เสียงปิดประตูห้องพักที่ดังปัง... เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดในโถงทางเดินเวลานี้
ธันวากัดกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้น เส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนเต้นตุบด้วยความกรุ่นโกรธที่ยังระบายออกไม่หมด สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปทั่วห้องทำงานชั่วคราวของนที ซึ่งบัดนี้หลงเหลือเพียงความว่างเปล่าและความกดดันที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ ความหงุดหงิดจากการถูกขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวเมื่อครู่ยังไม่น่ากลัวเท่าความรู้สึกบางอย่างที่เขากำลังสัมผัสได้—ความเปราะบางที่ผู้หญิงปากเก่งคนนั้นซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกระด้าง
ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของช่างภาพสาว ดวงตาคมกวาดมองเอกสารที่กองระเกะระระกะ ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับแฟ้มหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองนิตยสารดีไซน์
ไม่ใช่สัยกุศล... แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขายื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา
"ผู้หญิงคนนั้นซ่อนอะไรไว้นักหนานะ..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองด้วยความหมั่นไส้ระคนสงสัย นิ้วแกร่งพลิกเปิดแฟ้มหนังออกอย่างถือวิสาสะ
พรึบ...
ภาพถ่ายโพลารอยด์นับสิบใบหล่นร่วงกระจัดกระจายลงบนโต๊ะทำงาน ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ลลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึกเมื่อภาพแรกปรากฏสู่สายตา ภาพถ่ายขาวดำที่ถูกบันทึกด้วยเลนส์มุมกว้าง เผยให้เห็นร่างเล็กของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักเรียนมัธยมปลาย นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่มุมห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบ ด้านหลังของเธอคือเงาร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังยืนค้ำหัวด้วยท่าทางคุกคาม
นั่นไม่ใช่ภาพถ่ายศิลปะ... แต่มันคือหลักฐานของแผลเป็นในอวัยวะที่เรียกว่าความทรงจำ
ธันวานิ่งงันไป มือที่ถือภาพถ่ายใบถัดมาสั่นเทาลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ภาพต่อๆ มาเล่าเรื่องราวของเด็กสาวผู้มีแววตาหวาดระแวงต่อโลกกว้าง เธอกำกล้องฟิล์มรุ่นเก่าในมือแน่น ราวกับว่าสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนั้นคือเกราะป้องกันเดียวที่จะช่วยให้เธอยังคงยืนหยัดหายใจอยู่ได้ในโลกอันโหดร้ายนี้ ไม่มีรอยยิ้มสดใส ไม่มีมาดมั่นใจแบบที่เขาเคยเห็นในปัจจุบัน มีเพียงความโดดเดี่ยวและร่องรอยของความพังทลายที่ถูกประกอบขึ้นใหม่ด้วยเศษเสี้ยวความกล้า
ภาพสุดท้าย... เป็นภาพถ่ายของนทีในวันที่เธอเรียนจบปริญญาตรี เธอยืนถือกล้องคู่ใจ รอยยิ้มบนใบหน้าช่างฝืนทอนและดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เลนส์กล้อง แต่มันมองทะลุกระจกออกไปราวกับหวาดกลัวว่าใครบางคนจะตามหาเธอพบ
กึก!
เสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ดังขึ้นบริเวณหน้าประตูลากสติของธันวาให้กลับคืนมา เขารีบกวาดภาพถ่ายทั้งหมดเก็บเข้าแฟ้มตามเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่าความคิด ทว่า... หัวใจของเขากลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กล成为ความหน่วงหนับที่แน่นิ่งอยู่ในอกข้างซ้ายแทน
"คุณเข้ามาทำอะไรในห้องฉัน!"
เสียงหวานทรงพลังที่ตวาดขึ้นพร้อมกับแรงผลักที่ประตูทำให้ธันวาต้องหันขวับ นทียืนอยู่ตรงนั้น ดวงตากลมโตคู่สวยแดงก่ำ มือบางกำสายสะพายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าที่เคยเชิดรั้นและเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวระคนหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นว่าแฟ้มหนังในมือของสถาปนิกหนุ่มเปิดอ้าอยู่และภาพถ่ายบางส่วนยังคงวางเกลื่อนกลาด
"นั่นมัน... ของส่วนตัวของฉัน!" นทีพุ่งเข้ามาปัดมือเขาออกด้วยความเร็วสูง ร่างบางรีบกวาดภาพถ่ายพวกนั้นยัดใส่แฟ้มด้วยมือที่สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ความหยิ่งทะนงทั้งหมดพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงเด็กผู้หญิงคนเดิมที่กำลังปกป้องแผลเป็นของตัวเองจากสายตาของคนแปลกหน้า
ธันวาเม้มปากแน่น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ปากร้ายๆ ที่มักจะหาคำมาปะทะเพื่อเอาชนะเธออยู่เสมอกลับหนักอึ้งจนพูดไม่ออก เขายื่นมือออกไปหมายจะแตะไหล่บางที่กำลังไหวสั่นด้วยความโกรธ
"นที... ฉัน..."
"อย่ามาแตะต้องฉัน!" ช่างภาพสาวตวาดลั่น น้ำตาคลอเบ้าแต่เธอพยายามกะพริบตาไล่ความอ่อนแอออกไปอย่างน่าเวทนา "คุณไม่มีสิทธิ์มาค้นข้าวของของฉัน! คุณเป็นใคร ถึงได้ทำตัวรุกล้ำความเป็นส่วนตัวแบบนี้! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศในห้องคุกกรุ่นจนแทบหายใจไม่ออก สายตาสองคู่ประสานกันในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อน ธันวาไม่เคยเกลียดตัวเองเท่านี้มาก่อน... เกลียดที่ความปากพล่อยของเขาทำให้เธอต้องระแวง และเกลียดที่ภาพผู้หญิงแสนเปราะบางในอดีตของเธอกำลังสลักลึกEลงในความรู้สึกของเขา จนเขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้อีก
"ใช่... ฉันไม่มีสิทธิ์" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างผิดคาด ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา "แต่ถ้าฉันรู้ว่าข้างในนั้น... มันมีเรื่องราวที่ทำให้ผู้หญิงปากเก่งอย่างเธอต้องร้องไห้อยู่คนเดียว... ฉันคงไม่ปล่อยให้เธอแบกมันไว้คนเดียวตั้งแต่แรกหรอก"
นทีชะงักกึก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำพูดที่เจือความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของพศินที่ตะโกนแทรกเข้ามาจากด้านนอก "นที! คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยเกี่ยวกับโปรเจกต์... ขอเข้าไปหน่อยนะ!"
นทีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองที่ประตูสลับกับร่างสูงของธันวาที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าไปล็อกประตู ลูกบิดประตูห้องกลับถูกบิดจากด้านนอก และร่างของพศินก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 6
ความลับหลังเลนส์
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!