เอกสารสัญญาราคาแพงถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะประชุมกระจกใสเสียงดัง *ปึก* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้กาแฟในแก้วกระเซ็นออกมาเล็กน้อย แต่ไม่มีใครในห้องประชุมใหญ่สนใจคราบสีดำที่เปื้อนลงบนกระดาษแผ่นนั้นเลยสักคน เมื่อสายตาทุกคู่กำลังพุ่งเป้าไปที่จุดศูนย์กลางของความพินาศในเวลานี้
“นี่มันหมายความว่ายังไงครับคุณธันวา ภาพถ่ายเซ็ตหลักที่ใช้ยื่นประมูลโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ริมน้ำ มีองค์ประกอบของแสงและมุมกล้องที่บิดเบือนจากความเป็นจริง... พูดให้ถูกคือ มันมีข้อผิดพลาดระดับมหันต์ที่ทำให้โครงสร้างทางวิศวกรรมในภาพดูเหลื่อมล้ำจนคณะกรรมการเกือบปัดตก”
เสียงของพศินดังขึ้น ทุ้มต่ำ ทว่าแฝงไปด้วยความสะใจที่ถูกเคลือบไว้ภายใต้หน้ากากของความผิดหวัง เขาไม่ได้มองหน้าธันวาผู้เป็นหัวหน้าทีมสถาปนิก แต่จงใจกวาดสายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่นที ช่างภาพสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามด้วยใบหน้าเรียบเฉย
นทีไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอยกมือขึ้นทัดผมปรกใบหูอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจต่อมความโกรธจะพุ่งปรี๊ดจนแทบอยากจะลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อคนตลบแตลงอย่างพศินให้หลุดติดมือ เกมพลิกเหรอคะ? หึ... เล่นตุกติกแบบนี้มันตื้นเขินเสียจนเธอขี้เกียจจะตบหน้าด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่ามันเสียเวลาทำมาหากิน
“บิดเบือนเหรอคะคุณพศิน” นทีทวนคำ น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องเสียวสันหลังวาบ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกวางบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากันในท่าทีที่แสดงออกชัดเจนว่ากำลังจับผิด “ดิฉันใช้เลนส์ไพรม์มาตรฐาน ตรวจสอบค่า K-value ทุกพิกเซลก่อนส่งมอบ ถ้าภาพมันบิดเบือน... คงไม่ใช่เพราะฝีมือการกดชัตเตอร์ของดิฉันหรอกค่ะ แต่น่าจะเป็นเพราะใครบางคนแถวนี้พยายาม ‘ปรับแต่ง’ ไฟล์ต้นฉบับลับหลังมากกว่า”
พศินหน้าเสียไปเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วหัวเราะในลำคอ “พูดจาลอยๆ ระวังจะโดนฟ้องหมิ่นประมาทนะครับคุณนที หลักฐานไฟล์ RAW อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง ใครมีสิทธิ์เข้าถึงบ้าง ทีมงานทุกคนรู้ดี... และคนที่รับผิดชอบโปรเจกต์ด้านภาพก็คือคุณ”
“พอได้แล้วครับพศิน”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เอ่ยแทรกขึ้นมาทำเอาอุณหภูมิในห้องประชุมดิ่งฮวบ ธันวายังคงนั่งนิ่งอยู่ในเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกราบกวาดมองเอกสารรายงานความเสียหายด้วยความนิ่งสงบ น่าแปลก... ทั้งที่เขากำลังตกเป็นจำเลยร่วมในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ แต่บรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่รังสีความกดดันที่ทำให้พศินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ธันวาปรายตามองพศินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับนที สายตาคู่นั้นไม่ได้มีแววตำหนิหรือสงสัยในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือความเชื่อใจอันหนักแน่นที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ
“คุณพศินบอกว่าภาพนี้มีปัญหาโครงสร้างทางวิศวกรรมบิดเบือนสินะครับ” ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ “แต่แปลกจัง... ทั้งที่ผมเป็นคนเซ็นอนุมัติแบบโครงสร้างทั้งหมด และผมเป็นคนยืนยันเองว่ามุมกล้องของนทีคือมุมที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบที่สุด ทำไมคุณถึงร้อนรนอยากให้เปลี่ยนภาพเซ็ตนี้เสียเหลือเกินล่ะครับ หรือว่า... กลัวว่าแบบตึกห่วยๆ ของทางฝั่งคุณ จะสู้ความงดงามของโปรเจกต์นี้ไม่ได้จนต้องเล่นสกปรก?”
“คุณธันวา! พูดจาให้เกียรติกันบ้างนะครับ ผมหวังดีต่อส่วนรวม กลัวว่าบริษัทเราจะเสียชื่อเสียงถ้าส่งงานผิดพลาดให้ลูกค้าต่างชาติ!” พศินขึ้นเสียงกลบเกลื่อนความร้อนตัว
“หวังดีหรือหวังผลประโยชน์กันแน่คะ” มินตราที่นั่งเงียบมานานอดใจไม่ไหว โพล่งขึ้นมาเสียงดังลั่นห้องพร้อมกับดันแท็บเล็ตในมือไปกลางโต๊ะ “นี่คือประวัติการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ในช่วงดึกของเมื่อวานค่ะ มีการล็อกอินด้วยไอดีของแอดมิเนอร์ฝ่ายคุณพศินเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์ RAW ของคุณนทีออกไป... และมีการอัปโหลดไฟล์ใหม่ทับลงไปในช่วงตีสอง หน้าจอวงจรปิดชั้นสามก็บันทึกภาพลูกน้องคนสนิทของคุณเดินถือแฟลชไดร์ฟเข้าไปที่ห้องเซิร์ฟเวอร์พอดิบพอดีค่ะ”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก พศินหน้าถอดสี เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม เขาอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็จนด้วยหลักฐานที่มินตรางัดขึ้นมาฟาดหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว
นทียกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มแต่น่ากลัวเป็นบ้า เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับสูทเข้ารูปให้เข้าที่ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวพศินที่นั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้
“ฝีมือตื้นเขินแบบนี้ วันหลังอย่าหาทำอีกเลยนะคะ เสียเวลาดิฉันแต่งหน้ามาทำงานหมด” นทีกระซิบเสียงเบา แต่ดังพอให้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน
ธันวาลุกขึ้นตาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาโอบไหล่บางของนทีไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องอย่างโจ่งแจ้งจนคนมองต้องหมั่นไส้ สถาปนิกหนุ่มก้มลงมองหน้าหญิงสาวแวบหนึ่งด้วยสายตาร้อนแรงที่ทำให้นทีต้องแอบหลบตาเบาๆ ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับพศินด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“เรื่องความเสียหายทางชื่อเสียงที่คุณพศินกังวล... เดี๋ยวเราคงได้ไปเคลียร์กันต่อหน้าฝ่ายA&Rและกรรมการผู้จัดการใหญ่แน่ๆ ครับ เตรียมตัวหาทนายเก่งๆ ไว้ได้เลย” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ
พศินกัดฟันกรวดจนกรามขึ้นสันนูนด้วยความแค้นใจ เขาปัดเอกสารบนโต๊ะร่วงระเนระนาดก่อนจะลุกขึ้นแล้วก้าวเท้าฉับๆ เดินหนีออกไปจากห้องประชุมท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของทุกคน
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัด มันคือความโล่งใจที่เจือด้วยบรรยากาศชวนใจเต้นระทึก นทีถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วสะบัดตัวออกจากวงแขนของธันวา แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่ยอมปล่อย เขากลับรวบเอวเธอเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอ
“ปล่อยค่ะ คนอื่นยังอยู่” นทีเอ็ดเบาๆ พร้อมกับศอกเบาๆ ที่ชายโครงของคนฉวยโอกาส
“ให้รางวัลคนเก่งหน่อยไม่ได้หรือไงครับ” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดเข้ากับแก้มเนียน เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำเอาหัวใจดวงน้อยของช่างภาพสาวกระหน่ำรัวยิ่งกว่าตอนยืนปะทะกับพศินเสียอีก “เก่งมากนะวันนี้... ที่ไม่ยอมให้ใครมารังแก”
“ฉันไม่เคยยอมให้ใครรังแกอยู่แล้วค่ะคุณธันวา” นทีเชิดหน้าขึ้น หันกลับมาสบตากับเขาในระยะประชิด ปลายจมูกชนกันจนเกือบจะละลายหายใจร่วมกันอยู่รอมรอม “แต่ถ้าจะให้รางวัล... เอาเป็นกาแฟแก้วโปรดกับเค้กช็อกโกแลตสี่ชิ้นโตๆ ดีกว่าค่ะ ฉันใช้พลังงานไปเยอะมากกับการยืนดูคนโง่แสดงละคร”
ธันวายิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเอ็นดูระคนคลั่งรัก เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้นทีเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“ได้สิครับ... กี่ชิ้นก็—”
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ทั้งคู่ผละออกจากกันตามสัญชาตญาณ นทีก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้า ส่วนธันวาหันไปขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดเวลาส่วนตัว
ทว่า... ร่างที่ก้าวเข้ามาใหม่ผ่านธรณีประตูนั้น กลับไม่ใช่พนักงานคนใดในบริษัท และไม่ใช่ทั้งมินตราที่ขอตัวเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ
ชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ เรือนผมเซ็ตเข้ารูปอย่างเนี๊ยบ และใบหน้าคมคายที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้
“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ... พอดีผมได้ยินว่าโปรเจกต์นี้มีปัญหา เลยแวะมาดูว่า ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ของผมปลอดภัยดีไหม”
เสียงทุ้มของ *‘ภาคิน’* อดีตคนรักเก่าที่หายหน้าหายใจตาไปจากชีวิตของนทีร่วมปี ดังขึ้นทลายบรรยากาศทั้งหมดในห้องประชุมให้พังทลายลงในพริบตาเดียว นทียืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก
ธันวาหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตพุ่งทะยานออกจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอีกครั้ง เขาก้าวขึ้นมาบังร่างของนทีไว้ครึ่งหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
“คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง... แล้วเมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 18
แผนการทำลายชื่อเสียง
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!