะมาช่วย ‘แบ่งเบา’ ภาระอันหนักอึ้งนี้เสียหน่อย" ใต้เท้าจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือแววเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง
"แบ่งเบา หรือมาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ในยามที่บ้านเมืองกำลังสั่นคลอนกันแน่ครับ ใต้เท้าจ้าว"
จินเฟยหลันเป็นฝ่ายสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลัง นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศมืดหม่นรอบกายราวกับดอกเหมันต์ที่ผลิบานกลางกองเลือด
"สตรีเช่นท่าน เป็นเพียงหมอตำแยข้างกายอ๋องเจ็ด เหตุใดจึงกล้าอาจหาญสอดปากเข้ามาในเรื่องของบุรุษผู้กุมอำนาจราชสำนักฝ่ายกลาง?" ใต้เท้าจ้าวหันมาจ้องมองนางด้วยสายตาดุจเหยี่ยวที่เตรียมขย้ำเหยื่อ แรงกดดันมหาศาลจากลมปราณระดับสูงถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อกดขี่ข่มขวัญ
ทว่า หลี่จื่อเหยากลับวางพู่กันลงช้าๆ เสียงกระทบเบาๆ ของด้ามพู่กันกับแท่นหินฝนหมึกกลับดังสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนในห้องราวกับเสียงระฆังมรณะ ท่านอ๋องเงยพระพักตร์ขึ้น ชายหนุ่มปรายตามองสมุหราชองครักษ์ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก แต่กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุฝนกลางทะเลลึก
"คนของเปิ่นหวาง... ต่อให้เป็นเพียงทาสรับใช้ปลายแถว ก็ไม่มีสิทธิ์ให้สุนัขตัวใดมาเห่าหอนใส่" หลี่จื่อเหยาตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากดดันจนลมหายใจของใต้เท้าจ้าวสะดุดไปชั่วขณะ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ใต้เท้าจ้าวจะหัวเราะร่อออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
"ฮ่าๆๆ สมกับที่เป็นอ๋องเจ็ดผู้เยือกเย็น พระองค์ยังคงเฉียบขาดเช่นเคย... เอาล่ะ ในเมื่อเราต่างก็เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน กระหม่อมคงไม่ต้องอ้อมค้อมอีกต่อไป" ใต้เท้าจ้าวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดัน "ข้าวก้นบาตรของฮ่องเต้ใกล้จะหมดลงทุกที ขุนนางฝ่ายกลางกว่าครึ่งต่างพากันวิตกกังวลว่าอนาคตของพวกตนจะร่วงหล่นไปทางไหน หากท่านอ๋องทรงต้องการเสียงสนับสนุนเพื่อพลิกฟื้นราชบัลลังก์ในท้องพระโรง ท่านจำเป็นต้องมีพวกเรา... ขุนนางผู้กุมกลไกบริหารทั้งแผ่นดิน"
การรวบรวมขุนนางฝ่ายกลางให้มาเข้าพวก—นี่คือเป้าหมายสูงสุดที่ใต้เท้าจ้าวเดินทางมาในยามวิกาลเช่นนี้ หากตกลงกันได้ อำนาจในมือของหลี่จื่อเหยาจะแผ่ขยายไร้ขีดจำกัด แต่หากปฏิเสธ... ขุนนางเหล่านี้ก็จะเทคะแนนและอำนาจทั้งหมดไปให้ฝ่ายอัครมหาเสนาบดีผู้เป็นศัตรูตัวฉกาจทันที
จินเฟยหลันหรี่ตาลงเล็กน้อย นางย่อมรู้ดีว่าข้อเสนอนี้ไม่ได้มาฟรีๆ ขุนนางฝ่ายกลางขึ้นชื่อเรื่องความเขี้ยวลากดินและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนยิ่งกว่าสิ่งใด พวกเขาไม่ใช่ทหารหาญที่จงรักภักดีด้วยอุดมการณ์ แต่เป็น "ปลิง" ที่คอยดูดเลือดเนื้อของแผ่นดินเพื่อความอยู่รอดของตระกูลตนเอง การดึงคนเหล่านี้เข้ามาเท่ากับการชักศึกเข้าบ้านและเลี้ยงเสือไว้ข้างกาย
"เงื่อนไขของพวกท่านคืออะไร?" หลี่จื่อเหยาตรัสถามโดยไม่แม้แต่จะขยับตัว สีหน้ายังคงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก
"เรียบง่ายยิ่งนัก" ใต้เท้าจ้าวยิ้มกริ่ม "เมื่อท่านอ๋องขึ้นครองอำนาจสูงสุด ข้ามนตราสิทธิ์ขาดในการแต่งตั้งข้าราชการหัวเมืองทั้งหมดให้ตระกูลจ้าว และ... ขอยกเลิกคดีทุจริตคลังหลวงเมื่อสามปีก่อนทั้งหมด"
ข้อเสนอที่เห็นแก่ตัวและไร้ซึ่งความละอาย! การทุจริตคลังหลวงครั้งนั้นทำให้ราษฎรนับหมื่นต้องอดอยากล้มตายกลางฤดูหนาว การลบล้างคดีเท่ากับการยอมให้โจรห่มหนังเสือลอยนวลและเหยียบย่ำความยุติธรรมของแผ่นดิน
จินเฟยหลันกำมือแน่นภายใต้แขนเสื้อ อาการโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของพลังงานรอบตัวที่เริ่มปั่นป่วน แต่นางยังคงสงบสติอารมณ์ไว้ได้ด้วยการสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองอันปราดเปรื่องเริ่มคำนวณหมากตานี้อย่างรวดเร็ว
ทว่า ก่อนที่จินเฟยหลันจะได้เอ่ยปากทัดทาน หลี่จื่อเหยากลับยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าเดิม
"ใต้เท้าจ้าว..." หลี่จื่อเหยาตรรัสด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างประหลาด "ท่านคิดว่าตัวท่านมีค่าพอที่จะมาต่อรองกับเปิ่นหวางด้วยเงื่อนไขต่ำช้าเช่นนี้เชียวหรือ?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของใต้เท้าจ้าวแข็งค้าง ทันใดนั้นเอง ประตูและหน้าต่างทุกบานในตำหนักก็ถูกกระแทกเปิดออกพร้อมกันด้วยแรงลมพายุที่มาจากไหนไม่มีใครรู้ เทียนทุกเล่มในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงวับแวมจากคบเพลิงด้านนอกที่สาดส่องเข้ามา
เงาดำนับสبيขยายตัวขึ้นตามผนังห้อง เสียงกระซิบกระซาบของผู้ล่วงลับนับร้อยชีวิตดังระงมขึ้นจากพื้นดิน ราวกับสุสานโบราณใต้พื้นเรือนกำลังตื่นขึ้นมาตอบสนองต่อกليตอำนาจมืดของอ๋องเจ็ด
"ท่าน... ท่านเล่นกลอะไร?" ใต้เท้าจ้าวถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาเมื่อสัมผัสได้ว่าอากาศรอบตัวหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
"เปิ่นหวางไม่เคยเจรจากับสุนัขที่คิดจะแว้งกัดเจ้าของ" หลี่จื่อเหยาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายแผ่รังสีอำมหิตที่กดทับจนใต้เท้าจ้าวต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น "แต่ในเมื่อท่านอุตส่าห์นำหัวมาให้ถึงที่... เปิ่นหวางก็ยินดีจะรับไว้เป็นเครื่องสังเวย"
ในวินาทีนั้นเอง จินเฟยหลันกลับเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองโบราณที่ตั้งอยู่มุมห้อง—มันไม่ใช่เงาของนางหรือของอ๋องเจ็ด แต่เป็นเงาของบุรุษชุดดำอีกผู้หนึ่งที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของใต้เท้าจ้าว พร้อมกับกริชอาบยาพิษสีเขียวมรกตที่จ่ออยู่ที่ลำคอของสมุหราชองครักษ์โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!
ดวงตากลมโตของจินเฟยหลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง—บุคคลที่สามแอบแฝงเข้ามาในตำหนักตั้งแต่เมื่อไหร่? และเป้าหมายที่แท้จริงของเขากลุ่มนี้คืออะไรกันแน่?
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านด้วยความเพลิดเพลินนะครับ
— ศาลาริมน้ำโบราณ
เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 33
อำนาจที่แท้จริง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!