"แก... แกทำอะไรลงไป ลินิน!"
เสียงหวีดร้องที่พยายามกดให้ต่ำด้วยความเคียดแค้นดังขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน โดยมีรอยยิ้มเย็นเยียบของเจ้าของห้องรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว
ลินิน ไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากเอกสารการเงินตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความพินาศของคนตรงหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของชาเขียวพรีเมียมลอยวนอยู่ในอากาศ ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทที่ถูกยึดครองโดยอำนาจเงินอย่างเบ็ดเสร็จ
"ทำอะไรอย่างนั้นหรือคะ พี่รุจน์..." ลินินเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเย้ยหยันชัดเจน "ฉันแค่กำลังจัดการเคลียร์ 'ขยะ' ที่เกาะกินบริษัทนี้มานานก็เท่านั้นเองค่ะ"
รุจน์หน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เขากวาดตามองเอกสารประกาศไล่ออกที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา เอกสารเหล่านั้นไม่ใช่แค่คำสั่งพักงานธรรมดา แต่เป็นประกาศเลิกจ้างโดยมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์และทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด
"เธอไม่มีสิทธิ์!" รุจน์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "ฉันทำงานที่นี่มานานกว่าเธอ! บริษัทนี้พ่อฉันเคยร่วมสร้างมานะ ยัยเด็กกะoоกอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันออก!"
"สิทธิ์เหรอคะ?" ลินินหัวعิ้มในลำคอเบาๆ เสียงหัวعิ้วที่แฝงไปด้วยความเยдяยันทำให้รุจน์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน "สิทธิ์ของคนที่ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 85 และสิทธิ์ของเจ้าของระบบที่กำลังจะฟ้องล้มละลายครอบครัวคุณยังไงล่ะคะ"
พรึบ!
ลินินโยกตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่าด้วยความสมเพชเวทนา เมื่อสองสามเดือนก่อน เขายังเป็นคู่หมั้นที่คอยเหยียบย่ำและดูถูกเธอสารพัด แต่ในตอนนี้... เขาก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่กำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้าน
"แก... ยัยสารเลว แกเอาเงินมาจากไหนมากมายเพื่อซื้อหุ้นพวกนั้น!" รุจน์พุ่งตัวเข้าหาโต๊ะทำงานด้วยความขาดสติ หมายจะคว้าคอเสื้อของหญิงสาว แต่ทว่า...
หมับ!
มือหนาอบอุ่นของใครบางคนคว้าข้อมือของรุจน์ไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบที่หนักหน่วงทำเอารุจน์ต้องร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับสายตานิ่งสนิทแต่แฝงไปด้วยรังสีสังหารของ คีย์ ชายหนุ่มผู้ยืนหยัดเคียงข้างลินินมาโดยตลอด
"อย่าแม้แต่จะแตะต้องเธอ..." คีย์เอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัวจนรุจน์ต้องถอยกรูด "ไม่งั้นมือข้างนั้นของคุณคงไม่ต้องใช้ทำอะไรอีกต่อไป"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในพริบตา ความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก รุจน์หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ เขารู้ดีว่าคีย์ไม่ใช่คนที่จะพูดเล่น และในตอนนี้พวกเขาก็ไม่มีอำนาจอะไรเหลือให้ต่อรองอีกแล้ว
"คุณรุจน์คะ..." ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทสีขาวเข้ารูปขับเน้นออร่าความทรงพลัง เธอเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องดัง ก๊อก... ก๊อก... ราวกับเสียงเคาะโลงศพ
"นอกจากคุณจะถูกไล่ออกอย่างไร้เยื่อใยแล้ว ตามกฎหมายข้อที่สิบของบริษัท ทรัพย์สินทุกอย่างที่คุณใช้ชื่อบริษัทผ่อน ไม่ว่าจะเป็นคอนโดหรูใจกลางเมือง รถสปอร์ตคันงาม หรือแม้แต่นาฬิกาเรือนแพงที่คุณใส่อยู่..." ลินินหยุดยืนตรงหน้าเขา รอยยิ้มหวานหยดแต่เย็นเยียบถึงกระดูกดำถูกส่งไปให้ "กรุณาถอดคืนบริษัทมาให้หมดภายในหนาวนี้ด้วยนะคะ"
"ลินิน! เธอจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ นั่นมันสมบัติของฉัน!" รุจน์กรีดร้องสติหลุด เขาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นท่า ภาพลักษณ์คุณชายผู้สูงศักดิ์มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มที่กำลังจะกลายเป็นยาจก
"ใจร้ายเหรอคะ?" ลินินก้มมองเขาด้วยหางตา "ตอนที่คุณกับชู้รักหัวเราะเยาะฉันตอนที่ฉันล้มละลาย คุณเคยปรานีฉันบ้างไหมคะ? ตอนที่คุณยักยอกเงินบริษัทไปปรนเปรอผู้หญิงคนอื่น คุณเคยคิดถึงผลลัพธ์นี้ไหม?"
รุจน์อ้าปากค้าง พูดไม่ออก น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลพรั่งพรูออกมา แต่ไม่มีใครในห้องนั้นแม้แต่คนเดียวที่จะสงสารเขา พนักงานที่ยืนอยู่รอบนอกต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดเข้าข้างคนที่หมดอนาคตแล้ว
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนหรูในมือของลินินดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงผลยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้นจากการอายัดทรัพย์สินและเงินปันผลที่ถูกดึงกลับมาเข้าตรฐานของ 'ระบบถอนทุนคืน' ตัวเลขมหาศาลกระพริบเตือนความสำเร็จระดับสูงสุด
ลินินเหลือบมองหน้าจอเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มพึงพอใจให้กับระบบในหัว
[ติ๊ง! ภารกิจ 'ล้างบางคนทรยศ' สำเร็จลุล่วง 100% ได้รับแต้มพิเศษ 500,000 แต้ม และปลดล็อกสิทธิ์ถือครองอสังหาริมทรัพย์ระดับท็อปทั่วประเทศ]
เสียงระบบดังขึ้นในห้วงความคิด ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะและน่าฟังเสียจริงในยามนี้
"คีย์คะ..." ลินินหันไปมองชายหนุ่มข้างกาย รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งให้คู่คิดคนสำคัญ "เราไปกันเถอะค่ะ อยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวอากาศเป็นพิษจากกลิ่นคนล้มละลาย"
"ครับที่รัก" คีย์ตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับโอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ เพื่อนำทางเดินออกจากห้องประชุม
รุจน์ที่คุกเข่าอยู่กับพื้นเงยหน้าขึ้นมองภาพคนทั้งคู่ด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง เขาอุตส่าห์คิดว่าตัวเองจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ แต่สุดท้ายเขากลับกลายเป็นฝ่ายที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดสิ้น
ทว่า... ในจังหวะที่ลินินกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงานนั้นเอง ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นใต้ดินก็เปิดออกเสียงดัง *ติ๊ง* พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวออกมา...
บุคคลที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ และเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายที่รระจน์แอบซ่อนไว้เพื่อล้มล้างลินิน!
ดวงตากลมโตของลินินหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากชะงักค้างทันที เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความริษยาเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่น่าขนลุก...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน•ตอนที่ 27
ตบหน้าคนทรยศแบบเจ็บแสบ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!