"คุณคิดว่าการถอยหลังสามก้าว แล้วบอกว่าตัวเองเป็นคนรักอิสระ มันเท่มากหรือไงคะคุณธันวา"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธดังขึ้น ทะลุผ่านความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวในสตูดิโอถ่ายภาพ นทีวางเลนส์ราคาแพงลงบนโต๊ะกระจกด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย สะท้อนถึงอารมณ์กรุ่นๆ ที่กำลังปะทุอยู่ในอก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองสถาปนิกหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งเรียบเสมอกำลังขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นเล็กน้อยตามแบบฉบับคนฟอร์มจัด
ธันวาปรายตามองกล้องตัวโปรดของเธอก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับนัยน์ตาวาววับคู่นั้น ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งไม่ถึงดวงตา
"ผมแค่ไม่อยากผูกมัดกับใครในแบบที่คุณกำลังตีความต่างหากล่ะครับ... นที" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' ด้วยน้ำเสียงที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ "เราต่างก็รู้ว่าพื้นที่ส่วนตัวมันสำคัญแค่ไหน หรือคุณคิดว่าการวิ่งตามติดกันแจมันคือความสุขของชีวิตคู่?"
"พื้นที่ส่วนตัวกับความเห็นแก่ตัวมันเส้นบางๆ กั้นอยู่แค่นิดเดียวเท่านั้นแหละค่ะ!" นทีสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด ร่างเพรียวในชุดสูทลำลองก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณคิดว่าการมีความรู้สึกให้กันมันคือภาระ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ทำไมต้องทำเหมือนแคร์ ทำไมต้องทำเหมือน... เหมือนว่าโลกทั้งใบของคุณมีแค่ฉัน!"
คำพูดประโยคสุดท้ายหลุดออกจากปากด้วยความเผลอไผล นทีชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายไหววับในดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนน่าหงุดหงิด เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้แบบนี้ เกลียดที่ตัวเองต้องมานั่งทวงถามความชัดเจนจากผู้ชายปากแข็งที่วันๆ เอาแต่สร้างกำแพงน้ำแข็งรอบตัว
ธันวาผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่กระตุกวูบตั้งแต่ได้ยินเสียงตัดพ้อนั้น เขายอมรับว่าเขากลัว... กลัวความผูกมัด กลัวการสูญเสียการควบคุม และยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้ามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขามากเกินไป มากจนน่ากลัวว่าถ้าวันหนึ่งเธอเดินจากไป เขาคงไม่เหลือชิ้นดี
"อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยน่า" ธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงให้ราบเรียบลง พยายามซ่อนความสั่นไหวไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง "เราต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว การเว้นระยะห่างมันเซฟความรู้สึกที่สุดไม่ใช่เหรอครับ คุณเองก็มีแผลจากอดีตไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงอยากเอาตัวเข้ามาผูกติดกับผมนักล่ะ"
*เพล้ง!*
ราวกับมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ในอก ประโยคที่บาดลึกถึงปมในอดีตทำให้ดวงตาของนทีร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
อดีต... ใช่สิ เธอมันเคยโง่เคยเชื่อใจคนผิดจนแทบไม่เหลือชิ้นดี และนั่นคือเกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างแน่นหนา แต่แปลกเหลือเกิน... ทำไมพอกำแพงของเธอกำลังจะถูกทำลายด้วยฝีมือของผู้ชายปากร้ายคนนี้ เขากลับเป็นฝ่ายถอยหนีแล้วดึงกำแพงของตัวเองขึ้นมาเสียเอง
"ใช่ค่ะ! ฉันมันมีแผล ฉันมันระแวง!" นทีเชิดหน้าขึ้นสู้ หยาดน้ำใสคลอเบ้าแต่เธอปฏิเสธที่จะให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ "เพราะฉะนั้นคุณก็ไม่ต้องมาทำเป็นห่วง ไม่ต้องมาคอยกวนประสาท ไม่ต้องมาทำเป็นใส่ใจฉันอีก! เชิญกลับไปอยู่ในเซฟโซนที่แสนปลอดภัยของคุณคนเดียวเถอะค่ะ!"
เธอผายมือไปทางประตูอย่างไล่ที่ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วน 18+ ของพวกคุณสินะคะ?"
น้ำเสียงหวานหยดย้อยแต่แฝงด้วยความเยาะเย้ยดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของมินตรา... ไม่สิ ด้านหลังของเพื่อนสนิทเธอกลับมีร่างสูงโปรดของพศิน สถาปนิกคู่ปรับตัวฉกาจของธันวาเดินตามเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ธันวาหุบสีหน้าผ่อนคลายลงทันที นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นเมื่อมองไปยังคู่ปรับเก่าที่ยืนกอดอกมองสถานการณ์ด้วยความขบขัน ขณะที่นทีขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมพศินถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ในเวลาแบบนี้
"นายมาทำอะไรที่นี่ พศิน" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกจากตัวจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา
พศินหัวเราะในลำคอ เดินตรงเข้ามาหยุดยืนใกล้กับนทีโดยไม่สนสายตาดุดันของธันวา มือหนายื่นออกไปทำทีจะปัดปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของช่างภาพสาวอย่างถือวิสาสะ
"พอดีผมพาคุณมินตรามาดูโลเคชั่นโปรเจกต์ใหม่น่ะครับ... เห็นคุณธันวาดูจะยุ่งอยู่กับการ 'เคลียร์ใจ' กับคุณนที จนอาจจะลืมไปแล้วมั้งว่าตอนนี้..." พศินเว้นจังหวะ ยิ้มกริ่มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "สิทธิ์ในการดูแลโปรเจกต์ถ่ายภาพเซ็ตนี้ กำลังจะถูกโอนย้ายไปให้ทางฝั่งผมแทนแล้วนะ"
นทีเบิกตากว้าง หันขวับไปมองธันวาทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่สถาปนิกหนุ่มขบกรามแน่นจนสันนูน สายตาดุดันไม่ได้มองที่พศิน แต่มันกำลังจ้องเขม็งมาที่เธอ ราวกับจะคาดคั้นว่า... นี่คือแผนการที่เธอรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า!
"ว่ายังไงนะคะ..." นทีกัดริมฝีปากแน่น หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นแววตาตัดพ้อที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมของธันวาเป็นเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะเลือนหายไป
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 14 และยังคงตื่นเต้นไปกับจังหวะชีวิตของนทีและธันวานะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 14
ความกวนประสาทที่เป็นเกราะป้องกัน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!