“อุ๊ย! ตายจริง... นี่คือนางร้ายผู้สูงศักดิ์ที่เคยไล่ตะردคนอื่นจนไม่เหลือชิ้นดีจริงๆ หรือคะเนี่ย? ทำไมวันนี้ถึงมายืนแจกขนมปังอบใหม่ให้พวกยาจกข้างถนนได้ล่ะคะ หรือว่ากระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูที่หิ้วอยู่ มันเป็นของปลอมจนต้องผันตัวมาทำทานเอาบุญ”
เสียงแหลมสูงที่เจือความเยาะหยันดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นหน้าร้านเบเกอรี่สาขาใหม่ ลินินหรี่ดวงตากลมโตลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากชะงักค้างทันที เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความริษยาเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่น่าขนลุก... ‘คุณหญิงพัชรินทร์’ แม่เลี้ยงสาวใหญ่ของอดีตคู่หมั้นเธอนั่นเอง
รอบตัวพวกเขาทั้งสองคนเวลานี้ คือฝูงชนและชาวเมืองย่านการค้าใจกลางเมืองที่กำลังต่อแถวรับแจกขนมปังและคูปองส่วนลดมูลค่ามหาศาลจากโครงการฟื้นฟูชุมชนที่ลินินเพิ่งทุ่มเงินระบบถอนทุนคืนหลักล้านลงไป ภาพของหญิงสาวผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็น ‘นางร้ายไร้หัวใจ’ กำลังใช้สองมือประคองรับเด็กน้อยยากไร้และยิ้มแย้มให้อย่างจริงใจเมื่อครู่ ถูกแช่แข็งลงทันทีด้วยการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญ
สายตาของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง หลายคนส่งเสียงซุบซิบตำหนิความไร้กาลเทศะของผู้มาใหม่ แต่พัชรินทร์หาได้แคร์ไม่ เธอเชิดหน้าขึ้นสูง กวาดสายตามองร้านค้าหรูหราสามคูหาที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยโทนสีโรสโกลด์และป้ายชื่อแบรนด์ของลินินด้วยความอิจฉาริษยาที่ล้นทะลักจนปิดไม่มิด
“แหม... เงียบไปเลยนะคะ หรือว่าคำพูดของดิฉันมันไปจี้ใจดำเข้า? คนเราต่อให้เอาเงินละลายทรายสร้างภาพทำดีแค่ไหน สันดานที่แท้จริงมันก็ลบไม่ออกหรอกค่ะ ลินิน” พัชรินทร์ยังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ โดยไม่สังเกตเลยว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด ชาวบ้านที่เคยยิ้มแย้มเริ่มขยับถอยหลังเว้นระยะห่าง พร้อมกับส่งสายตาราวกับกำลังมองตัวตลกน่าสมเพชมาที่เธอ
ลินินค่อยๆ วางถาดขนมในมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีอย่างนุ่มนวล ช้าๆ และสง่างาม เธอปัดเศษแป้งบางเบาออกจากชุดเดรสผ้าทวีตสีครีมเข้ารูป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้สูงอายุที่ยืนวางท่าอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มที่ระบายบนเรียวปากอิ่มไม่อาจเรียกว่ารyิ้มที่เป็นมิตรได้อีกต่อไป มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความเต็มใจ
“คุณหญิงพัชรินทร์คะ...” น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ “คนที่ไม่มีแม้แต่ปัญญาจะดูแลธุรกิจของครอบครัวจนต้องวิ่งวุ่นหาเงินมาโปะหนี้สินหลักร้อยล้าน... มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์วิธีที่ฉันใช้เงินของฉันเองเพื่อความสุขของเพื่อนมนุษย์หรือคะ?”
คำพูดเรียบๆ แต่เจ็บแสบจนหน้าชา ทำให้พัชรินทร์หน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่แข็งค้าง “เธอ! นังเด็กปากดี กล้าดียังไงมาพูดจา—!”
“ดิฉันพูดความจริงค่ะ” ลินินตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้ชิดอีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับลอยปะทะจมูก “คุณมาที่นี่เพื่ออะไรคะ? มาดูความล้มเหลวของฉัน? น่าเสียดายนะคะที่ภาพที่คุณเห็นมันคือ ‘ความสำเร็จ’ และเสียงชื่นชมจากคนที่คุณเรียกว่ายาจก... อ้อ หรือว่าสามีของคุณส่งคุณมาขอทานส่วนบุญจากฉัน เพราะบริษัทกำลังจะล้มละลายจริงๆ?”
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชน ชาวบ้านต่างพากันส่งเสียงวิจารณ์เสียงดังเมื่อได้ยินคำว่าล้มละลาย เพราะใครๆ ในเมืองนี้ต่างก็รู้ดีว่าตระกูลของพัชรินทร์เคยกดขี่ข่มเหงลินินในวันที่เธอตกอับขนาดไหน แต่ในวันนี้ ภาพกลับตาลปัตร ลินินกลายเป็นผู้มีพระคุณที่แจกจ่ายความสุข ขณะที่คนตระกูลนั้นกำลังเดินถอยหลังลงคลอง
ในวินาทีที่พัชรินทร์กำลังจะกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวและยกมือขึ้นตบ ล้อมรอบด้วยสายตานับร้อยคู่ที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาปกป้องลินิน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างรวดเร็ว
คีย์... คู่คิดและชายหนุ่มผู้ยืนหยัดเคียงข้างเธอมาตลอด เอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือที่กำลังจะเหวี่ยงลงมาของพัชรินทร์เอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบเพียงเล็กน้อยแต่หนักแน่นทำให้หญิงวัยกลางคนต้องนิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบของคีย์กวาดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงความกดดันมหาศาล จนพัชรินทร์ถึงกับหายใจติดขัด
“การทำร้ายร่างกายผู้อื่นในที่สาธารณะ มีโทษทางกฎหมายนะคะคุณหญิง...” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยเตือนเบาๆ แต่ดังก้องพอให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน “และถ้าคุณยังไม่หยุดสร้างความวุ่นวายหน้าร้านของภรรยาผม... ผมเกรงว่าหมายศาลเรื่องคดีหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหายย้อนหลัง อาจจะไปส่งถึงหน้าคฤหาสน์ของคุณก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินเสียอีก”
พัชรินทร์ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว นางกวาดสายตามองหน้าคีย์สลับกับลินินที่ยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มผู้ชายที่เคยเป็นแค่คนไร้ค่าในสายตาคนตระกูลเธอ บัดนี้กลับยืนตระหง่านเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดให้แก่ผู้หญิงตรงหน้า
“พวก... พวกแกสองคน...!” พัชรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง แต่ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวทำอะไรบุ่มบ่ามอีกเมื่อเห็นการ์ดรักษาความปลอดภัยนับสิบชีวิตในชุดสูทสีดำเริ่มเดินล้อมกรอบเข้ามาใกล้
ลินินยิ้มรับความพ่ายแพ้บนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น เธอยกมือขึ้นแตะแขนของคีย์เบาๆ เป็นเชิงบอกให้ปล่อยมือ ก่อนจะก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูพัชรินทร์ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“จำไว้นะคะคุณหญิง... เกมนี้ คนที่ถือเงินสดในมือและได้รับความรักจากผู้คนรอบข้างอย่างแท้จริง ไม่ใช่คนที่ยืนอยู่บนกองเงินกู้ยืมแบบพวกคุณหรอกค่ะ” ลินินผกายรอยยิ้มหวานหยด “เชิญกลับไปตั้งสติที่บ้านเถอะนะคะ ก่อนที่บ้านหลังสุดท้ายของคุณจะถูกยريبขายทอดตลาดจริงๆ”
พัชรินทร์สะบัดหน้าหนีด้วยความอับอาย ขายหน้าจนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาผู้คนรอบข้าง นางหันหลังกลับและวิ่งหนีหายไปท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะและเสียงปรบมือของชาวบ้านที่สะใจกับภาพตรงหน้า
เสียงปรบมือเกรียวกราวและเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นชมดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งย่านการค้า ผู้คนต่างกรูเข้ามาแสดงความยินดีและขอบคุณลินินที่ช่วยเหลือชุมชน จนเธอกลายเป็นศูนย์กลางของความรักและความเคารพจากชาวเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพราะอำนาจเงินตราเพียงอย่างเดียว แต่เพราะความจริงใจที่เธอแสดงออกมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
คีย์มองภาพหญิงสาวที่เขารักกำลังยิ้มแย้มและแจกจ่ายความสุขให้ผู้คนรอบข้างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขาขยับเข้าไปยืนเคียงชิด โอบไหล่บางของเธอไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของและพร้อมจะสนับสนุนเธอในทุกย่างก้าว
แต่ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังชื่นมื่น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
*ติ๊ง!*
คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความจากระบบแจ้งเตือนธุรกรรมทางการเงินระดับสูงสุด ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจระดับประเทศ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มขึ้นบางๆ อย่างมีความหมาย
ลินินหันไปมองคู่ชีวิตด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่าคะคีย์? หน้าตาคุณดูแปลกๆ นะคะ”
คีย์ไม่ได้ตอบคำถามทันที เขากดหน้าจอโทรศัพท์พิมพ์ข้อความสั้นๆ กลับไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากลีบกุหลาบของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัย
“ไม่มีอะไรมากหค่ะที่รัก...” คีย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงความระทึกใจบางอย่าง “แค่มีคนเพิ่งโอนเงินก้อนสุดท้ายเพื่อขอซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทตระกูลพัชรินทร์... ในนามบริษัทของเราเองค่ะ”
ดวงตากลมโตของลินินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันทีเมื่อเธอนึกภาพสีหน้าของพัชรินทร์ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เมื่อรู้ว่าคนที่จะเข้ามาฮุบกิจการและไล่พวกเขาออกจากบ้านทั้งหมด... คือคนที่พวกเขาเพิ่งจะมาหาเรื่องเมื่อครู่นี้เอง
ก่อนที่ลินินจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเธอก็แผדเสียงดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับชื่อของบุคคลที่เธอคาดไม่ถึงปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ...
...มันคือสายตรงจากประธานกรรมการธนาคารใหญ่ ที่โทรเข้ามาแจ้งข่าวการอนุมัติวงเงินฉุกเฉินระดับร้อยล้าน พร้อมกับคำกล่าวขอร้องที่สั่นเครือจากปากของ ‘อดีตคู่หมั้นหนุ่ม’ ที่กำลังคุกเข่าร้องขอชีวิตผ่านปลายสาย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บของลินินเสมอนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน•ตอนที่ 28
การเปลี่ยนแปลงของนางร้ายในสายตาคนรอบข้าง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!