กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับสิบในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอินทีเรียร์ดีไซน์ชื่อดัง กำลังทำให้นทีรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเสือสาวที่หลงเข้ามาในดงไฮยีน่ากระหายเลือด บนโต๊ะประชุมตัวยาวไม้โอ๊กแท้ เอกสารโปรเจกต์รีสอร์ทริมทะเลถูกกางออก แต่อุณหภูมิในห้องกลับติดลบยิ่งกว่าเดินเข้าไปในห้องแช่แข็ง
"ผมคิดว่าแนวคิดการถ่ายภาพของคุณมันดู... ไร้รสนิยมเกินกว่าจะเอามาใช้กับงานระดับลักชัวรีนะคะ คุณนที"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม พศิน สถาปนิกหนุ่มคู่ปรับตัวฉกาจของธันวา ยกยมุมปากขึ้นอย่างเหนือกว่า เขานั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตัก สายตาคมกริบกวาดมองรูปถ่ายตัวอย่างที่นทีเพิ่งนำเสนอผ่านโปรเจกเตอร์ด้วยความดูแคลน
นทีแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอยังคงนั่งหลังตรง ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวสวยเคาะปากกาลงกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าทรงพลัง
"ไร้รสนิยม หรือว่าคุณมองไม่ออกกันแน่คะคุณพศิน ว่าภาพพวกนั้นมันกำลังดึง 'จิตวิญญาณ' ของสถานที่ออกมา ไม่ใช่แค่ถ่ายตึกแข็งๆ ทื่อๆ แบบที่คุณชอบออกแบบจนลูกค้าเกือบหลับคาพรีเซนต์"
ฮึ่ม... เสียงสูดลมหายใจเข้าพร้อมกันของคนในห้องประชุมดังขึ้นเบาๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าช่างภาพสาวนอกสัญญาคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับพศิน สถาปนิกมือทองที่ผู้บริหารเกรงใจได้อย่างเจ็บแสบถึงพริกถึงขิง
พศินหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "คุณนี่มันปากกล้าสมกับที่เขาเล่าลือจริงๆ หวังว่าฝีมือหน้าเลนส์จะคมคายเท่าคำพูดก็แล้วกันนะ"
"ฝีมือฉันคมพอที่จะควักลูกตาคนที่แยกแยะงานศิลปะไม่ออกออกมาล้างใหม่ได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง"
"พอได้แล้วครับ"
เสียงทุ้มห้วนที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดดังแทรกขึ้น ธันวาที่นั่งเงียบมานานขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทุกคนในห้องเงียบกริบ สถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบส่งสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่พศิน "โปรเจกต์นี้ผมเป็นคนรับผิดชอบ และผมเลือกคุณนทีเข้ามาเอง ถ้าใครมีปัญหาเรื่องวิสัยทัศน์เชิญไปลาออกจากโปรเจกต์นี้ซะตอนนี้ หรือไม่ก็หุบปากแล้วฟังต่อให้จบ"
คำพูดเด็ดขาดเฉียบคมของธันวาทำเอาพศินกัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา แต่ทำได้เพียงแค่นั่งฮึดฮัดไม่กล้าต่อความยาว เนื่องจากบารมีและผลงานที่ผ่านมาของธันวาค้ำคออยู่
นทีเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนข้างกายด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าเขายืนหยัดปกป้องเธออย่างไม่มีเงื่อนไข ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที เขายังเพิ่งลากเธอขึ้นรถมาด้วยความโมโหอยู่เลย ผู้ชายคนนี้นี่มัน... เดาใจยากเป็นบ้า
"ประชุมแค่นี้พอก่อนครับ แยกย้ายได้" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วหันมาสบตานทีนิ่ง "ส่วนคุณ... ตามผมมาที่ห้องทำงาน เดี๋ยวนี้"
ทันทีที่ประตูกลอนห้องทำงานส่วนตัวของธันวาปิดลง ความเงียบและความกดดันก็โอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ทันที นทียังคงกอดอกเชิดหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แม้ว่าในใจจะเริ่มคิดหาทางหนีทีไล่เผื่อโดนตาบ้านี่ด่ากราดยาวๆ เรื่องที่เธอไปเปิดฉากปะทะกับพศินเมื่อครู่
"คุณคิดอะไรอยู่ ถึงไปเปิดฉากรบกับพศินแบบนั้นในที่ประชุม?" ธันวาเดินเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ
"ก็อีตานั่นมันเริ่มก่อนนี่คะ! จะให้ฉันยืนยิ้มรับคำดูถูกแล้วก้มหัวให้หรือไง ฝันไปเถอะค่ะ" นทีเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่ตอนนี้จะใกล้กันจนเกินไปแล้วก็ตาม
"ผมไม่ได้บอกให้คุณก้มหัวให้ใคร" ธันวายื่นมือข้างหนึ่งไปทาบกับผนังกระจก กักตัวเธอไว้ตรงกลาง ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "แต่ผมไม่อยากให้คุณเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับเกมสกปรกของไอ้พศิน มันจ้องจะเล่นงานคุณตั้งแต่รู้ว่าผมเลือกคุณมาทำงานนี้แล้ว"
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยในประโยคหลัง ทว่าแววตากลับจริงจังและร้อนรุ่มจนนทีต้องเป็นฝ่ายเบนสายตาหนี หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน อากาศในห้องจู่ๆ ก็เหมือนจะลดลงจนหายใจไม่ออก
"เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" นทีแกล้งเอ่ยแซوةกลบเกลื่อนความประหม่า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "อุ๊ย หรือว่ากลัวฉันแพ้แล้วคุณจะเสียหน้ากันแน่คะ สถาปนิกธันวา"
ธันวาหรี่ตามองคนปากเก่งที่ยังคงหาเรื่องหยอกล้อเขาได้ในสถานการณ์แบบนี้ มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน
"ปากเก่งนักนะ... นที" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมฝีปาก "ถ้าคุณยังไม่เลิกยั่วโมโหผม ระวังตัวไว้เถอะ ว่าผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณเถียงไม่ออกไปทั้งวัน"
บรรยากาศกำลังระอุเร่าร้อนจนแทบหลอมละลาย เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งสูงถึงขีดสุด นทีกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บๆ คันๆ ตามนิสัย ทว่า...
*ก๊อกๆๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของมินตรา เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของเธอที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาหน้าตาตื่น
"นที! แย่แล้วแก... รีบเปิดมือถือดูข่าวกลุ่มด่วนเลย มีคนปล่อยข่าวลับบอกว่าโปรเจกต์นี้ของเรามีปัญหาวงใน แถมรูปที่แกถ่ายเซ็ตล่าสุดถูกขโมยเอาไปโพสต์ประจานในเพจสถาปนิกชื่อดังแล้ว!"
ธันวาผละตัวออกจากนทีทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความละมุนและคุกคาม แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายชนิดที่นทีไม่เคยเห็นมาก่อน
ธันวาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนทีด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ดูท่าทาง... เกมนี้ไม่ได้มีแค่พศินคนเดียวแล้วล่ะครับ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ "เตรียมตัวเก็บกระเป๋าให้พร้อม... คืนนี้เราต้องไป 'เคลียร์บัญชี' นอกสถานที่กับหนอนบ่อนไส้ตัวจริงกัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความฟินและความกวนของคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 3
สงครามในห้องประชุม
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!