เสียงกริ่งโลหะที่กรอบประตูร้านจิวเวลรีชื่อดังกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ ทว่าในโสตประสาทของลินิน มันกลับดังสะท้อนราวกับเสียงระฆังเตือนภัยจากขุมนรก ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีของ ‘ภาคิน’ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มที่มุมปากของเขายังคงเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยยาพิษ สายตาคู่คมกวาดมองร่างของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาที่ปิดไม่มิด
“บังเอิญเสียจริงนะลินิน…” ภาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่ารังเกียจในความรู้สึกของหญิงสาว “นึกไม่ถึงว่าคนอย่างเธอจะยังกล้าเอาหน้ามาเดินอยู่ในห้างหรูระดับนี้ได้ หลังจากที่ตระกูลของเธอประกาศล้มละลายจนแทบไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอน”
บรรยากาศภายในร้านหรูพลันเงียบกริบ พนักงานขายที่โค้งคำนับต้อนรับเขาเมื่อครู่ ต่างพากันถอยกรูดไปยืนรวมกันที่มุมห้อง สายตาสอดส่ายมองสถานการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลินินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอย่างที่ชายหนุ่มคาดคิด ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบเย็นชา เธอค่อยๆ ดึงสายตากลับจากการจ้องมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของเขา แล้วเชิดคางขึ้นอย่างถือดี รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอมักจะใช้เวลาเหยียบย่ำความมั่น A ของพวกอวดดี
“โลกมันกลมดีนะคะคุณภาคิน…” ลินินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่ากังวานชัดเจน กิริยาท่าทางที่เคยดูเย่อหยิ่งเอาแต่ใจในอดีต บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความสง่างามเยือกเย็นราวกับพญาหงส์ “แต่ก็นั่นแหละค่ะ คนเรามักจะเจอเศษขยะริมทางได้เสมอ ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนของโลกก็ตาม”
ใบหน้าหล่อเหลาของภาคินบิดเบี้ยวไปวูบหนึ่ง ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความโกรธกร케ร็ง “ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะลินิน! คิดว่าทำเป็นเก่งแล้วตระกูลเธอจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้งั้นหรือ? หนี้สินร้อยล้านนั่น... ต่อให้เธอขายวิญญาณให้ซาตาน ก็ไม่มีปัญญาใช้คืนหรอก!”
เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ หมายจะใช้ความกดดันทางกายภาพบีบให้หญิงสาวต้องก้มหัวยอมจำนนต่อหน้าสาธารณชน ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้แตะโดนชายเสื้อของเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและรอยสักจางๆ ที่ข้อมือ ก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขาทั้งสองอย่างรวดเร็ว
‘คีย์’ ยืนตระหง่านบังร่างของลินินไว้มิดชิด ดวงตาคมกราบกวาดมองภาคินด้วยแววตาดุจพญาเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนทำเอาภาคินถึงกับผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ถอยมือสกปรกของคุณออกไปซะ” คีย์เอ่ยเสียงต่ำ รอดไรฟัน ทรงพลังและเย็นยะเยือกจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลงฮวบฮับ
ภาคินขบกรามแน่น จ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีรัศมีอันตรายคนนี้ด้วยความไม่พอใจ “แกเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาเสือกเรื่องของฉันกับคู่หมั้นเก่าคนนี้!”
“คู่หมั้นเก่า?” ลินินหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอขยับกายเดินอ้อมไหล่กว้างของคีย์ออกมาเผชิญหน้ากับภาคินตรงๆ อีกครั้ง “คุณภาคินคะ... ความจำเสื่อมหรือว่าสมองเสื่อมกันแน่คะ? คนที่ประกาศยกเลิกการหมั้นกลางงานเลี้ยงแล้ววิ่งไปซุกซบอยู่ใต้กระโปรงของคุณหนูตระกูลคู่แข่งอย่างคุณน่ะ คือตัวคุณเองต่างหากไม่ใช่หรือคะ? อย่ามาใช้คำว่า ‘คู่หมั้นเก่า’ ให้ฉันต้องรู้สึกคลื่นไส้เลยค่ะ มันน่าสมเพช”
คำพูดที่เชือดเฉือนตรงจุดทำให้ภาคินหน้าชาดล หน้าตาหล่อเหลาขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอัปยศอดสู ท่ามกลางสายตาของพนักงานและลูกค้าคนอื่นๆ ที่เริ่มซุบซิบ
“เธอ…!” ภาคินคำรามในคอ “ดี! ในเมื่อปากเก่งนัก งั้นก็เชิญเลือกซื้อของในร้านนี้ตามสบายเลยสิครับ! แต่อย่าลืมนะว่ากระเป๋าแบรนด์เนมหรือเครื่องเพชรพวกนี้... มันราคาเป็นล้าน! คนถังแตกอย่างเธอคงทำได้แค่ยืนมองตาปริบๆ สินะ!”
ทันทีที่สิ้นคำพูดเยาะเย้ยถากถางนั้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของลินินก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
ไม่ใช่เสียงข้อความธรรมดา... แต่มันคือเสียงระบบที่เธอรอคอย
[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจดูถูกเหยียบย่ำจากตัวละครเป้าหมาย ‘ภาคิน’]
[ระบบถอนทุนคืน ทำการอนุมัติเงินสดพิเศษเพื่อการเอาคืนระดับ S-Class: วงเงิน 50,000,000 บาท เข้าสู่บัญชีธนาคารหลักเรียบร้อยแล้วค่ะ!]
[ภารกิจเฉพาะกิจ: ‘ฟาดหน้าด้วยความรวย’ เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ ขอให้โฮสต์สนุกกับการช้อปปิ้งนะคะ!]
มุมปากของลินินกระตุกยิ้มขึ้นอย่างงดงาม เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวแต่น่ากลัวเสียจนภาคินรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะคุณภาคิน…” ลินินกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยด เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับผู้จัดการร้านจิวเวลรีที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล “คุณผู้จัดการคะ… เครื่องเพชรคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้กระจกนิรภัย VIP ด้านใน... ฉันเหมาหมดค่ะ”
ผู้จัดการร้านเบิกตากว้างอ้าปากค้างราวกับคนสติหลุด “มะ... เหมาหมดเลยหรือครับคุณลินิน? แต่ว่ามูลค่ารวมทั้งหมดมัน...”
“สิบล้านแปดแสนบาทถ้วน... ใช่ไหมคะ?” ลินินต่อให้ด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ “ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอกค่ะ ฉันบอกแล้วว่า... วันนี้ฉันตั้งใจมา ‘ถอนทุนคืน’ จากพวกตาถ่าน”
เธอหันไปสบตาพยัคฆ์หนุ่มข้างกาย คีย์ส่งยิ้มมุมปากกลับมาให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่รู้ใจกันและพร้อมจะสนับสนุนเธอในทุกวิถีทางโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ ออกมาสักคำ
ลินินล้วงหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้—บัตรเดูเรสรุ่นพิเศษที่ไม่มีวงเงินจำกัดและมีอยู่เพียงสิบบัตรทั่วโลก ออกมาจากกระเป๋าถืออย่างนิ่มนวล เธอยื่นมันให้กับพนักงานผู้ถือเครื่องรูดบัตรที่เดินเข้ามาด้วยอาการมือไม้สั่นเทา
*ติ๊ง!*
เสียงเครื่องรูดบัตรอนุมัติธุรกรรมดังขึ้นอย่างกังวานและเด็ดขาด ท่ามกลางความเงียบสงบช็อกโลกของคนทั้งร้าน
ภาคินยืนแข็งทื่อเป็นหิน ดวงเบิกกว้างจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรที่ขึ้นสถานะ *‘APPROVED (อนุมัติสำเร็จ)’* สีเขียวเด่นชัด สมองของเขาขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ร้อยล้านที่เขาเคยดูถูกเหยียบย่ำว่าเธอไม่มีวันหาได้... กลับถูกละลายหายไปกับค่าเครื่องเพชรเพียงเสี้ยววินาทีอย่างไม่กระพริบตา!
ลินินก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตก เธอย่อตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“จำไว้นะคะคุณภาคิน... เงินซื้อความสุขไม่ได้หรอกค่ะ แต่มันซื้อความฉิบหายให้คนที่ปากดีใส่ฉันได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ”
เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เตรียมจะหันหลังเดินออกจากร้านพร้อมกับถุงเครื่องเพชรราคาแปดหลักในมือของคีย์ ทว่า... ก่อนที่ก้าวเท้าจะพ้นพรมกำมะหยี่สีแดงของร้าน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ภาคินหน้าถอดสี มือสั่นเทาควักโทรศัพท์ออกมากดรับ สายตาเหลือบมองหน้าจอด้วยความหวาดผวา ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนใกล้ตาย เมื่อเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของผู้เป็นพ่อดังทะลุออกมาจากลำโพงจนคนรอบข้างได้ยินกันทั่ว
*“ไอ้ภาคิน! แกไปทำอีท่าไหนวะ! ตอนนี้หุ้นของบริษัทเราถูกเทขายอย่างไร้เหตุผลจนร่วงติดฟลอร์! นักลงทุนรายใหญ่ถอนทุนออกหมดในเวลาไล่เลี่ยกัน... บริษัทเราพังแล้ว! เราล้มละลายแล้วไอ้ลูกเวร!”*
โทรศัพท์เกือบหลุดร่วงจากมือของภาคิน เขาทรรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างหมดสภาพ ดวงตาเบิกโพงเหม่อลอยด้วยความสิ้นหวังสุดขีด
ลินินชะงักฝีเท้า เธอก้มมองชายคนที่เคยเหยียดหยามเธอนอนคุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความสงสาร มีเพียงความสะใจและความว่างเปล่า
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย เสียงแจ้งเตือนปริศนาจากระบบในหัวของเธอกลับดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่สั่นระริก
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบหลัก!]
[ตรวจพบเป้าหมายระดับสูงสุด ‘ผู้บงการตัวจริง’ ที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของตระกูลโฮสต์ในอดีต กำลังก้าวเข้ามาในอาคารนี้แล้ว...]
[คำเตือน: เตรียมรับมือกับ ‘การพบกัน’ ที่จะพลิกชะตากรรมของโลกใบนี้ไปตลอดกาล]
ลินินหยุดกغัดฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อบานประตูกระจกอัตโนมัติของห้างสรรพสินค้าเบื้องหน้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออก... พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าในชุดโค้ทสีเทาเข้ม ผู้ชายคนนั้นส่งรอยยิ้มเย็นเยียบมาให้เธอผ่านกระจกใส... รอยยิ้มที่ทำให้วิญญาณเกือบหลุดออกจากร่าง!
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปย์หัวใจและคอมเมนต์ให้ "ชาเขียวแก้วร้าย" คนนี้นะคะ! รักนะคะ!*
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน•ตอนที่ 3
ใครบอกว่านางร้ายต้องแย่งชิง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!