"ถ้าคิดจะเข้ามาขัดจังหวะความสุขชาวบ้านอย่างน้อยก็น่าจะเคาะประตูให้มันมีมารยาทหน่อยนะคะ คุณพศิน"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่ร่างสูงโปร่งของพศินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องทำงาน นทีตวัดสายตาคมกริบมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่สบอารมณ์ มือเรียวเล็กที่ถือกล้อง DSLR ราคาแพงกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้คุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด
พศินหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งขับเน้นความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาคมกวาดตามองสภาพภายในห้องสลับระหว่างนทีกับธันวาที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ไม่ห่างกัน
"อุ๊ย ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ นึกว่าห้องนี้เปิดโลต้อนรับแขกเสียอีก เห็นประตูไม่ได้ล็อกนี่นา" พศินแสร้งทำเป็นตกใจ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ "อีกอย่าง... ผมแค่แวะเอาเอกสารปรับแบบแปลนงวดล่าสุดมาให้คุณธันวาพิจารณา เผื่อว่าโปรเจกต์สำคัญชิ้นนี้จะเสร็จทันเดดไลน์แบบไม่ต้องไปนั่งแก้หน้างานทีหลัง"
ธันวาขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงราวกับรูปสลัก แต่แววตากลับคมกราบจนพศินต้องเป็นฝ่ายชะงัก รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดลงหลายองศาในพริบตา
"วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไป" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังจนน่าขนลุก ไม่มีคำพูดเกินความจำเป็น ไม่มีรอยยิ้มเสแสร้ง มีเพียงความเยือกเย็นที่พร้อมจะบดขยี้คู่สนทนาให้แหลکค่าย
พศินแค่นหัวเราะเบาๆ วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานใกล้ตัวอย่างไม่ยี่ห้อ "ครับๆ ท่านสถาปนิกมือหนึ่ง ไม่อยากกวนเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาทำงานร่วมกันหรอกครับ เชิญพวกคุณเคลียร์งานกันตามสบายนะ"
พูดจบ พศินก็หันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างลอยชาย ทว่าทิ้งความขุ่นมัวเอาไว้เบื้องหลังราวกับทิ้งระเบิดเวลาขนาดย่อม
ประตูปิดลงสนิท ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่นทีกลับรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความโกรธที่มีต่อพศิน แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับธันวาในตอนนี้มันใกล้จนเกินไป ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขา
"ยืนเหม่ออะไรอีก" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่าง
"เปล่าสักหน่อยค่ะ แค่รำคาญแมลงหวี่แมลงวันแถวนี้" นทีเชิดหน้าขึ้นปฏิเสธ พยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่กำลังตีรวนอยู่ในอก "แล้วนี่... คุณจะถอยออกไปได้หรือยังคะ พื้นที่ตรงนี้มันแคบเกินไปสำหรับคนตัวโตๆ อย่างคุณนะ"
"แคบตรงไหน" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปากร้ายๆ เริ่มทำงานทันทีตามสัญชาตญาณ "หรือว่าใจคุณต่างหากที่แคบ เลยรองรับคนอื่นไม่ได้"
"นี่คุณ!" นทีตวัดสายตาดุๆ ใส่ "อย่ามาพูดจาหาเรื่องนะคะ ฉันไม่ได้ใจแคบ แค่ไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น"
"ล้ำเส้นเหรอ..." ธันวาพึมพำกับตัวเอง ประโยคเมื่อครู่ของพศินที่เข้ามาขัดจังหวะยังคงติดอยู่ในหัว ประกอบกับท่าทางปกป้องและสายตาที่เธอใช้มองเขาเมื่อครู่ มันทำให้ความอดทนบางอย่างที่เขาสสะสมมานานเริ่มสั่นคลอน ร่างสูงก้าวเข้าไปอีกก้าว จนร่างบางต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
ตึกลัก... ตึกลัก...
เสียงหัวใจของนทีเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงจะได้ยิน มือหนาของธันวาข้างหนึ่งยกขึ้นมาทาบลงบนผนังด้านข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ ไร้ทางหนี
"ธันวา..." นทีครางชื่อเขาเบาๆ ด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ แววตาของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งก็เปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาหรือกวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับร้อนแรงและลุ่มลึกราวกับหลุมพรางที่พร้อมจะดึงเธอให้จมดิ่ง
"รู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมให้พศินมันกวนประสาทอยู่ได้..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอ ทำให้ขนอ่อนลุกชันไปหมด
นทีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลแทบไม่ทัน "ะ... แล้วทำไมล่ะคะ"
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความจริงจังที่หาดูได้ยาก จนเธอเผลอกลั้นหายใจ
"เพราะถ้ามันไม่เข้ามาขัดจังหวะเมื่อกี้... ผมก็คงเผลอพูดอะไรบ้าๆ ออกไปให้คุณถือไพ่เหนือกว่าผมไปตลอดชีวิตแล้วน่ะสิ"
นทีขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ "พูดอะไรของคุณคะ พูดให้มันรู้เรื่องสิ"
ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง ราวกับกำลังยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นและเสน่ห์ที่ล้นเหลือของผู้หญิงตรงหน้า ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาตรงๆ ด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยแต่มั่นคงอย่างที่สุด
"ก็พูดประโยคที่ว่า..." ธันวาเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ จังหวะหัวใจของนทีแทบจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งความหยอกเย้าของเขา
"...ต่อให้คุณจะปากจัด ปากเก่ง หรือไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหน แต่สุดท้าย... คุณก็ต้องยอมให้ผมเป็นเจ้าของหัวใจอยู่ดี"
เพล้ง!
ประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกราวกับค้อนทุบลงกลางใจของนทีจนสติกระเจิง เธอเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดที่ไม่ได้คิดกรอง ไม่ได้ปรุงแต่ง แต่มันกลับทรงพลังและจริงใจเสียจนเธอตั้งรับไม่ทัน ธันวาเผลอพูดประโยคที่ทำให้สถานะและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอขยับฐานะพุ่งพรวดอย่างไร้ทางถอยในเสี้ยววินาทีเดียว
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้องอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ที่รุนแรง นทีกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์มของช่างภาพสาวผู้ไม่เคยยอมแพ้ใคร แต่ทว่า...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อذنญาต ร่างผอมบางของมินตราพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกราวกับเห็นผี พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่ชูขึ้นสูง
"นที! แก รีบดูนี่เร็ว ชิบหายแล้ว! รูปเบื้องหลังการถ่ายแบบโปรเจกต์ใหม่ของแกกับธันวา ถูกปล่อยว่อนลงโซเชียลแถมโดนบิดเบือนประเด็นจนคนเข้าใจผิดกันหมดแล้ว!"
ธันวาผละตัวออกจากผนังอย่างหัวเสียทันที ดวงตาคมตวัดมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือมินตราด้วยแววตาวาวโรจน์ ขณะที่นทีหน้าถอดสีเมื่ออ่านข้อความพาดหัวข่าวในหน้าฟีดที่กำลังแชร์กันว่อนเน็ต!
ไวโอเล็ตการ์เด้น ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 7
คำพูดที่ไม่คิดแต่ทำให้อีกคนคิด
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!