แฟ้มเอกสารโครงการออกแบบรีสอร์ทถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวมุกสั่นสะเทือน หยดน้ำสีเข้มกระเซ็นเปรอะเปื้อนขอบกระดาษพิมพ์เขียว แต่เจ้าของโต๊ะอย่างธันวากลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจรอยเปื้อนเหล่านั้น สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจดจ้องร่างบางที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความหงุดหงิดระคนทึ่ง
“คุณกำลังใช้ ‘อารมณ์’ ตัดสิน ‘โครงสร้าง’ ซึ่งมันเป็นความผิดพลาดมหันต์สำหรับสถาปนิกค่ะคุณธันวา”
เสียงใสทว่าทรงพลังของนธิดังขึ้น ทะลุผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของเขา ช่างภาพสาวในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีครีมกวาดสายตามองโมเดลจำลองบนโต๊ะด้วยแววตาดดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง ปลายเล็บเรียวที่เคลือบสีนู้ดสวยเคาะเบาๆ ลงบนโครงสร้างคานรับน้ำหนักของอาคาร
“คุณเป็นช่างภาพ มีหน้าที่กดชัตเตอร์เก็บภาพสวยๆ ไปวันๆ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา อย่าเอาความคิดเพ้อฝันเชิงศิลปะมาปะปนกับความจริงทางวิศวกรรมเลยครับนที” ธันวาโต้กลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และเจือแววดูถูกเล็กน้อยตามวิสัยของสถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์และตัวเลข
นทีแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปะปนกับความดุดันในแววตาคู่สวยทำเอาธันวาชะงักไปชั่วขณะ
“ภาพสวยๆ งั้นเหรอคะ? สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘มุมมองเพ้อฝัน’ ของฉันเนี่ยแหละ ที่มันกำลังจะช่วยชีวิตอาคารบ้าๆ ของคุณไม่ให้พังทลายลงมาทับนักท่องเที่ยว!” นทีกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดภาพถ่ายมุมสูงที่เธอเพิ่งโดรนขึ้นไปเก็บบริเวณหน้าผาโครงการ “ดูนี่ค่ะ! รอยแยกของชั้นหินใต้ฐานรากที่คุณคำนวณพลาดไปสองเมตร ถ้าลมมรสุมพัดเข้าโซนนี้เต็มแรงเมื่อไหร่ รีสอร์ทในฝันของคุณจะกลายเป็นสุสานริมผาทันที ไม่ใช่แลนด์มาร์ก!”
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตที่นธียื่นมาจ่อหน้า ภาพถ่ายทางอากาศและการวิเคราะห์พิกัดอย่างละเอียดด้วยโปรแกรมสามมิติเบื้องต้นแสดงให้เห็นรอยเลื่อนของดินที่เขาละเลยไปจริงๆ รอยแตกขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่หลังแนวป่ารกทึบ ซึ่งต่อให้ใช้โดรนสำรวจธรรมดาก็ไม่มีทางมองเห็น หากไม่ใช่คนที่มีสายตาเฉียบคมและเซนส์ด้านองค์ประกอบศิลป์ที่มองทะลุปรุโปร่งเช่นเดียวกับเธอ
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองเธอด้วยความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไปแล้ว แต่มีความประหลาดใจระคนทึ่งฉายชัดอยู่ภายในนั้น ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ช่างภาพปากจัดที่เก่งแต่หาเรื่องไปวันๆ อย่างที่เขาเคยค่อนขอดในใจ เธอมองเห็นรายละเอียดที่แม้แต่ทีมวิศวกรอาวุโสของเขายังมองข้าม
“คุณ… ขึ้นไปโดรนถ่ายมุมนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสียงของธันวาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความสงสัยใคร่รู้
“ตั้งแต่เมื่อวานตอนที่คุณมัวแต่ประชุมเคร่งเครียดเรื่องงบประมาณนั่นแหละค่ะ” นทียืดอกตอบด้วยความภาคภูมิใจ เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ชนะ “เลิกมองฉันเป็นแค่ยายตัวแสบที่คอยสร้างความน่ารำคาญได้แล้วนะคะคุณสถาปนิก เพราะถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้คุณคงเซ็นอนุมัติสร้างหลุมศพให้กับตัวเองไปแล้ว”
คำพูดจิกกัดที่มาพร้อมรอยยิ้มมุมปากเย้ายวนใจทำเอาธันวาถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระบายออกมาบนใบหน้าคมคาย เขาเอามือเสยผมลวกๆ ก่อนจะพิงพนักเก้าอี้ ปลดปล่อยแววตาที่เปลี่ยนจากความถือดีเป็นความคลั่งรักแบบไม่ปิดบัง
“ปากเก่งจิงๆ นะคะ…” ธันวาพึมพำเสียงต่ำ น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจเปลี่ยนสรรพนามและสำเนียงการพูดเลียนแบบเธอดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้นทีถึงกับผะผ่าวที่พวงแก้มโดยไม่ทราบสาเหตุ “แต่ให้ตายเถอะ… เวลาที่คุณจริงจังแบบนี้ มันน่ามองชะมัด”
“นี่คุณ!” นถีย่นจมูกใส่ ถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อรักษาระยะห่างเมื่อรู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ “ฉันกำลังเตือนเรื่องคอขาดบาดตายอยู่นะคะ เลิกหยอดคำหวานเลี่ยนๆ แบบนั้นสักทีเถอะ”
“ผมไม่ได้หยอด ผมพูดความจริง” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้นทีทีละก้าวอย่างคุกคามแต่นุ่มนวล จนกระทั่งแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลัง ไร้ทางหนี “ในเมื่อคุณมองเห็นจุดบอดที่ผมมองไม่เห็น… งั้นเรามาทำข้อตกลงกันไหมล่ะครับ”
“ข้อตกลงอะไรอีกคะ?” นทีพยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าตอนนี้ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตรงหน้าจะเป่ารดอยู่ข้างแก้มเธอแล้วก็ตาม
“ย้ายโต๊ะทำงานของคุณมาไว้ที่นี่… มานั่งทำงานร่วมกับผมทุกโปรเจกต์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” ธันวาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าระคายหูแต่น่าฟังจนขนลุกซู่ “เพราะผมไม่อยากพลาดมุมมองดีๆ… และไม่อยากพลาดตัวคุณไปแม้แต่วินาทีเดียว”
นทีเบิกตากว้าง กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเผ็ดร้อนเพื่อกลบเกลื่อนความวูบวาบในอก แต่ทว่า…
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนระอุในห้องทำงาน ก่อนที่บานประตูไม้สีเข้มจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงโปรดของ ‘พศิน’ สถาปนิกคู่ปรับตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ
“ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะช่วงเวลาสวีท… แต่ดูเหมือนว่าผมจะมีเอกสารด่วนจากบอร์ดบริหาร ที่จะทำให้โปรเจกต์นี้ของนายธันวาต้อง ‘พับเก็บ’ ถาวรนะครับ”
ขอขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนไวโอเล็ตการ์เด้นเสมอนะคะ
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 9
ทัศนคติที่สวนทาง
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!