"ถ้าคุณยังใช้มุมมองแสงแบบนี้ โปรเจกต์พรีเซนต์ให้กลุ่มทุนฮ่องกงได้พังคามือแน่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจลอยมาปะทะโสตประสาททันทีที่ฉันก้าวพ้นธรณีประตูห้องประชุมใหญ่ นทีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความอยากฟาดสันหนังสือสถาปัตยกรรมหนาเตอะใส่หน้าคนพูด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยเป็นนิจของธันวากำลังขมวดมุ่นอยู่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ มือหนากำปากกาไวท์บอร์ดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
สำหรับคนอื่น เขาคือสถาปนิกมือรางวัลผู้เยือกเย็นและไร้ที่ติ แต่สำหรับฉัน... เขาคือตาบ้าปากร้ายที่ต่อให้โลกจะแตกสลาย ก็ยังไม่วายหาเรื่องมาจิกกัดกันได้ทุกวินาที
"แล้วถ้าคุณยังเก๊กหน้าเป็นหินแกรนิตแบบนั้น ภาพถ่ายเซ็ตพรีเมียมของฉันก็คงจะหมองจนขายไม่ออกเหมือนกันแหละค่ะคุณธันวา" ฉันตอกกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด วางกระเป๋ากล้องลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่นเพื่อแสดงอาณาเขต
มินตราที่นั่งกอดอกอยู่มุมห้องถึงกับกลั้นขำจนตัวสั่น ขณะที่นทีตวัดสายตาคมกริบมองมาที่ฉัน แววตาคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความโกรธจริงจัง มีเพียงประกายความท้าทายบางอย่างที่ทำให้หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างเสียจังหวะทุกที
เรากำลังยืนอยู่กลางสนามรบที่ชื่อว่า 'การประมูลแบบสถาปัตยกรรมระดับมหภาค' และคู่แข่งตัวฉกาจอย่างพศินก็กำลังรอจังหวะที่เราพลาดเพื่อจะฮุบโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านไปครอง พศินขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และการซื้อตัวทีมงานเบื้องหลัง ธันวาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดึงฉัน—ช่างภาพสาวสายฟาดที่เกลียดขี้หน้าเขาที่สุดในสามโลก—มาร่วมทีม เพื่อผสานภาพถ่ายเชิงศิลป์เข้ากับงานดีไซน์โครงสร้างอันแข็งแกร่ง
"หยุดเถียงกันแล้วหันมาดูตรงนี้" เสียงนทีเปลี่ยนเป็นจริงจัง เขากวักมือเรียกด้วยท่าทีหงุดหงิดแกมบังคับ "นที คุณต้องถ่ายภาพเซ็ตโครงสร้างตัวอาคารใหม่ เน้นแสงช่วงพลบค่ำที่สะท้อนกับกระจกนิรภัย ผมต้องการให้พศินเห็นแล้วต้องยอมจำนนด้วยภาพถ่ายของคุณ... และดีไซน์ของผม"
ฉันเลิกคิ้วสูง ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่คุ้นจมูก "มั่นใจจังนะคะว่าจะชนะตาพศินนั่นได้ แค่โครงสร้างแท่งปูนกับกระจกของคุณ มันจะไปสู้ภาพเล่าเรื่องของฉันได้ยังไง"
"เพราะผมเก่งพอที่จะทำให้ภาพธรรมดาของคุณกลายเป็นผลงานชิ้นเอกต่างหาก" เขาตอบหน้าตาย ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนระยะห่างของเราเหลือเพียงคืบเดียว ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มฉันอย่างจงใจ ธันวาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน สายตาที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "และที่สำคัญ... ผมไม่เคยยอมแพ้ให้อะไรก็ตามที่ผมอยากได้ รวมถึงคุณด้วย"
ให้ตายเถอะ ตาบ้านี่! ชอบหยอดคำพูดกำกวมในเวลาที่สมองฉันต้องประมวลผลเรื่องงานอยู่เรื่อย
"เลิกหยอดคำคมแล้วไปทำงานค่ะ ฉันไม่อยากเอาชื่อเสียงไปทิ้งไว้กับโปรเจกต์ที่แพ้ไอ้คุณพศินหรอกนะ" ฉันเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม คว้าแฟลชไดร์ฟขסข้อมูลงานมาถือไว้แน่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจสั่น
การร่วมมือกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือเกมเดิมพันศักดิ์ศรี ระหว่างสถาปนิกมาดนิ่งผู้คลั่งความสมบูรณ์แบบ กับช่างภาพสาวที่พร้อมจะฟาดฟันอุปสรรคทุกรูปแบบเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ทว่า... ยิ่งเราต้องทำงานใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ กำแพงความรู้สึกที่ฉันพยายามสร้างไว้ก็ยิ่งสั่นคลอนลงทุกที
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดแต่น่าหวาดหวั่นในห้อง มินตราหันไปมองก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
ร่างสูงโปรดของพศินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่เคลือบด้วยความมั่นใจเกินร้อยในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาล เขากวาดสายตามองฉันกับธันวาก่อนจะหัวเราะในลำคอ
"หวังว่าพวกคุณคงจะเตรียมใจรับความพ่ายแพ้ในวันพรุ่งนี้ไว้แล้วนะ ธันวา... นที" พศินหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงาน วางซองเอกสารลงกระแทกเสียง "เพราะข้อเสนอที่ผมยื่นให้คณะกรรมการเมื่อกี้ มันเหนือกว่าแบบก่อสร้างโบราณๆ ของนายเยอะ"
ธันวาแค่น 1 ครั้ง แววตาฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เขาก้าวบังหน้าฉันไว้โดยสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามที่ทรงพลังจนพศินต้องชะงัก
"ของจริงเขาไม่คุยโม้ในห้องประชุมหรอพศิน..." ธันวาเอ่ยเสียงเย็น เยียบ เย็นจนน่ากลัว "เก็บแรงไว้คุกเข่าตอนประกาศผลวันพรุ่งนี้เถอะ เพราะนายจะไม่มีแม้แต่โอกาสได้แก้ตัว"
ฉันมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมฝนให้ในยามวิกฤต หัวใจที่เคยหวาดระแวงกลับเต้นรัวแรงอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าในวินาทีที่คิดว่าสถานการณ์กำลังอยู่ในกำมือ รอยยิ้มมุมปากของพศินก็กว้างขึ้นอย่างน่าสยดสยอง
"งั้นเหรอ... นายแน่ใจเหรอว่าสิ่งที่นายมั่นใจนักหนา ยังเป็นของนายอยู่จริงๆ?" พศินหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ พร้อมกับดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากซองเอกสารแล้วโยนมันลงกลางโต๊ะ "ลองเปิดดูสิ... สัญญาลิขสิทธิ์ภาพถ่ายโปรเจกต์หลัก ที่ตอนนี้ถูกโอนมาเป็นของฉันเรียบร้อยแล้ว!"
ดวงตากลมโตของฉันเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อก้มลงมองชื่อบนเอกสารแผ่นนั้น... เลือดในกายเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนตอนที่ 12 นี้กันมาโดยตลอดนะคะ เลิฟยูค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 12
เกมการแข่งขัน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!