"หลักฐานบ้านป้าคุณสิคะคุณพศิน!"
เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมดังสนั่น หยาดอารมณ์กรุ่นโกรธพุ่งทะยานขึ้นมาถึงขีดสุด นทีแทบอยากจะหยิบแก้วกาแฟเย็นเฉียบราดหัวผู้ชายเจ้าเล่ห์ตรงหน้าให้หายแค้น
เอกสารในมือของพศินไม่ใช่หลักฐานบริสุทธิ์อะไรเลย แต่มันคือภาพถ่ายมุมอับที่ถูกจัดฉากอย่างจงใจ ระหว่างเธอกับสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ในกองถ่ายโปรเจกต์รีสอร์ทเมื่อสัปดาห์ก่อน เป้าหมายชัดเจนเพื่อดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของทีมงาน และเขย่าบัลลังก์ท่านประธานหนุ่มอย่างธันวาให้สั่นคลอน
ธันวาปรายตามองเอกสารเหล่านั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตานิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น จนคนมองเดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปนั่งไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าทรงพลังกดดันจนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา
"จบหรือยังคะ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมบาดลึก ธันวาไม่ได้แม้แต่จะชายตามองรูปถ่ายพวกนั้นด้วยซ้ำ เขากลับเงยหน้าขึ้นสบตาพศินตรงๆ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย "ถ้าเล่นงิ้วฉากนี้จบแล้ว ก็เชิญเก็บฉากแล้วไสก้นออกจากห้องฉันไปได้ ก่อนที่ฉันจะฟ้องคุณข้อหาบุกรุกและพยายามทำลายชื่อเสียงบริษัท"
พศินหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อน "คุณธันวาจะไม่ตรวจสอบหน่อยเหรอครับ หรือว่ายอมให้ผู้หญิงคนนี้มาปั่นหัวจนหูหนวกตาบอดไปหมดแล้ว?"
"เรื่องของฉัน กับการทำงานของฉัน... ไม่จำเป็นต้องให้หมาเห่าข้างทางมาสอนค่ะ" ธันวาย้อนกลับนิ่มๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวงใน
ทว่า ปัญหาใหญ่ไม่ได้จบลงแค่นั้น... เมื่อโปรเจกต์นี้ถูกเร่งรัดกระชั้นชิดจนต้องเดินทางลงพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างจริง ณ รีสอร์ทกลางหุบเขาที่ห่างไกลความเจริญ และด้วยความผิดพลาดอันน่าหงุดหงิดของฝ่ายประสานงาน ทำให้ห้องพักถูกจองล้นจนเหลือเพียง "ห้องเดียว" ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"มองหน้าฉันแบบนี้ หมายความว่ายังไงคะคุณสถาปนิก" นทีกอดอกแน่น พิงหลังเข้ากับขอบประตูห้องพักขนาดกะทัดรัดที่มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง สายตาคมกริบมองชายหนุ่มที่ยืนถือกระเป๋าเดินทางสองใบด้วยสีหน้าเอาเรื่อง
"หมายความว่าคุณต้องนอนบนเตียง ส่วนผมนอนโซฟา... จบไหมครับ?" ธันวาถอนหายใจยาว พลางโยนกุญแจห้องลงบนโต๊ะข้างเตียง เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดังโปร่งท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดกระจกด้านนอก
"ฝันไปเถอะค่ะ!" นทีสวนทันควัน ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ใครจะไปยอมนอนห้องเดียวกับผู้ชายปากร้ายอย่างคุณกันคะ เกิดดึกๆ คุณเกิดทำมืดตึ๊ดตื๋อปล้นสวาทฉันขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ"
ธันวาชะงักไปนิด เขาดันแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มร้ายกาจที่หาดูได้ยาก ดวงตาคมปลาบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตากรุ้มกริ่ม "มั่นใจในตัวเองสูงจังนะครับคุณช่างภาพ... คิดว่าตัวเองมีอะไรน่าปล้นขนาดนั้นเชียว?"
"นี่คุณ!" นทีหน้าร้อนผ่าว ไล่ระดับความแดงลามไปจนถึงใบหู เธอพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวเขา นิ้วเรียวชี้หน้าคาดโทษ "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่มีใครเอาไม่รู้ตัวนะคะ!"
"ก็รอให้คุณมาเอา... เอ๊ย มาสนใจอยู่นี่ไงครับ" ธันวาแกล้งพูดเสียงพร่า จงใจโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน นทีสะดุ้งสุดตัว หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพลจนเธอต้องรีบถอยหลังกรูดไปชนขอบเตียง
บรรยากาศในห้องแคบๆ เริ่มอัดแน่นไปด้วยเคมีอันร้อนแรงที่คุกกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องด้านนอก มื้อค่ำที่ควรจะเป็นการประชุมงานเครียดๆ กลับกลายเป็นการต่อสู้ทางอารมณ์ที่ทำให้คนทั้งคู่แทบหายใจไม่ทั่วท้อง
ธันวาก้าวเท้าเข้าไปช้าๆ ไล่ต้อนเธอจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้อง มือหนายันกำแพงกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกสนุก
"หิวไหมครับ?" อยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนลงจนน่าใจหาย "ผมสั่งรูมเซอร์วิสไว้แล้ว น่าจะใกล้มาส่ง..."
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านนอกขัดจังหวะความใกล้ชิดอันตรายนั้นลงพอดี นทีพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก รีบดันอกแกร่งให้ออกห่างแล้วเดินไปเปิดประตูด้วยความรวดเร็ว
ทว่า... รอยยิ้มโล่งอกบนใบหน้าของเธอต้องค้างเติ่ง เมื่อบุคคลที่ยืนถือถาดอาหารอยู่หน้าห้องไม่ใช่พนักงานโรงแรมอย่างที่คิด
ร่างสูงโปรดปรานของพศินยืนยิ้มระรื่นอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ พร้อมกับแก้วไวน์ในมือ เขากวาดสายตามองสภาพนทีที่ผมเผ้ากระเซิงนิดหน่อยกับธันวาที่ยืนหน้าตึงอยู่ด้านหลังด้วยแววตาเจ้าเล่ห์สุดขีด
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะความสวีต..." พศินลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วโมโห "พอดีห้องผมแอร์เสีย... แล้วบังเอิญเห็นว่าพวกคุณ 'อยู่ด้วยกัน' สองต่อสอง... ผมเลยคิดว่า... เรามา *ดินเนอร์รอบดึก* ด้วยกันสามคน น่าจะสนุกดีนะครับ?"
ธันวากัดกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกริ้วที่ถูกขัดจังหวะในเวลาส่วนตัว นทีกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ บรรยากาศมาคุแผ่ซ่านปกคลุมหน้าห้องพักทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 5
มื้อค่ำที่ไร้ความสงบ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!