เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 32

จอมทัพผู้ทรยศ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
เสียงสะท้อนของแผ่นหยกสลักตราพยัคฆ์กระทบลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *กริ๊ง* หนักหน่วงราวกับเสียงประกาศิตแห่งยมโลก บรรยากาศภายในห้องโถงลับใต้ตำหนักแปดทิศเงียบงันจนได้ยินกระทั่งเสียงหยดน้ำจากนาฬิกาไขน้ำจีนโบราณที่ดังสลับกับเสียงลมหายใจอันติดขัดของบุรุษเบื้องหน้า จินเฟยหลันยืนสงบนิ่งอยู่หลังฉากกั้นผ้าโปร่งปักลายเมฆาคลุ้มคลั่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างของแม่ทัพใหญ่ ‘เจียงเทียนเหิง’ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคุมกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงนับแสน บัดนี้กลับมีเม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ แม้ชุดเกราะทองเหลืองอร่ามจะยังดูองอาจ แต่เรียวปากที่สั่นเทานั้นฟ้องชัดว่าความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากศพในสุสานดอกไม้เมื่อสามปีก่อน ได้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเผชิญหน้ากับแสงสว่างแล้ว "เจ้ากล้าดียังไง ถึงเอาหลักฐานชิ้นนี้มาใส่ร้ายข้า..." เจียงเทียนเหิงเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนากำด้ามดาบประจำกายแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ทว่าเขากล้าขยับตัวมากกว่านี้ไม่ได้ เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเยือกเย็นที่แผ่ซ่านมาจากมุมมืดของห้อง "ใส่ร้ายหรือพ่ะย่ะค่ะ... ท่านแม่ทัพเจียง" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงสง่าของหลี่จื่อเหยา อ๋องเจ็ด ที่ก้าวออกมาจากเงื้อมเงาของเสาไม้สลักลายมังกร ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังเหยื่อผู้ดิ้นไม่หลุด พระองค์ทรงปรายพระเนตรมองม้วนฎีกาลับที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืน ซึ่งจินเฟยหลันเพิ่งนำกลับมาจากค่ายกลลับของกลุ่มกบฏพยัคฆ์บูรพา "จดหมายลับแลกเปลี่ยนแผนผังค่ายกลหลวงกับตระกูลหลง ประทับตราลัญจกรส่วนตัวของท่านแม่ทัพ... หรือจะต้องให้ข้าเรียกพยานปากเอกที่ท่านสั่งให้ไปฝัง1ลบคำสบถใต้ต้นหลิวพันปีฟื้นขึ้นมากล่าวคำพยานด้วยตนเองเล่า" หลี่จื่อเหยาตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่นั่นกลับน่ากลัวยิ่งกว่ามหันตภัยใดๆ จินเฟยหลันขยับกายเข้าใกล้แสงตะเกียงน้ำมันหอมหมื่นลี้ กลิ่นอายความตายที่เกาะติดอยู่กับดวงวิญญาณแค้นรอบตัวแม่ทัพเจียง ส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่างในสัมผัสพิเศษของนาง บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น ผ้าม่านในห้องสะบัดพลิ้วไหวทั้งที่ไร้สายลม เหล่าภูตผีทหารรับจ้างที่ตายตกใต้คำสั่งของเจียงเทียนเหิงเมื่อครั้งสงครามชายแดนเริ่มปรากฏร่างเลือนราง ล้อมรอบตัวคนทรยศไว้ทุกด้าน "ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเตือนแล้วว่าวิญญาณย่อมจดจำกลิ่นอายของเลือดผู้ทรยศได้แม่นยำยิ่งกว่ากฎหมายบ้านเมือง" จินเฟยหลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาของนางสะท้อนภาพเงาของภูตผีที่กำลังอ้าปากกรีดร้องด้วยความแค้นใส่หูของแม่ทัพใหญ่ เจียงเทียนเหิงหน้าถอดสี ร่างกายเซถอยหลังจนสะดุดเข้ากับเก้าอี้ไม้จนล้มคว่ำ เขามองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ดวงตาของเขิกเบิกโพงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อมืออันโปร่งแสงนับสิบข้างเอื้อมมาเกาะกุมข้อเท้าและลำคอของเขา "ผี... พวกเจ้าตายไปแล้ว! ข้าเป็นคนฆ่าพวกเจ้าเองกับมือ ทำไมยังตามมาหลอกหลอนอีก!" เจียงเทียนเหิงสติแตกหลุดตะโกนออกมาอย่างไม่เป็นภาษา ความลับที่ปกปิดมานานปีพังทลายลงด้วยความกลัวตายและแรงกดดันทางวิญญาณ หลี่จื่อเหยาลอบยมุมพระoโอษฐ์เล็กน้อย ทรงทอดพระเนตรการกระทำอันงดงามแต่เฉียบขาดของชายาในนามผู้นี้ด้วยความชื่นชมล้ำลึก ภายใต้สถานการณ์อันตรายและการเมืองราชสำนักที่เชือดเฉือน จินเฟยหลันไม่เคยทำให้พระองค์ผิดหวังเลยแม้แต่คราเดียว หมากตานี้ถูกเดินอย่างสมบูรณ์แบบ แม่ทัพใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลบัดนี้ได้สารภาพความผิดต่อหน้าพระพักตร์ด้วยอาการสติฟั่นเฟือนจากความกลัวบาปกรรม "ในเมื่อท่านยอมรับสารภาพต่อหน้าดวงวิญญาณนับร้อยแล้ว เช่นนั้นราชโองการชำระสะ้างกบฏฉบับนี้ ก็คงมีความชอบธรรมพอที่จะส่งไปยังท้องพระโรงในยามรุ่งสราง" หลี่จื่อเหยาทรงตรัสพร้อมกับโบกพระหัตถ์เบาๆ ทหารองครักษ์เงากลุ่มหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาตรึงร่างของเจียงเทียนเหิงไว้กับพื้นทันที ทว่า... ก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพหรือพันธนาการคนทรยศให้สิ้นเรื่องราว เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกึกก้องของเกือกม้าก็ดังขึ้นกะทันหันจากภายนอกตำหนัก ประหนึ่งว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับร้อยชีวิตกำลังบุกรุกเข้ามาล้อมรอบตำหนักแปดทิศแห่งนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว! จินเฟยหลันขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสพิเศษของนางสั่นสะเทือนรุนแรงจนปวดหนึบที่ขมับ กลิ่นอายความตายภายนอกนั้นรุนแรงและมืดมนยิ่งกว่าวิญญาณของเจียงเทียนเหิงเสียอีก มันคือกลิ่นอายของนักฆ่ามือฉมังที่ผ่านการอาบเลือดมานับไม่ถ้วน หลี่จื่อเหยาทรงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในย่างก้าวเดียว พระหัตถ์แข็งแกร่งคว้าข้อมือนางไว้มั่น ดวงเนตรคมกริบกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างบานแกะสลักที่บัดนี้ถูกเงาดำทาบทับจนมืดสนิท "ดูท่า... หมากตัวนี้ไม่ได้มีแค่เจียงเทียนเหิงผู้เดียวเสียแล้วกระมัง" หลี่จื่อเหยาตรัสกระซิบข้างพระ Karn ของนางด้วยสุ้มเสียงที่หนักแน่น ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายความสนุกสนานอย่างคนเหนือเกม สิ้นกระแสรับสั่ง ประตูไม้สักทองบานใหญ่ของตำหนักก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง เปลวเพลิงจากคบเพลิงสาด3ส่องกระทบกับรอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้าของบุรุษผู้ก้าวเข้ามาในชุดคลุมสีดำปักลายงูเหลือมทองคำ—บุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเหยียบย่างมาถึงดินแดนส่วนตัวของอ๋องเจ็ดในยามวิกาลเช่นนี้! ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันมืดมนนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ศาลาริมน้ำโบราณ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%