"ถ้าคุณคิดว่าการเงียบใส่ฉันมันจะทำให้ฉันถอยไปล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าคุณคิดผิดถนัด"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังของนทีดังแทรกความเงียบงันภายในสตูดิโอถ่ายภาพยามค่ำคืน บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของฝนแรกฤดูและกลิ่นกาแฟดำที่ยังกรุ่นอยู่บนโต๊ะทำงาน ช่างภาพสาวกอดอกมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงข้ามด้วยแววตาท้าทาย เธอไม่เคยเป็นผู้หญิงประเภทที่จะยอมก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายหรือความเนี๊ยบระดับเทพขนาดไหนก็ตาม
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องใบเนียนที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ความซึนเดระที่สั่งสมมานานแรมเดือนกำลังตีรันฟันแทงกับความรู้สึกที่ล้นทะลักอยู่ข้างในอกจนแทบจะระเบิดออกมา
"ใครบอกให้คุณถอยกันล่ะ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อยอย่างคุกคามแต่นุ่มนวล "ผมแค่มอง... มองว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงดื้อรั้นจนน่าจับมาตีให้ก้นลายซะให้เข็ด"
"ปากเสีย!" นถีกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อแผงอกกว้างของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ "ถ้าเชิญมาเพื่อจะพูดจาหาเรื่อง ฉันว่าเราควรจบการประชุมโปรเจกต์นี้แค่นี้เถอะค่ะ"
"เดี๋ยวก่อนสิครับ... เอ๊ย! ไม่ใช่" ธันวาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่อยากใช้ สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ความอดทนทั้งหมดจะพังทลายลงในวินาทีนั้น
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
"ให้ตายสิ..." ธันวาสบถเบา ๆ ในลำคอ มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองลวก ๆ อย่างหงุดหงิดในความปากแข็งของตนเอง "คุณนี่มัน... ทำให้ผมกลายเป็นคนบ้าไปได้ทุกทีเลยรู้ตัวไหม นที"
นทีขมวดคิ้วมุ่น "คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ?"
"ผมไม่ได้อยากปากร้ายใส่คุณเลยนะ!" ธันวาโพรงออกมาเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบสת้อนประกายความจริงจังที่หาดูได้ยาก จนคนฟังถึงกับผะผะงกถอยหลังด้วยความตกใจ "ทุกครั้งที่เห็นคุณเถียงกับพศิน ทุกครั้งที่คุณดื้อรั้นไม่ยอมระวังตัว คุณรู้ไหมว่าผมต้องพยายามมากแค่ไหนที่จะห้ามตัวเองไม่ให้เข้าไปดึงคุณมากอดไว้... ให้ตายสิ ผมเกลียดตัวเองชะมัดที่ต้องมานั่งหึงแม้กระทั่งกับงานที่คุณรัก!"
นทีเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกัก สมองประมวลผลคำพูดรัวเร็วของสถาปนิกหนุ่มแทบไม่ทัน นี่คือ... คำสารภาพรักอย่างนั้นเหรอ? จากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและปากร้ายที่สุดในวงการสถาปนิกเนี่ยนะ?
"คุณ... พูดอะไรออกมาคะเนี่ย" เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวในอกที่ยากจะควบคุม
"ผมบอกว่าผมชอบคุณ!" ธันวาตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ช่องว่าง มือหนาสองข้างเอื้อมไปกุมไหล่บอบบางเอาไว้แน่น แววตาของเขาจริงจังและร้อนรุ่มจนเธอไม่กล้าสบตาตรง ๆ "ชอบจนแทบคลายความควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว ยัยช่างภาพปากกล้า... ผมไม่อยากเป็นแค่เซฟโซนแปลก ๆ ในชีวิตคุณอีกต่อไปแล้วนะ นที"
หัวใจของนทีเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู เคมีร้อนแรงระหว่างคนทั้งคู่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องดูจะสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และพบแต่ความจริงใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกของธันวากำลังจะโน้มลงมาประทับความรู้สึกทั้งหมดลงบนเรียวปากของเธอ เพื่อปิดฉากความลังเลทั้งมวล
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูสตูดิโอดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของมินตรา เพื่อนสนิทและผู้ช่วยสาวที่ผลักประตูเข้ามาหน้าตาตื่น โดยมีใครอีกคนเดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มเยдяือก
"นที! แก... อุ๊ย! ฉันขัดจังหวะอะไรรึเปล่าเนี่ย?" มินตราอ้าปากค้าง ตาโตมองภาพที่สถาปนิกหนุ่มกำลังกอดไหล่เพื่อนสนิทของเธอไว้แน่น
และก่อนที่ธันวาจะได้หันไปเหวี่ยงใส่ผู้มาใหม่ เสียงทุ้มคุ้นหูก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา
"ดูเหมือนผมจะมาเสียจังหวะสำคัญสินะครับ... คุณธันวา?"
พศินก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ แววตาคู่คมมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้เต็มเปี่ยม ขณะที่บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงในพริบตาเดียว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 15 และตื่นเต้นไปกับความซึนที่แตกพ่ายของธันวานะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 15
เมื่อความซึนทำงานหนัก
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!