กลิ่นอายของผ้าไหมอิตาลีราคาแพงระยับคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ชั้นดีภายในห้องทำงานส่วนตัวของห้องเสื้อชื่อดัง *‘Maison de Lin’* เสียงกระเบื้องราคาแพงกระทบกับส้นรองเท้าส้นสูงยี่ห้อหรูดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ สะท้อนความมั่น and เด็ดเดี่ยวของเจ้าของร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา
ลินินยืนมองตารางตัวเลขและยอดงบประมาณที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าอ่อน ซึ่งมีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น รอยยิ้มมุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความสะใจ
*‘ติ๊ง! ยอดเงินสนับสนุนจาก [ระบบถอนทุนคืน] จำนวน 50,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีบริษัทเรียบร้อยแล้วค่ะ กรุณาใช้จ่ายเพื่อตบหน้าพวกอวดดีให้สิ้นซากภายใน 48 ชั่วโมงนี้ด้วยนะคะ’*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับตัวเลขศูนย์ห้าตัวที่ต่อท้ายด้วยเลขห้าอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ห้าสิบล้านบาท! นี่คือทุนก้อนแรกที่ระบบมอบให้เพื่อเปิดตัวแบรนด์แฟชั่นของเธอเอง หลังจากที่เธอถูกครอบครัวเก่าและคู่หมั้นใจร้ายเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย โทฐานที่เป็น ‘นางร้าย’ ไร้ค่าในสายตาพวกมัน
“ห้าสิบล้าน... น้อยไปนิดสำหรับการเนรมิตอาณาจักรแฟชั่น แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกหมามองเครื่องบินอย่างตระกูลวรโชติอกแตกตายได้แล้วล่ะค่ะ” ลินินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเฉียบขาด
“พูดอะไรอยู่หรือครับคนสวย?”
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับร่างสูงโปรดของ ‘คีย์’ ที่ก้าวออกมาจากโซฟาหนังแท้สีดำสนิท เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง อดีตชายหนุ่มที่เคยร่วมชะตากรรมตกต่ำกับเธอในชาติก่อน บัดนี้เขายืนอยู่เคียงข้างเธอในฐานะ ‘คู่คิด’ และผู้สนับสนุนที่ไว้ใจได้มากที่สุด สายตาสีเข้มที่มองมาเต็มไปด้วยความหลงใหลและความภักดีที่ยากจะหาใครเทียบ
ลินินหันไปมองชายหนุ่ม รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่มทาลิปสติกสีแดงก่ำ เธอก้าวเข้าไปใกล้เขา ชายตามองแฟ้มเอกสารในมือของเขา “ตรวจดูรายชื่อห้องเสื้อและช่างตัดเย็บมือหนึ่งที่ถูกซื้อตัวมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ คุณคีย์?”
คีย์ส่งยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “เรียบร้อยหมดแล้วครับ บรรดาช่างฝีมือที่เคยถูกตระกูลใหญ่ผูกขาดไว้ ตอนนี้เซ็นสัญญามาอยู่ใต้สังกัดของเราหมดแล้วด้วยเงินเดือนที่มากกว่าเดิมสามเท่า... ว่าแต่ คุณจะเริ่มเปิดฉากตบหน้าพวกเขายังไงดีล่ะครับ งานแฟชั่นวีคการกุศลสัปดาห์หน้า?”
ลินินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ “วิธีที่ดีที่สุดในการเหยียบย่ำคนพวกนั้น... ไม่ใช่การไปตะโกนด่าทอ แต่เป็นการเดินเฉิดฉายในชุดที่งดงามที่สุด บนพรมแดงที่พวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึงต่างหากล่ะคะ”
เธอยื่นมือเรียวไปแตะปกเสื้อของคีย์เบาๆ จัดมันให้เข้าที่อย่างถือวิสาสะ เคมีระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านจนอากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟสパークออกมา ลินินชอบความรู้สึกนี้ ความรู้สึกของการเป็นผู้กุมอำนาจ การได้มองเห็นเหยื่อค่อยๆ เดินเข้ามาติดกับดักที่เธอวางไว้ทีละน้อย
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ณ แกลเลอรีจัดแสดงศิลปะใจกลางเมือง แหล่งรวมตัวของบรรดาไฮโซและเซเลบริตี้ชื่อดัง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการอวดร่ำอวดรวย ลินินก้าวเท้าเข้ามาในงานพร้อมกับคีย์ ร่างบางในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีมรกตขับผิวผ่องออร่าเปล่งประกายจนทุกคนในงานต้องเหลียวมองเป็นตาเดียว
ทันทีที่ร่างของลินินปรากฏตัว เสียงพูดคุยรอบตัวก็เงียบลงทันที
“นั่นมัน... ลินินไม่ใช่เหรอ?”
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากกลุ่มคุณหญิงผู้ดีเก่า หนึ่งในนั้นคือ ‘คุณหญิงมณี’ และ ‘พิม The Star’ อดีตเพื่อนสนิทที่หักหลังเธออย่างเจ็บแสบ พิมในชุดเดรสฟูฟ่องสีชมพูอ่อนรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าลินินด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์
“อุ๊ยตาย! ลินิน เธอยังกล้าโผล่หน้ามางานสังคมใหม่อีกเหรอคะ? นึกว่าไปซุกหัวนอนอยู่ที่ไหนหลังจากถูกไล่ออกจากตระกูลซะอีก หรือว่า... หาเสี่ยแก่ๆ เลี้ยงได้แล้ว ถึงมีปัญญาใส่ชุดก๊อปเกรดเอมาเดินเฉิดฉายในงานนี้ได้?” พิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจิกกัด แสร้งยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคักเพื่อเรียกเสียงสนับสนุนจากคนรอบข้าง
ลินินไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เธอยังคงรักษารอยยิ้มเยือกเย็นไว้บนใบหน้า ดวงตากลมโตมองสำรวจพิมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประดุจพญาเสือดาวมองเหยื่อ
“ชุดก๊อปเกรดเออย่างที่คุณพิมว่า... คงราคาไม่ถึงหลักหมื่นสินะคะ ถึงได้ดูด้อยค่าจนหมองลงไปถนัดตาเมื่อยืนอยู่ใกล้ฉัน” ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทว่าเชือดเฉือนจนพิมหน้าชา
“เธอว่าใครนะยะอีนางร้ายตกอับ!” พิมปรีแตก หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
“ฉันไม่ได้เจาะจงใครนะคะ แต่ถ้าคุณพิมร้อนตัว... ก็คงต้องยอมรับความจริงล่ะค่ะว่า รสนิยมของคุณมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ลินินยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่ของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปสบตากับคีย์ที่ยืนอมยิ้มอยู่ด้านหลังอย่างรู้ใจ
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดและทุกคนกำลังรอดูความพ่ายแพ้ของลินิน ประตูทางเข้าแกลเลอรีก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงประกาศก้องของออร์แกไนเซอร์ประจำงาน
“คุณเรย์มอนด์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มทุนแฟชั่นระดับโลก และตัวแทนจากสมาคมดีไซเนอร์นานาชาติ เดินทางมาถึงแล้วครับ!”
สิ้นเสียงประกาศ ทุกสายตาในงานหันขวับไปมองที่ประตูเป็นตาเดียว ชายหนุ่มชาวต่างชาติรูปร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางทรงอำนาจ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนในงานถึงกับอ้าปากค้างจนแทบช็อกตาตั้ง คือการที่มหาเศรษฐีระดับโลกผู้นั้นไม่ได้เดินไปทักทายเจ้าภาพจัดงาน แต่เขากลับเดินตรงดิ่งมากลายๆ และโค้งคำนับให้แก่... ‘ลินิน’
“ท่านประธานเรย์มอนด์?” พิมอุทานออกมาเสียงหลง ใบซีดเผือดลงทันที
เรย์มอนด์ส่งยิ้มสุภาพให้ลินิน ก่อนจะผายมือไปยังแผงผังโฮโลแกรมโครงการแบรนด์แฟชั่นใหม่ที่ลินินเพิ่งสั่งการไปเมื่อเช้า
“คุณลินินครับ แผนเปิดตัวแฟชั่นแบรนด์ *‘Maison de Lin’* ด้วยงบลงทุนเริ่มต้นห้าสิบล้านบาท พร้อมกับคอลเลกชันพิเศษที่ใช้ช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ ตอนนี้ระบบการจองคิวออนไลน์ของเราแตกพังเพราะมีผู้สนใจถล่มทลายทะลุสองร้อยล้านบาทไปแล้วครับ การันตีความสำเร็จถล่มทลายแน่นอน!” เรย์มอนด์กล่าวรายงานด้วยความนอบน้อม
บรรยากาศภายในงานเงียบกริบ ชนิดที่ได้ยินเสียงเข็มตกพื้น ทั่วทั้งห้องโถงเต็มไปด้วยสายตาที่มองลินินด้วยความอิจฉาริษยาและความหวาดกลัวสุดขีด ผู้หญิงที่พวกมันเคยเหยียบย่ำว่าเป็นแค่นางร้ายตกอับ บัดนี้เธอกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการแฟชั่น ด้วยเงินทุนมหาศาลและอำนาจที่พวกมันไม่มีวันเอื้อมถึง!
ลินินแย้มรอยยิ้มพึงพอใจ เธอกวาดสายตามองหน้าบรรดาคนที่เคยดูถูกเธอทีละคน ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่พิมที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความแค้นและอับอาย
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะท่านประธานเรย์มอนด์...” ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส กวาดสายตามองรอบห้องอย่างทรงอำนาจ “และเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จก้าวแรกของแบรนด์ *‘Maison de Lin’* ฉันตัดสินใจแล้วว่า...”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อดึงอารมณ์ของทุกคน ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิท ไร้ขีดจำกัดวงเงิน ออกมาควงเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์
“ฉันจะเหมาแกลเลอรีแห่งนี้ทั้งหมดในค่ำคืนนี้ และเชิญทุกคนที่ ‘ไม่มีค่าพอ’ ออกไปให้พ้นสายตาฉันเดี๋ยวนี้ค่ะ”
*ติ๊ง!* เสียงรูดบัตรเครดิตผ่านเครื่องชำระเงินดิจิทัลไร้สายดังขึ้นกังวาน ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของทุกคนในงานที่ต้องคุกเข่าลงแทบเท้าของเธออย่างจำยอม!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนความแซ่บสายเปย์ใน100 ล้านวิถีทางของลินินนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน•ตอนที่ 4
ธุรกิจแฟชั่นที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!