เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำเข้ามาพร้อมกับประกายดาบวาววับของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร มิได้ทำให้บรรยากาศภายในตำหนักบูรพาลดทอนความสง่างามลงแม้แต่น้อย ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าข้าราชบริพาร หลี่จื่อเหยา (อ๋องเจ็ด) ยังคงประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์สลักลายหงส์หวน พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีย์ทอดมองไปยังแผ่นป้ายพระราชโองการสีเหลืองทองอร่ามในมือของมหาอำมาตย์เฒ่าผู้เหิมเกริม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์อย่างเยือกเย็น
ในขณะเดียวกัน จินเฟยหลัน ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์เคียงข้างวรกายของท่านอ๋อง กวาดสายตาคมปลาบไปยังกลุ่มทหารที่ล้อมกรอบเข้ามา สัมผัสพิเศษจากวิญญาณหมอผีของนางบอกกล่าวถึงไอร้อนระอุของจิตสังหารที่คละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นอายความตายอันน่าสะพรึงกลัว นางสูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งสติรับมือกับหมากตานี้ที่มหาอำมาตย์จงใจเดินมาเพื่อบีบให้พวกนางจนมุม
"บังA! อ๋องเจ็ดผู้ไร้คุณธรรม กบฏซ่องสุมกำลังพล ฝ่าฝืนกฎมณเฑียรบาล มีความผิดมหันต์ ต้องถูกปลดจากฐานันดรศักดิ์และคุมขังรอการไต่สวนในคุกหลวงทันที!" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจของมหาอำมาตย์ดังก้องกังวานไปทั่วตำหนัก องครักษ์เสื้อแพรหลายสิบนายชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมพุ่งเข้าประชิด
ทว่า หลี่จื่อเหยาหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย พระองค์ทรงค่อยๆ ยกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ราวกับเบื้องหน้ามิใช่กองกำลังทหารที่พร้อมสังหาร แต่เป็นเพียงสายลมบางเบาในฤดูใบไม้ร่วง
"มหาอำมาตย์ผู้เฒ่า... ท่านช่างใจร้อนเสียจริง" สุ้มเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันมหาศาลหลุดออกมาจากพระโอษฐ์ "พระราชโองการฉบับนี้ ประทับตราหยกแท้จริงหรือไม่... หรือเป็นเพียงกระดาษชำระที่เขียนขึ้นตามใจชอบของสุนัขรับใช้ที่คิดจะแว้งกัดเจ้านายกันแน่?"
"บังอาจนัก!" มหาอำมาตย์หน้าถอดสีด้วยความโกรธเกรี้ยว มือที่ถือพระราชโองการสั่นเทา "นี่คือพระราชโองการจากฝ่าบาท! อ๋องเจ็ด เจ้ากล้าปฏิเสธราชโองการหรือ!"
จินเฟยหลันก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนเรียวปากงาม นางกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านมหาอำมาตย์โปรดดูให้ดีเสียก่อนว่า เงาหัวของท่านยังอยู่บนบ่าดีหรือไม่ ฝ่าบาททรงพระประชวรหนักมาแรมเดือน มิเคยเสด็จออกว่าราชการ แล้วพระราชโองการฉบับนี้เสด็จออกในรัชศกใดกัน? ลายมือนี้... มิใช่ลายพระhестของฝ่าบาทอย่างแน่นอน หากแต่เป็นลายมือของคนที่ร้อนรนอยากขึ้นนั่งบัลลังก์มังกรเสียจนตัวสั่นต่างหาก!"
คำพูดที่แทงใจดำนั้นทำให้มหาอำมาตย์หน้าซีดเผือด องครักษ์รอบข้างต่างเริ่มลังเลและมองหน้ากันเอง เพราะชื่อเสียงความเด็ดขาดและกองกำลังเงาของอ๋องเจ็ดมิใช่สิ่งที่ใครจะต่อกรได้ง่ายๆ หากไม่มีความมั่นใจจริงๆ
"จับตัวนางกาลกิณีคนนี้ก่อน!" มหาอำมาตย์ตวาดสั่งด้วยความเกรี้ยวกราด องครักษ์นายหนึ่งพุ่งเข้ามาพร้อมกระบี่ในมือหมายจะปลิดชีพจินเฟยหลันทันที
ทว่า ชั่วพริบตานั้นเอง หลี่จื่อเหยาไม่ได้ขยับพระvоyวายอันใด หากแต่ปลายนิ้วพระหัตถ์ดีดถ้วยชาในพระaniสะบัดออกไปอย่างแม่นยำ หยดน้ำชาสีเขียวเข้มผสมพิษร้ายพุ่งแหวกอากาศราวกับลูกธนู ปักเข้าที่ข้อมือขององครักษ์นายนั้นจนกระบี่หลุดร่วง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น พร้อมกับผิวหนังบริเวณที่โดนน้ำชาเริ่มดำคล้ำและลุกลามอย่างรวดเร็ว
ความเงียบสงบอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมตำหนักบูรพาอีกครั้ง หลี่จื่อเหยาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างสูงสง่าทาบทับลงมาปกคลุมทุกคนในห้อง พระเนตรดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองผู้บุกรุกทีละคนด้วยความเหี้ยมเกรียม
"ผู้ใดกล้าแตะต้องชายาของเปิ่นหวาง... จงก้าวออกมารับความตายได้เลย"
มหาอำมาตย์ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว แต่ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอกประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ
"พระราชโองการตัวจริงจากไทเฮาเสด็จ—!"
จินเฟยหลันหรี่ตาลงทันที นางรู้ดีว่าเกมนี้ยังไม่จบ และบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่เบื้องหน้านี้ กำลังจะพลิกกระดานทั้งหมดให้ดาร์กและซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
...
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ครับ
เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 14
ถ้วยชาอาบยาพิษ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!