"ถ้าคุณจะยืนบดบังมุมแสงที่ฉันอุตส่าห์ดักรอมาเกือบชั่วโมงเพื่อให้ได้องศานี้... กรุณาหยิบตลับเมตรออกไปจากเฟรมด้วยค่ะ มันเกะกะสายตา"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดระคนท้าทายดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องจักรในไซต์งานก่อสร้างที่กำลังวุ่นวาย นทีในชุดทะมัดทะแมงกางเกงคาร์โก้สีเข้มกับเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ที่พับแขนขึ้นจนสุดข้อศอก ขยับกล้องตัวโปรดในมือด้วยท่าทีหงุดหงิด ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งสงบอยู่ตรงหน้าเหมือนรูปปั้นไร้ความรู้สึก
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเขายังคงถือตลับเมตรค้างไว้ราวกับไม่สนใจคำสั่งของผู้หญิงที่เขามองว่ากำลัง 'ล้ำเส้น' ความเป็นมืออาชีพในพื้นที่ทำงานของเขา
"นี่มันไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายแฟชั่นครับคุณช่างภาพ ถ้าคุณอยากได้แสงสวยๆ ที่ไม่ติดสิ่งปลูกสร้างหรืออุปกรณ์ช่าง ผมแนะนำให้ไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกที่ริมหาดน่าจะเหมาะกับ... สไตล์งานของคุณมากกว่า" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกด้วยความเย็นชาที่ตั้งใจพุ่งเป้าเข้าใส่
นทีแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว เธอค่อยๆ ลดกล้องลงแล้วก้าวเข้าไปหาคนตัวสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงหัวอย่างไม่ลดละ
"คุณคงเป็นสถาปนิกเจ้าของโปรเจกต์ 'เอาแต่ใจ' คนที่มินตราเตือนว่าจู้จี้จุกจิกจนช่างรับเหมาแทบอยากจะลาออกสินะคะ" เธอเว้นจังหวะ สายตาคมกริบกวาดมองเครื่องแต่งกายเนี้ยบกริบขัดกับบรรยากาศฝุ่นควันรอบตัว "ฟังนะคะคุณสถาปนิก... ความสวยงามของโครงสร้างที่คุณออกแบบ มันไม่ได้อยู่ที่กระดาษเขียนแบบของคุณหรอกค่ะ แต่มันอยู่ที่ 'การตีความ' ผ่านเลนส์ของฉันต่างหาก ถ้าคุณมองไม่ออกว่าทำไมมุมนี้ถึงสำคัญ นั่นก็พิสูจน์แล้วว่าคุณน่ะ... มองเห็นแค่โครงสร้าง แต่ไม่เคยเห็น 'หัวใจ' ของสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นเลย"
ธันวาหุบตลับเมตรลงดังกริ๊ก สายตาคู่คมที่เคยเฉยเมยบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เขาขยับก้าวเข้าหานทีจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับกำแพงน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า
"การจะมองเห็นหัวใจของตึกน่ะ มันไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์พร่ำเพรื่อเพื่อหวังยอดไลก์ แต่มันคือการเข้าใจว่าเส้นสายทุกเส้นถูกวางไว้ด้วยเหตุผลอะไร" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนนทีต้องแหงนหน้ามอง "และเหตุผลของผมในตอนนี้ คือการสั่งให้คุณย้ายอุปกรณ์ไร้สาระพวกนี้ออกไป ก่อนที่เครนจะหมุนมาฟาดกล้องราคาแพงของคุณพังจนไม่เหลือซาก"
"งั้นเราก็คงคุยกันไม่รู้เรื่อง" นทีเชิดหน้าขึ้น ท้าทายแววตาดุดันนั้น "เพราะนอกจากฉันจะไม่ขยับแล้ว ฉันจะถ่ายให้ดูว่ามุมที่ 'ไร้สาระ' ของคุณน่ะ... มันกลายเป็นงานศิลปะที่ไม่มีใครมองข้ามได้อย่างไร"
ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นด้วยประกายไฟแห่งความขัดแย้ง พศินที่ก้าวเข้ามาจากอีกฝั่งของไซต์งานพร้อมกลุ่มทีมงานเบื้องหลังก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน
"ว้าว... ดูเหมือนว่าโปรเจกต์เรือธงของบริษัทคุณธันวาจะกลายเป็นสถานที่สาดฝีปากกันไปซะแล้วนะครับ หรือว่านี่คือเทคนิคการโปรโมทแบบใหม่ที่ผมไม่เคยรู้?"
คำพูดของพศินทำให้นทีและธันวาชะงักไปพร้อมกัน นทีขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นท่าทางหยิ่งยโสของอีกฝ่าย ส่วนธันวานั้นนิ่งสงบกว่าเดิม หากแต่แววตากลับเย็นเยียบลงไปอีกระดับ
"ถ้าไม่มีอะไรทำ ก็ช่วยกลับไปดูงานที่ไซต์ของตัวเองดีกว่านะพศิน อย่าให้ผมต้องเสียเวลามาสอนว่ามารยาทในการขัดจังหวะการทำงานของคนอื่นเขาทำกันยังไง" ธันวาตอบโต้โดยไม่หันไปมองหน้าศัตรูคู่แข่ง สายตาของเขายังคงล็อกไว้ที่ใบหน้าของนทีอย่างไม่ยอมลดละ
นทีสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เธอเห็นมือของธันวากำเข้าหากันแน่นข้างลำตัว ในขณะที่พศินยังคงแสยะยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
ทันใดนั้น เสียงตะโกนเตือนภัยจากคนงานที่อยู่บนนั่งร้านด้านบนก็ดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะหนักที่กระทบกันอย่างรุนแรง!
"ระวัง!" ธันวาตวาดเสียงหลงพร้อมกับคว้าแขนของนทีแล้วกระชากร่างเธอเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทกับอกแกร่งของเขา ก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวเหวี่ยงเธอไปหลบด้านข้างอย่างรวดเร็ว เสียงนั่งร้านเหล็กที่เสียหลักหล่นลงมากระแทกพื้นตรงจุดที่นทียืนอยู่เมื่อครู่จนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
หัวใจของนทีเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก กลิ่นกายสะอาดของผู้ชายที่เพิ่งจะเถียงกันคอเป็นเอ็นเมื่อครู่ลอยมาเตะจมูก เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยังคงกอดเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณความปลอดภัย ความเย็นชาในดวงตาของเขามลายหายไปเหลือเพียงความตระหนกที่ปิดไม่มิด
ทว่าในจังหวะที่นทีกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ... เสียงปรบมือที่ดังมาจากมุมมืดของไซต์งานก็ทำลายความเงียบงันนั้นลง
"เก่งมาก... ทั้งการแสดงและสัญชาตญาณการเอาตัวรอด" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนที่ไม่คุ้นตาเอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'บุคคลที่สาม' ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะมีสิทธิ์เข้ามาในพื้นที่นี้ "แต่ดูเหมือนว่าข้อมูลความลับในกล้องของคุณนที... จะไม่ได้มีแค่รูปตึกสวยๆ อย่างที่ทุกคนเข้าใจนะครับ"
ชายคนนั้นขยับแว่นสายตาด้วยรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย ในขณะที่นทีหน้าถอดสีทันทีที่รู้ตัวว่า... ของสำคัญที่เธอซ่อนไว้ในกระเป๋ากล้องไม่ได้อยู่กับที่อีกต่อไป
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับนทีและธันวาในจุดเริ่มต้นแห่งความวุ่นวายนี้ แล้วพบกันในตอนหน้านะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 1
มุมกล้องที่ไม่มีที่ยืนให้คนเย็นชา
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!