เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 2

ข้อกำหนดที่ไม่มีใครยอมใคร

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"คืนมันมาซะ ธันวา!" เสียงตบโต๊ะทำงานดังสนั่นก้องห้องประชุมกระจกใสระฟ้า นทีแทบจะพุ่งตัวข้ามฟากไปกระชากคอเสื้อสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งผู้กำลังนั่งไขว่ห้างหมุนปากกาในมือเล่นอย่างใจเย็น แววตาสีเข้มหลังกรอบแว่นสายตานั้นไม่ได้มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายระยิบระยับที่ชวนให้อยากหยิบแฟลชไดรฟ์ฟาดหัวเขาสักทีสองที ของสำคัญที่เธอซ่อนไว้ในช่องลับของกระเป๋ากล้อง... เมมโมรี่การ์ดสำรองที่บันทึกภาพมุมลับของไซต์งานเก่าซึ่งเชื่อมโยงกับหลักฐานการทุจริตของพศิน คู่ปรับตัวฉกาจของเขา บัดนี้มันกลับมานอนสงบนิ่งอยู่บนปลายนิ้วเรียวยาวของธันวาได้อย่างไร เธอยังไม่ทันได้หาคำตอบ "เรียกผมแบบไม่มีหางเสียงอีกแล้วนะคะ, คุณช่างภาพสายฟาด" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย แต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม เขาขยับตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวลอยมาแตะจมูก นทีถึงกับต้องผถันถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว "จำไม่ได้เหรอคะว่าเราตกลงอะไรกันไว้เมื่อห้านาทีก่อน" "ฉันบอกแค่ว่าจะรับงานโปรเจกต์นี้ ไม่ได้บอกว่าจะยอมให้คุณมาควานหาของส่วนตัวในกระเป๋าฉันนะ! นั่นมันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลชัดๆ!" นทีเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอยอมรับว่าตัวเองเป็นคนใจร้อนและเกลียดการถูกเอาเปรียบที่สุด โดยเฉพาะกับผู้ชายเย็นชาคนนี้ที่ทำตัวเหมือนพระเจ้าผู้ควบคุมทุกอย่าง "สิทธิส่วนบุคคลเหรอคะ? แต่สิ่งที่อยู่ในเมมฯ นี่มันคือ 'ความอยู่รอด' ของโปรเจกต์ที่เราต้องรับผิดชอบร่วมกันต่างหากล่ะ" ธันวาปัดเมมโมรี่การ์ดชิ้นเล็กในมือเบาๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกลางเอกสารกองโต "ถ้าพศินได้ภาพเซ็ตนี้ไปก่อนที่คุณจะเอาไปรีทัชส่งลูกค้า ทีมออกแบบของผมกับทีมบันทึกภาพของคุณคงต้องกอดคอกันตกงานพร้อมกัน... คุณคิดว่าสภาพแบบนั้นมันน่าอภิรมย์นักหรือไง?" นทีเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าธันวาพูดความจริง พศินกำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยโปรเจกต์รีโนเวตตึกเก่านี้ให้พ้นทาง แต่การที่เขาถือวิสาสะค้นกระเป๋ากล้องของเธอ มันก็คือการล้ำเส้นที่เธอยอมรับไม่ได้อยู่ดี "ถึงอย่างนั้น คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องข้าวของของฉัน... อยากได้ไฟล์ภาพ ทำไมไม่ขอดีๆ ล่ะคะ?" เธอเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเห็นความหวั่นไหวในแววตา "ขอดีๆ งั้นเหรอคะ?" ธันวาทวนคำ น้ำเสียงของเขาลึกล้ำขึ้นจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าเรียวที่รั้นจนน่าหมั่นไส้ ไล่ลงมาถึงริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากัน "คุณคิดว่าผู้หญิงที่เข้ามาต่อปากต่อคำกับผมตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบเข้ามาในบริษัท จะยอมให้ไฟล์งานนี้กับผมง่ายๆ โดยไม่ขุดหลุมดักผมไว้ก่อนหรือไงคะ นที" บรรยากาศในห้องประชุมแคบลงถนัดตา เมื่อธันวาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากผู้ชายคนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่พวกเขาเข้าใกล้กันเกินระยะปลอดภัย นทีเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่เวลานี้ เธอกลับรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองเริ่มติดขัดเมื่อเขาก้าวเข้ามาประชิดทีละน้อย "ถอยไปเลยนะ..." เธอเตือนเสียงแข็ง มือเรียวเอื้อมไปคว้ากระเป๋ากล้องของตัวเองมากอดไว้แนบอกราวกับมันคือโล่กำบัง "เรามาตกลงเงื่อนไขกันให้จบๆ ดีกว่าค่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลากับคุณนานนักหรอก" ธันวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้นทีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าไปในกรงเล็บของเสือร้าย "ดีค่ะ งั้นเรามาเริ่ม 'ข้อกำหนดที่ไม่มีใครยอมใคร' กันเลยดีกว่า" เขากลับไปนั่งที่เดิม หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเลื่อนหน้าจอแสดงเอกสารข้อตกลงการทำงานร่วมกันที่ถูกร่างขึ้นมาใหม่สดๆ ร้อนๆ นทีหรี่ตามองอย่างระแวง แต่ก็ยอมเดินเข้าไปใกล้เพื่ออ่านข้อความบนหน้าจอ *ข้อ 1: ห้ามปิดโทรศัพท์มือถือไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น หากติดต่อไม่ได้ภายใน 15 นาที ต้องโดนหักค่าจ้าง* *ข้อ 2: ห้ามขัดคำสั่งของสถาปนิกหัวหน้าโปรเจกต์ในยามที่อยู่ในไซต์งานเด็ดขาด* *ข้อ 3: ทุกภาพถ่ายที่ถูกบันทึก จะต้องผ่านการคัดเลือกและอนุมัติร่วมกันเท่านั้น* *และข้อสุดท้าย...* ธันวาหยุดเว้นจังหวะ ปรายตาขึ้นมองนทีที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความโมโห "เดี๋ยวๆ! ข้อ 1 กับข้อ 2 มันก็เผด็จการเกินไปแล้วนะ! แล้วไอ้ข้อสุดท้ายเนี่ย... หน้าตาเป็นยังไงคะ ทำไมไม่มีในเอกสาร?" นทีโพล่งขึ้นทันที "ข้อสุดท้าย... อยู่ในหัวผมค่ะ" ธันวาตอบหน้าตาเฉย ดวงตาพราวระยับ "นั่นก็คือ... ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่เราต้องทำงานร่วมกันในโปรเจกต์นี้ คุณต้องมาทานมื้อเย็นกับผมทุกวันศุกร์ เพื่อรายงานความคืบหน้า" "นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ!" นทีตบโต๊ะอีกรอบด้วยความเหลืออด "นั่นมันเรื่องส่วนตัวชัดๆ! ฉันไม่ตกลง!" "ถ้าไม่ตกลง..." ธันวาเอื้อมมือไปหยิบเมมโมรี่การ์ดชิ้นปัญหากลับมาถือไว้ในมืออีกครั้ง แล้วหมุนมันเล่นราวกับมันเป็นแค่ลูกแก้วไร้ค่า "ไฟล์ภาพชุดนี้ รวมถึงหลักฐานที่จะทำให้พศินดิ้นไม่หลุด อาจจะบังเอิญ... หลุดมือไปให้คนอื่นดูก็ได้นะคะ" "คุณ... คุณมันคนทุเรศที่สุด!" นทีกัดฟันกรวดด้วยความแค้นใจ เธออยากจะหยิบแฟลชไดรฟ์ฟาดหน้าเขาให้สาสมกับความเจ้าเล่ห์นี่จริงๆ แต่เธอก็ทำไม่ได้ เพราะอนาคตของงานนี้แขวนอยู่บนเส้นด้าย ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและชวนให้หัวใจคนฟังกระหน่ำเต้นอย่างบ้าคลั่ง เขาชอบเหลือเกินเวลาที่เห็นเธอยืนเถียงคอเป็นเอ็นแบบนี้ มันมีชีวิตชีวาจนเขาละสายตาไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว "เลือกเอาค่ะ... จะยอมทำตามเงื่อนไขของผมแต่โดยดี หรือจะให้ผมใช้ 'วิธีอื่น' ที่ทำให้คุณปฏิเสธไม่ได้เลย" นทีกัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ สมองหมุนติ้วเพื่อหาทางเอาคืน แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ ประตูห้องประชุมกระจกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยมินตรา เพื่อนสนิทและผู้ช่วยสาวที่หน้าตาตื่นตระหนก วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ "นที! แย่แล้วแก! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานแล้ว... พศินพาคนบุกเข้าไปรื้อโครงสร้างตึกที่เราต้องถ่ายรูปทำสารคดีตอนนี้เลย!" หัวใจของนทีหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่เธอจะได้ขยับตัว ธันวากลับลุกขึ้นยืนพรวดเดียว รัศมีเยือกเย็นและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงทันที แววตาที่เคยพราวระยับเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีด "ดูท่าทาง... เราคงต้องเลื่อนการตกลงไปทำที่ไซต์งานแทนแล้วล่ะค่ะ" ธันวาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะ แล้วคว้าข้อมือนทีหมุนตัวเดินออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ "เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม... วันนี้เรามีบัญชีต้องสะสางกับนายพศินยาวๆ แน่" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของต้าวสถาปนิกคนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%