กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวู้ดดี้เจือจางที่ลอยมาปะทะนาโยสิก่อนจะเห็นหน้าเจ้าของร่างเสียอีก คือสิ่งยืนยันว่าโลกใบนี้มันกลมเกินกว่าจะหาความยุติธรรม
เสียงหวานใสที่เอ่ยทักทายธันวาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้นทีรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยกไฟแดง... ประเด็นมันอยู่ที่ไอ้คนยืนอยู่ข้างๆ ยัยผู้หญิงเสียงใสคนนั้นต่างหาก ประติมากรรมความหล่อเหลาที่เคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยแบบฉบับ ‘พศิน’ สถาปนิกคู่ปรับตัวฉกาจของธันวา
ธันวาชะงักค้างไปจริงๆ เสี้ยววินาทีนั้น สันกรามคมกริบของสถาปนิกหนุ่มขยับเกร็งจนนทีที่ยืนอยู่ใกล้กันสัมผัสได้ถึงไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"บังเอิญจังเลยนะครับคุณธันวา ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่งานเปิดตัวแกลเลอรีนี้ด้วย นึกว่าช่วงนี้จะยุ่งอยู่กับการเคลียร์แบบโปรเจกต์ที่กำลังจะพัง... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันปากพล่อยไปหน่อย"
เสียงหวานหยดย้อยนั้นไม่ได้มาจากใครที่ไหน แต่มาจาก ‘พรีม’ อดีตสถาปนิกสาวรุ่นน้องในบริษัทคู่แข่งที่เคยมีข่าวพัวพันกับพศิน และแน่นอนว่า... เคยพยายามเขี่ยธันวาให้พ้นทางในวงการมาแล้ว
นทีหรี่ตามองผู้หญิงคนนั้นทันที สัญชาตญาณช่างภาพที่ผ่านศึกมาเยอะบอกเธอว่า ยัยนี่ไม่ได้บังเอิญมา แต่ตั้งใจมา ‘เหยียบจมูก’ ให้เสียหลักในคืนสำคัญต่างหาก
"ถ้าคิดว่าคำพูดแค่นี้จะทำให้ผมเสียสมาธิ คุณพรีมคงต้องกลับไปเรียนจิตวิทยามาใหม่นะคะ" นทีสวนกลับทันควัน เสียงใสติดจะเยعยนิดๆ แต่แฝงความเฉียบคมชนิดที่ทำเอารอยยิ้มบนหน้าพรีมกระตุกวูบ
"อุ๊ย นึกว่าใคร ช่างภาพสาวฝีปากกล้าคนนี้นี่เอง ยังตามติดคุณธันวาแจไม่ห่างเลยนะคะ กลัวเขาจะหลุดมือไปไหนหรือไงคะถึงต้องประกบติดทุกฝีก้าวแบบนี้" พรีมเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองนทีด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
นทีกำลังจะอ้าปากฟาดกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักชุด แต่ฝ่ามือหนาที่คุ้นเคยก็เอื้อมมาแตะที่ช่วงเอวของเธอเบาๆ สัมผัสอุ่นจัดนั้นส่งผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้ามา หยุดยั้งทุกคำพูดที่เธอกำลังจะพ่นใส่คู่กรณี ธันวาขยับตัวเข้ามาบังร่างเธอกึ่งหนึ่ง ปฏิกิริยาปกป้องที่แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ ทำให้หัวใจของนทีที่กำลังเต้นด้วยความโกรธ เปลี่ยนจังหวะเป็นเต้นผิดคอร์สแทน
"เรื่องของผมกับคุณนที คงไม่ใช่ธุระกังวลอะไรของคุณพรีมนะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และทรงพลังพอกที่จะกดให้คู่สนทนารู้สึกเป็นอากาศธาตุได้ในประโยคเดียว "ส่วนโปรเจกต์ที่ว่า... จะพังหรือไม่พัง วันพรุ่งนี้ตอนพรีเซนต์งาน คุณพศินคงจะได้คำตอบที่ชัดเจนจนหายสงสัยไปเอง"
พศินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองธันวากับนทีด้วยรอยยิ้มสมเพชแกมท้าทาย เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างสองฝ่ายเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว
"ความมั่นใจเป็นเรื่องที่ดีครับธันวา แต่ระวังนะ... ความมั่นใจที่มากเกินไป พอมันพลาดขึ้นมา มันจะเจ็บจนลุกไม่ขึ้นเอา" พศินจงใจเน้นเสียงต่ำ "โดยเฉพาะ... ถ้าคนที่คุณเชื่อมั่นนักหนา ดันมีอะไรที่คุณยังไม่รู้อีกเยอะ"
นทีขมวดคิ้วฉับ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่พศิน "หมายความว่ายังไง?"
พศินยิ้มมุมปาก ไม่ตอบคำถามของนที แต่เบนสายตาไปมองธันวาแทน สายตาคู่นั้นสื่อความหมายบางอย่างที่ทำให้นทีรู้สึกสะกิดใจอย่างประหลาด มันเป็นสายตาของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า... หรืออย่างน้อยที่สุด เขาก็คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า
"ไม่มีอะไรหครับคุณนที แค่ไม่อยากให้ช่างภาพฝีมือดีอย่างคุณต้องมาพลอยซวยเพราะความไว้ใจผิดคนก็เท่านั้นเอง สถาปนิกบางคน... เปลือกนอกอาจจะดูเนี๊ยบ เจ้าระเบียบ ซื่อตรง แต่เบื้องหลัง... กำลังทำลับหลังอะไรที่คุณคาดไม่ถึงหรือเปล่า ใครจะไปรู้"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ธันวาไม่โต้ตอบด้วยอารมณ์ แต่แววตาที่มองพศินกลับมีความคมกลาbiting ที่พร้อมจะเชือดเฉือนให้ตายทั้งเป็น
"ถ้าพูดจบแล้ว ก็เชิญเดินไปทางอื่นเถอะค่ะ ขวางทางเดิน และที่สำคัญ... เหม็นกลิ่นความเสแอนด์ความอิจฉาแถวนี้จนแสบจมูก" นทีเชิดหน้าขึ้น ปากคอเราะรายใส่แบบไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น เธอไม่ชอบสายตาแบบที่พศินมองธันวา มันเต็มไปด้วยความสกปรกทางความคิดที่เธอเกลียดชัง
พรีมหน้าเสีย เม้มปากแน่นด้วยความโกรธที่โดนตอกกลับอย่างเจ็บแสบ "เธอ...!"
"ไปกันเถอะค่ะธันวา อยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวเชื้อโรคความอิจฉาจะติดตัวมาเปล่าๆ" นทีหันไปบอกชายหนุ่มข้างกาย น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยยามที่เธอมองสบตาเขา
ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก แววตาที่เคยเย็นชาเมื่อครู่ไหววับด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะปรายตามองพศินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่แปลความได้ว่า *'เกมนี้ยังไม่จบ'*
ทั้งสองเดินผละออกมาจากจุดนั้น ปล่อยให้พศินและพรีมยืนหน้าชาอยู่กลางงาน นทีสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระบายความหงุดหงิดที่แล่นพล่านในอก แต่ความรู้สึกค้างคาบางอย่างยังคงเกาะกุมจิตใจ คำพูดกำกวมของพศินเมื่อครู่... มันหมายความว่าอะไรกันแน่?
*‘เบื้องหลัง... กำลังทำลับหลังอะไรที่คุณคาดไม่ถึงหรือเปล่า’*
นทีเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธันวาที่เดินเคียงคู่กันมา ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก ความเงียบระหว่างพวกเขากลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนเคย มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่วนเวียนอยู่ในหัว
ธันวาพาเธอเดินมาหลบมุมเงียบๆ ใกล้กับสวนหย่อมจำลองนอกระเบียงแกลเลอรี ที่ซึ่งแสงไฟสลัวทาบทับลงบนไหล่กว้างของเขา
"เชื่อที่มันพูดเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่นที ราวกับต้องการค้นหาความลังเลในแววตาของเธอ
นทีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เธอยกแขนขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย "ถ้าฉันหูเบาป่านนี้คงวิ่งหนีคุณไปตั้งแต่ได้ยินยัยพรีมเห่าแล้วล่ะค่ะ"
ธันวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ความตึงเครียดเมื่อครู่คลายลงไปครึ่งหนึ่ง มือหนายื่นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอาหัวใจของนทีเต้นผิดจังหวะไปอีกรอบ
"เก่งจนะเรา" เขาว่าเสียงนุ่ม
"ฉันไม่ได้เก่งแค่ปากนะคะ แต่ฉันเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น และ... เชื่อความรู้สึกตัวเอง" นทีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา "แล้วก็... บอกไว้ก่อนนะ ถ้าคุณมีอะไรปิดบังฉันจริงๆ และให้คนอื่นมาหยอดคำใบ้กวนประสาทแบบนี้ใส่ฉันอีก คุณเตรียมตัวโดนฉันฟาดไม่เลี้ยงแน่"
ธันวาอมยิ้มบางๆ ขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิดจนระยะห่างแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณกรอบหน้า "ไม่มีอะไรให้ปิดบังหรอกครับ... นอกจากเรื่องที่ว่า" เขาเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับใบหูของเธอ "ตอนนี้... ผมคลั่งรักคุณจนแทบจะทำงานทำการไม่ไหวแล้ว"
นทีรู้สึกเหมือนหน้าผ่าวระเบิดตู้ม! เลือดลมสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งหน้า เธอกำหมัดแน่น ทุบเบาๆ ที่อกเขาหนึ่งทีแก้เขิน "คนบ้า! ฉันจริงจังอยู่นะคะ"
ธันวารวบมือเธอไว้ด้วยมือเดียว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปากหยัก "ผมก็จริงจัง... ชิบหายเลยเหมือนกัน"
ทว่า... ก่อนที่เคมีหวานปนกวนระหว่างคนทั้งคู่จะได้สานต่อ บรรยากาศรอบตัวก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินตรงเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าตกใจ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีทนะครับ... แต่ดูเหมือนว่าคุณธันวาจะมีงานด่วนที่สำนักงานใหญ่ซะแล้วล่ะครับ พอดีผมบังเอิญผ่านมาเห็นเอกสารสำคัญชิ้นนี้เข้า... และคิดว่าคุณน่าจะอยากเห็นมันก่อนจะถึงเวลาพรีเซนต์วันพรุ่งนี้"
ธันวาชะงักค้าง นทีหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที... และลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดสะเมื่อเห็นชัดเจนว่าใครคือคนที่ยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลอยู่ตรงนั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ เลิฟยูค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 11
ศัตรูหัวใจปรากฏตัว
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!