เสียงแจ้งเตือนข้อความเด้งรัวติดต่อกันจนหน้าจอโทรศัพท์ในมือมินตราสั่นสะเทือน บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทนิตยสารชื่อดังเวลานี้เย็นเยียบเสียยิ่งกว่าเปิดแอร์ติดลบ นทีหน้าถอดสี ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเมื่อกวาดสายตาอ่านหัวข้อข่าวและภาพถ่ายที่ถูกปล่อยออกมาในฟีดโซเชียลมีเดีย ภาพเบลอๆ ของเธอกำลังยืนอยู่หน้าสตูดิโอกับธันวาในมุมที่ชวนเข้าใจผิด พร้อมพาดหัวข่าวตัวโตระดับไฟไหม้ฟาง— *'ช่างภาพสาวซุ่มเงียบควงสถาปนิกหนุ่มไฮโซ ดีกรีว่าที่โปรเจกต์พันล้าน แอบย่องเข้าห้องพักยามวิกาล?'*
"ให้ตายสิ ใครมันช่างเต้าข่าวอุบาทว์ขนาดนี้!" มินตราสบถลอดไรฟัน พยายามใช้นิ้วปัดหน้าจอเพื่อรีเฟรชข่าว แต่ยิ่งไถก็ยิ่งเจอคอมเมนต์เสียๆ หายๆ จากพวกเกรียนคีย์บอร์ดที่พร้อมจะพิพากษาคนอื่นโดยไม่รู้ความจริง
"ใจเย็นก่อนมินตรา" นทีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความโกรธระคนตกใจ เธอกวาดสายตาคมกริบมองไปยังรอบห้องประชุม ที่ซึ่งพศินและทีมงานบางส่วนกำลังยืนจับกลุ่มซุบซิบ ส่งสายตาสمเพชและสมน้ำหน้ามาให้อย่างปิดไม่มิด
พศินกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ มุมปากหยักยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานช้าๆ พร้อมกับกระดาษรายงานโปรเจกต์ในมือ
"อุ๊ย ตายจริง... คุณนทีคะ ไม่คิดเลยนะคะว่านอกจากฝีมือถ่ายภาพจะธรรมดาแล้ว จะมีวิชาชีพเสริมเป็นการสร้างกระแสเกาะคนดังด้วย แบบนี้ทางกองบรรณาธิการของเราคงต้องทบทวนเรื่องสัญญาว่าจ้างโปรเจกต์หน้าแล้วล่ะค่ะ เกรงว่าชื่อเสียงบริษัทจะมัวหมองเพราะข่าวฉาวซะก่อน" เสียงนุ่มทว่าเต็มไปด้วยการเหยียดหยามของพศินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
นทีเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับตัวฉกาจ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ มือเรียวที่กำโทรศัพท์แน่นสั่นระริกด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอเกลียดที่สุดคือการถูกตัดสินจากคนที่ไม่ได้รู้เหตุดรู้ผลอะไรเลย
"ระวังคำพูดของคุณด้วยนะคะคุณพศิน ข่าวโคมลอยแบบนั้นใครก็กุขึ้นมาได้ ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีงานทำ แนะนำให้เอาเวลาไปพัฒนาฝีมือสมองกลวงๆ ของตัวเองให้ทันชาวบ้านเขา ดีกว่ามายืนเห่าหอนหาแสงในเวลางานแบบนี้ค่ะ" นทีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่มีดดาบซ่อนอยู่ทุกอณูคำพูด ทำเอาพศินหน้าชาดลลงไปถนัดตา
"นี่เธอ! ปากดีนักนะ นที! คิดว่ามีใครเขาหนุนหลังแล้วจะกร่างยังไงก็ได้เหรอ!" พศินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวด้วยท่าทีคุกคาม
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงที่ทำเอาทุกคนในห้องสะดุ้งเฮือก
ร่างสูงโปรดของธันวาปรากฏขึ้นในชุดสูทสีเทาเข้มไร้ที่ติ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยจนเย็นชา ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองบรรยากาศภายในห้องด้วยรังสีความกดดันที่แผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเดินเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง แต่ทุกย่างก้าวกลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันไปมองเป็นตาเดียว
ธันวาหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังนที ร่างสูงใหญ่บังร่างบางของเธอไว้จากสายตาคุกคามของพศินโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยแตะจมูกนที ชั่วขณะนั้น หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธกลับสะดุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"เมื่อกี้... ใครบอกว่ากำลังจะทบทวนเรื่องสัญญาจ้างของใครนะครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนพศินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
พศินฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเมื่อเห็นว่าเป็นธันวา "อ้าว... คุณธันวาครับ คือเรื่องนี้... มันเป็นเรื่องภายในของกองบรรณาธิการน่ะครับ พอดีว่าคุณนทีเขามีข่าวฉาวเสียหาย เกรงว่าจะกระทบกับภาพลักษณ์ของโปรเจกต์ที่เรากำลังทำร่วมกัน..."
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากทำให้เขาดูอันตรายเป็นทวีคูณ มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดพศินด้วยส่วนสูงที่เหนือกว่า
"ข่าวฉาว? ที่คุณกำลังพูดถึง คือข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยคนที่ไร้ปัญญาจะแข่งขันด้วยความสามารถสินะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเยียบเย็น สายตาคมกริบจดจ้องพศินราวกับสัตวแพทย์กำลังมองเหยื่อบนเขียง "ส่วนเรื่องสัญญา... ผมในฐานะหัวหน้าสถาปนิกและผู้ถือหุ้นใหญ่ในโปรเจกต์นี้ ยืนยันตรงนี้เลยครับว่า... ผมเป็นคนจ้างคุณนทีมาทำงานด้วยตัวเอง และถ้าหากกองบรรณาธิการนี้จะไม่มีคุณนทีอยู่ทำงานต่อ... ผมก็ยินดีจะถอนทุนทั้งหมดและยกเลิกโปรเจกต์นี้ทันทีครับ"
สิ้นคำพูดของธันวา ทั้งห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท พศินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดใดจะโต้แย้ง มือที่ถือรายงานสั่นเทาด้วยความตกใจและอับอาย
ธันวาไม่สนใจท่าทีของใครอีก เขาสบตากับพศินด้วยแววตาดุดันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันขวับมามองนทีที่ยังคงยืนอึ้งอยู่กับที่ ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ ซาบซึ้ง และแปลกใจระคนกัน
"เก็บของครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงความเผด็จการตามแบบฉบับเดิม "ผมไม่ชอบยืนรอคนใจลอย... กลับห้องทำงานผม เดี๋ยวนี้"
นทีกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังและมือหนาที่ยื่นเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้เพื่อดึงให้ลุกขึ้นเดินตาม นทีก็ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายจูงเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตานับสิบที่มองตามด้วยความอิจฉาและตกตะลึง
ก้าวพ้นจากประตูห้องประชุมมาได้ ธันวาก็จูงเธอยาวจนมาถึงมุมลับตาคนตรงระเบียงทางหนีไฟ บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ธันวาปล่อยมือเธอช้าๆ แต่ร่างสูงยังคงยืนขวางทางกั้นไม่ให้เธอเดินหนีไปไหน ดวงตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มกลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง
"ทำไมถึงปล่อยให้คนอื่นมารังแกอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่สู้กลับบ้างล่ะครับ หืม... ไหนว่าแม่เสือสาวปากเก่งนักไม่ใช่เหรอ" ธันวาเอ่ยแซะเบาๆ น้ำเสียงเจือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายตามฟอร์ม
นทีเชิดหน้าขึ้นทันที แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกกับความอบอุ่นที่เขาเพิ่งมอบให้เมื่อครู่ "ใครบอกว่าฉันไม่สู้คะ ฉันกำลังจะซัดหน้าไอ้บ้านั่นอยู่แล้วเชียว... แล้วคุณนั่นแหละ เข้ามาจุ้นจ้านอะไรด้วย ข่าวเสียหายพวกนั้น... มันทำให้คุณเดือดร้อนนะธันวา"
ธันวาถอนหายใจยาว ดวงตาคมอ่อนแสงลงเมื่อมองเห็นความกังวลที่ฉายชัดในแววตาของหญิงสาว มือหนายื่นออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและอ่อนโยนจนนทีถึงกับกลั้นหายใจ
"ปล่อยให้ผมเดือดร้อนเรื่องของคุณบ้างเถอะน่า..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมหูจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินลาดไหล่ "เพราะต่อให้โลกทั้งใบจะบอกว่าคุณเสียหายยังไง... แต่ถ้าคนคนนั้นคือคุณ นที... ผมก็ยินดีจะรับผิดชอบทุกลมหายใจอยู่ดี"
คำพูดหยอกล้อที่เจือด้วยความจริงจังหนักแน่น ทำให้นทีหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที สมองอื้ออึงจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก เธอยืนแข็งทื่อสบตากับนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายประกายคลั่งรักอย่างชัดเจนจนหัวใจแทบละลาย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังหวานซึ้งจนแทบหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเธอก็พุ่งตรงมาทางระเบียงทางหนีไฟอย่างกะทันหัน
"คุณนทีครับ! คุณธันวา! แย่แล้วครับ! มีคนปล่อยคลิปเสียงหลักฐานตัวจริงออกมาแล้ว..."
มินตราชะงักกึกเมื่อวิ่งมาหยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าประตูกระจก พร้อมกับชูหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงภาพและข้อความบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกลงทันที!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ รักนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 8
รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!