“ธันวา เรื่องแบบแปลนโซนซี... เฮ้ย!”
เสียงอุทานของฉันขาดหายไปในลำคอ เมื่อฝ่ามือหนาของสถาปนิกหนุ่มจอมเนียบรวบข้อมือฉันไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้แผ่นหลังของฉันแนบชิดกับผนังห้องทำงานเย็นเฉียบ ขณะที่ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดผ่านปลายจมูกในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสะอาดเฉพาะตัวของธันวาโชยเข้ามารุกازจนสติที่เคยตั้งมั่นไว้กระเจิงไปหมด
เหตุการณ์เมื่อคืน... สัมผัสนุ่มนวลแต่เร่าร้อนริมฝีปากของเขาที่บดเบียดลงมาอย่างไร้การอนุญาต ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับภาพสโลโมชั่น ฉันจำได้แม่นยำถึงอุณหภูมิร้อนผ่าว และความรู้สึกวาบหวามที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบกระโจนออกมานอกอก และดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่ได้หลงลืมมันเช่นกัน
ดวงตาคมกริบของธันวาไม่ได้มองเอกสารแบบแปลนที่กางอยู่บนโต๊ะเลยสักนิด เขากำลังจ้องมองริมฝีปากของฉันด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา
“เงียบทำไมล่ะคุณ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความแหบพร่าเล็กน้อยที่จงใจยั่วเย้า “ปกติเห็นเถียงฉันฉอดๆ ไม่ใช่เหรอ หรือว่าสมองรันภาพเมื่อคืนจนประมวลผลไม่ทัน”
“ใครประมวลผลไม่ทันไม่ทราบ ปล่อยนะธันวา!” ฉันเชิดหน้าขึ้น พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการส่งสายตาดุใส่ “คุณกำลังล้ำเส้นนะ สัญญาเรื่องงานไม่ได้ครอบคลุมถึงการฉวยโอกาสตอนเผลอ”
“ฉวยโอกาสเหรอ” ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แต่นัยน์ตากลับจริงจังจนน่ากลัว “คนที่ยืนนิ่งให้ฉันจูบจนเคลิ้มเมื่อคืน ก่อนจะผลักฉันกระเด็น... น่าจะเป็นคุณมากกว่านะนที”
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้หนาหน้ายิ่งกว่าอิฐมอญผสมคอนกรีตเสริมเหล็กเสียอีก!
ฉันเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ อยากจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบสักสิบท่อน แต่พอมองเห็นประกายระยิบระยับในดวงตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ ความเงียบงันจึงกลายเป็นอาวุธเดียวที่ฉันพอจะหลงเหลือไว้ใช้ปกป้องตัวเองในวินาทีนี้
ความเงียบ... ที่ไม่ได้แปลว่ายอมจำนน แต่มันคือความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
ธันวาเองก็ชะงักไปเมื่อเห็นฉันเงียบ ผิดวิสัยช่างภาพสาวปากไวที่มักมีคำพูดเชือดเฉือนเตรียมไว้เสมอ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ เลือนหาย เหลือเพียงแววตาไหววูบที่พยายามค้นหาความหมายจากความเงียบงันของฉัน
บรรยากาศระหว่างเราเปลี่ยนจากความขัดแย้ง กลายเป็นสนามอารมณ์ที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต ทุกย่างก้าวที่เขยิบเข้ามาใกล้ทำให้อากาศรอบตัวลดลงทีละนิด ปลายนิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มฉันแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายนั้นทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“โกรธเหรอ...” เสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วยังคงวนเวียนอยู่ข้างแก้ม “หรือว่า... กำลังคิดเหมือนกัน”
“คิด... คิดอะไรเลอะเทอะ” ฉันเบือนหน้าหนีหลบสายตาคู่นั้น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน “ฉันแค่กำลังคิดว่าคุณควรเอาสมองส่วนที่ใช้ทำงานมาคิดเรื่องโปรเจกต์โซนซี ไม่ใช่มาเพ้อเจ้อเรื่องไร้สาระ!”
“ปากแข็งจริงนะ” ธันวาถอนหายใจเบาๆ แต่ไม่ยอมถอยห่าง เขากลับใช้มืออีกข้างทาบลงบนผนังด้านหลัง เพื่อกักตัวฉันไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ “แต่สายตาคุณไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะนที”
สายตาเราประสานกันอีกครั้ง ในระยะประชิดที่ใกล้จนแทบหลอมละลาย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นความหวั่นไหวที่อันตรายที่สุดเท่าที่ฉันเคยเผชิญมาในชีวิต
ทว่า... ก่อนที่ฉันจะได้หาทางผลักอกเขาออกไปเพื่อรักษาช่องว่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูก็กระแทกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูอมเทานั้นทันที!
“พี่ธันวาคะ มินตราเอา— เฮ้ย! ขอโทษค่ะ นึกว่าห้องว่าง!”
เสียงของมินตราที่อุทานลั่นพร้อมกับสะดุ้งสุดตัว ทำให้ฉันและธันวาผละออกจากกันแทบไม่ทัน ฉันรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก ขณะที่ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ
แต่มินตราไม่ได้มีเวลามาแซวเรื่องที่เรายืนชิดกันเกินงาม สีหน้าของเพื่อนสนิทในตอนนี้ซีดเผือด แววตาตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“เกิดอะไรขึ้นยายมิน ทำไมทำหน้าเหมือนเจอผี” ฉันรีบปรับเสียงให้เป็นปกติแล้วเอ่ยถาม
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันมามองหน้าฉันสลับกับธันวาด้วยสายตาสั่นระริก
“ไม่ใช่ผีแก... แต่คือพศิน” มินตราหายใจหอบถี่ “เขากำลังพาบอร์ดบริหารชุดใหญ่เดินตรวจงานโซนซี... และที่สำคัญที่สุด เขากำลังถือแฟ้มเอกสารชุดเดียวกับแปลนต้นฉบับของเรา ที่สาบสูญไปจากห้องเก็บของเมื่อเช้า!”
สิ้นคำพูดของมินตรา เลือดในกายของฉันก็เย็นเฉียบลงทันที ธันวาหันขวับมามองหน้าฉัน สีหน้าของสถาปนิกมาดนิ่งเปลี่ยนเป็นความดุดันและเยียบเย็นในเสี้ยววินาที
เกมพลิกแล้ว... และพวกมันกำลังเล่นตุกติก
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 17
ความเงียบคือคำตอบที่น่ากลัว
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!