เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 12

คำเตือนจากความตาย

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"พระราชโองการลับฉบับด่วนที่สุดจากฮ่องเต้... เพิ่งถูกส่งมาถึงมือท่านแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานของมหาดเล็กเอกยังคงก้องกังวานบาดแก้วหู ราวกับคมมีดที่กรีดผ่าความเงียบงันยามวิกาลของตำหนักทิศเหนือให้ขาดวิ่น ประทีปกระดาษสาไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายมังกรห้าเล็บ กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องโถงใหญ่ ดั่งเมฆฝนตั้งเค้าก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ หลี่จื่อเหยา หรืออ๋องเจ็ด ผู้ประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงสลักลายวิจิตร มิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย พระพักตร์คมคายราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวั่นไหว มีเพียงดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวที่หรี่แคบลงเล็กน้อย สะท้อนประกายความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์หนารับม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองอร่ามที่ประทับด้วยลัญจกรหยกมังกรคู่จากมือของมหาดเล็กด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก จินเฟยหลัน ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ในชุดอาภรณ์สีหมอกปักลายดอกเหมยสีขาว ขยับกายเข้าใกล้เล็กน้อย สัมผัสพิเศษอันล้ำลึกของนางบอกให้รู้ทันทีว่า บรรยากาศรอบตัวในยามนี้มิได้มีเพียงแค่ความตึงเครียดจากอำนาจราชสำนัก ทว่า... มันมีความเย็นยะเยือกของภูตผีวิญญาณแฝงเร้นเข้ามาด้วย อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ขนอ่อนตามกายลุกชัน ไอร้อนจากเตาผิงถ่านไม้กฤษณาดูเหมือนจะพ่ายแพ้ต่อความหนาวเหน็บที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นศิลาเบื้องล่าง "เจ้าถอยไปก่อน" หลี่จื่อเหยาตรรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนมหาดเล็กผู้นั้นต้องรีบก้มหน้าถอยหลังออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียง ประตูบานคู่ถูกปิดลงอย่างสนิท เหลือเพียงความเงียบงันอันหนักอึ้งและคนทั้งสองที่ยืนอยู่กลางสมรภูมิแห่งเกมการเมืองและอาถรรพ์ "ท่านอ๋อง..." เฟยหลันเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของนางเรียบสนิทแต่ซ่อนความระแวดระวัง "พระราชโองการฉบับนี้ มิได้นำพามาซึ่งข่าวดีเป็นแน่ และบางที... สิ่งที่ติดตามมันมา อาจไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์พึงปรารถนาจะพบเจอ" หลี่จื่อเหยาคลี่ม้วนผ้าแพรออก ชำระสายพระเนตรมองตัวอักษรหมึกจีนสีดำสนิทที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เอง ทว่าทันทีที่พระเนตรกวาดผ่านข้อความบรรทัดแรก บรรยากาศรอบพระองค์ก็แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันดั่งพายุคราม ดวงเนตรของอ๋องเจ็ดหันมาสบตากับสตรีงามตรงหน้า ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่พระองค์จะตรรัสด้วยสุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบขาด "เสด็จพี่ทรงต้องการให้เราเร่งรัดการขุดค้นสุสานหลวงโบราณ ณ เขาไท่ซานให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวัน... พร้อมทั้งกำชับให้เรานำ 'หยกมังกรโลหิต' กลับมาถวายด้วยพระองค์เอง" หยกมังกรโลหิต... สมบัติล้ำค่าที่ถูกฝังผนึกพร้อมกับดวงวิญญาณของบรรพชนราชวงศ์หลี่ ผู้ซึ่งสร้างรากฐานแผ่นดินนี้ด้วยหยาดเลือดและคำสาปแช่ง! เพียงแค่ชื่อนั้นหลุดจากพระโอษฐ์ ลลมรรคาในห้องโถงก็พัดวนอย่างรุนแรงจนเปลวเทียนดับวูบลงพร้อมกันหลายดวง เงาดำมหึมาสายหนึ่งทอดตัวยาวพาดผ่านผนังห้องจากมุมมืด รูปร่างของมันคล้ายคลึงกับแม่ทัพโบราณสวมชุดเกราะเหล็กหนาหนัก มือถือทวนยาว ดึงดูดกลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวเลือดให้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จินเฟยหลันไม่รอช้า นางสะบัดแขนเสื้อ ขว้างยันต์กระดาษสีชาดออกไปเบื้องหน้าทันที! *พรึบ!* เปลวไฟสีทองสว่างวาบขึ้นชั่วพริบตา เผยให้เห็นร่างโปร่งแสงของชายชราผู้สวมชุดฉลองพระองค์โบราณ ดวงตาของวิญญาณบรรพชนคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานขึ้นในโสตประสาทของคนทั้งสองโดยตรง มิใช่เสียงที่เปล่งออกมาด้วยลมหายใจ *"อย่าไป... อย่าเหยียบย่างเข้าสู่แดนสนธยา... ผู้ใดแตะต้องหยกโลหิต ผู้นั้นต้องสังเวยด้วยวิญญาณชั่วนิรันดร์!"* เสียงเตือนภัยนั้นทรงพลังยิ่งนัก แรงกดดันทางจิตวิญญาณแผ่ขยายออกไปจนทำให้แจกันหยกบนโต๊ะข้างพระพักตร์สั่นสะเทือนและแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ หลี่จื่อเหยาหาได้สะท้านสะเทือนไม่ พระองค์ทรงก้าวพระบาทไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงสง่าแผ่รังสีความเย่อหยิ่งดุดันดั่งพญาเสือที่ไม่เกรงกลัวแม้กระทั่งเทพยดาฟ้าดิน "แม้นเป็นวิญญาณบรรพชน ก็ไม่มีสิทธิ์มาชี้นำหนทางแห่งเรา" หลี่จื่อเหยาตรรัสตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและดื้อรั้น ดวงพระเนตรฉายแววท้าทายอำนาจเหนือธรรมชาติ "หากราชสำนักต้องการหยกนั้นเพื่อคานอำนาจขุนศึกฝ่ายเหนือ เราย่อมต้องไปเอามา ต่อให้เบื้องหน้าจะเป็นขุมนรกภูมิก็ตาม!" เฟยหลันขมวดคิ้วมุ่น นางก้าวเข้าไปแตะแขนเสื้อของท่านอ๋องไว้เบื้องพระพักตร์ เพื่อดึงสติชายหนุ่มผู้ดื้อรั้นผู้นี้ "ท่านอ๋อง ทรงระวังด้วย! สิ่งที่ท่านกำลังเผชิญมิใช่แค่ขุนนางกังฉินในราชสำนักที่รอแทงข้างหลัง แต่เป็นคำสาปโบราณที่ข้ามผ่านกาลเวลานับร้อยปี วิญญาณบรรพชนตนนี้มิได้มาเพื่อขู่ขวัญ... แต่มาเพื่อเตือนว่า หากท่านก้าวล่วง ประตูสู่หายนะจะเปิดออก และไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว" วิญญาณบรรพชนเบื้องหน้าส่งเสียงคำรามต่ำอย่างเจ็บปวด ก่อนที่ร่างโปร่งแสงนั้นจะพุ่งตรงเข้ามาหาหลี่จื่อเหยาด้วยความเร็วแสง! จินเฟยหลันร่ายคาถาในใจอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวงามดีดกระดาษยันต์แผ่นสุดท้ายออกไปปะทะกับร่างของภูตผี ทว่า... แรงปะทะกลับสะท้อนกลับมาจนร่างของนางเซถอยหลังไปสองก้าว หลี่จื่อเหยาเคลื่อนไหวว่องไวดั่งสายฟ้า พระองค์คว้าเอวบางของนางเข้ามารั้งไว้แนบพระoรอก เพื่อปกป้องจากแรงกระแทกของอาถรรพ์ ในวินาทีที่อ้อมพระoรอกอันอบอุ่นและมั่นคงโอบกอดร่างของนางไว้ สัมผัสจากกระดาษม้วนพระราชโองการที่ท่านอ๋องยังคงถือไว้ในพระหัตถ์อีกข้าง ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสะพรึงกลัว! ตัวอักษรหมึกสีดำบนผ้าแพรสีทอง เริ่มบิดเบี้ยวและละลายกลายเป็น 'หยดเลือดสีแดงฉาน' ที่ค่อยๆ ซึมเปื้อนลงบนปลายนิ้วของหลี่จื่อเหยาช้าๆ ดวงเนตรของอ๋องเจ็ดก้มลงมองรอยเลือดนั้น ก่อนที่พระโอษฐ์จะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงกระซิบแหบพร่าข้างพระกรรณก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน... เป็นเสียงของผู้หญิงที่สิ้นหวังและเต็มไปด้วยความแค้น *"องค์อ๋องเจ็ด... พระองค์ทรงส่ง 'นาง' ไปตายที่สุสานนั้นเมื่อสัปดาห์ก่อน แล้วเหตุใด... ตอนนี้พระองค์จึงยังกล้ากลับไปหาความจริงเล่า?"* หลี่จื่อเหยาชะงักกุนซือหนุ่มผู้ไร้พ่าย ทรงเบิกพระเนตรกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า... พระราชโองการฉบับนี้ มิได้ส่งมาจากฮ่องเต้ในท้องพระโรงตั้งแต่แรก! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%