แก้วคริสตัลราคาแพงระยับถูกเหวี่ยงกระทบผนังห้องทำงานจนแตกกระจาย เสียงดังเพล้งบาดหูไม่ได้ทำให้ ‘ธีร์’ รู้สึกสะทกสะท้าน แม้แต่เศษแก้วที่บาดเข้าที่ง่ามนิ้วจนเลือดสีเข้มไหลซึมออกมาเขาก็ยังปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น
ชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องที่เงียบเชียบราวกับป่าช้า กลิ่นบุหรี่ที่เขาจุดทิ้งไว้ในที่เขี่ยจนมอดไหม้ไปหลายมวนอบอวลอยู่รอบตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าคมเข้มที่เคยเนี้ยบกริบทุกกระเบียดนิ้ว ดูซูบตอบและโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดในเวลาเพียงไม่กี่วัน
"คุณธีร์ครับ... คุณหญิงสั่งให้ผมมาตามไปทานมื้อค่ำครับ" เลขาส่วนตัวก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตาเจ้านายที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้น
"ออกไป" น้ำเสียงของธีร์แหบพร่าและเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก
"แต่คุณหญิงบอกว่าถ้าคุณไม่ลงไป..."
"ผมบอกให้ออกไป! ก่อนที่ผมจะลืมว่าคุณเป็นคนของผม!"
เลขารีบถอยกรูดออกจากห้องแทบไม่ทัน ทิ้งให้ธีร์จมดิ่งลงสู่ความเงียบอีกครั้ง สายตาคมกริบมองไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่เคยเป็นที่นั่งของ ‘รินรดา’ หญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาที่สุด กล้าสบตาเขาอย่างไม่ลดละ และเป็นคนเดียวที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขาเต้นแรงได้โดยไม่ต้องออกแรง
เขายกมือขึ้นลูบหน้า ความรู้สึกว่างเปล่ามันกัดกินเขาเหมือนปลวกที่ค่อยๆ แทะกินไม้จากภายใน ธีร์พร่ำบอกตัวเองเสมอว่าเขาเป็นคนคุมเกม เป็นนักล่าที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่ในวินาทีที่รินรดาเดินจากไป เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่า เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายโง่ๆ คนหนึ่งที่ทำ 'หัวใจ' ตัวเองหล่นหายไปในวันที่เขาผลักไสเธอด้วยทิฐิ
*‘ถ้าฉันไม่อยู่ คุณจะรู้สึกอะไรบ้างไหมธีร์... หรือคุณจะดีใจที่ชีวิตคุณกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม’*
คำพูดในวันนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวเหมือนเข็มพันเล่มที่คอยทิ่มแทงซ้ำๆ เขาไม่ได้ดีใจเลย... ทุกตารางนิ้วในคฤหาสน์หลังนี้มันกว้างเกินไปและหนาวเหน็บจนเขาสั่นสะท้าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะของเธอที่เคยแว่วอยู่ในครัว กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ติดอยู่บนโซฟา หรือแม้แต่รอยนิ้วมือที่เธอเคยทิ้งไว้บนแก้วกาแฟ ทุกอย่างมันกลายเป็นเครื่องทรมานชั้นดี
ธีร์ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นรถหรูที่เพิ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า คุณหญิงมณีลงจากรถด้วยท่าทางสง่างาม แต่สำหรับเขานางคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดชีวิตเขาไว้ในกรงทองที่ไม่มีความสุข
เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรักที่เขามีต่อรินรดาไม่ได้เบาบางลงเลย แต่มันกลับเข้มข้นจนเหมือนพิษร้ายที่แล่นไปตามกระแสเลือด เขาไม่ได้ต้องการแค่การครอบครอง แต่เขาต้องการ 'เธอ' คนที่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตนี้มีค่าพอที่จะตื่นขึ้นมาในทุกวัน
มือถือบนโต๊ะสั่นครืด ธีร์คว้ามันขึ้นมาดู หัวใจเขากระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง แม้จะเป็นเพียงข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติจากธนาคารเกี่ยวกับบัญชีที่เขาโอนเงินไปสมทบทุนมูลนิธิที่รินรดาเคยไปอาสาช่วยงาน เขาก็ยังกดดูมันซ้ำๆ เหมือนคนบ้า
เขาตัดสินใจกดเบอร์โทรศัพท์ที่เขาจำขึ้นใจโดยไม่ต้องมองหน้าจอ
"ธีร์... แม่บอกให้ลงมาทานข้าวไง ทำไมถึงทำตัวเหลวแหลกแบบนี้!" เสียงคุณหญิงมณีลอดผ่านโทรศัพท์มาด้วยความไม่พอใจ
"ผมไม่ว่าง" ธีร์ตอบเสียงเรียบ "และอย่าได้เอาคนของคุณไปวุ่นวายกับเธออีก ถ้าผมรู้ว่ารินรดาได้รับความเดือดร้อนแม้แต่ปลายเล็บ... อย่าหาว่าผมเป็นลูกที่ไม่กตัญญู"
"ธีร์! นี่แกขู่แม่เพราะอีผู้หญิงชั้นต่ำนั่นงั้นเหรอ!"
เขากดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่ฟังคำด่าทอ เขาโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาอย่างไม่ใยดี แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดลิ้นชักลับออกเผยให้เห็นสร้อยข้อมือที่เขาตั้งใจจะมอบให้เธอในวันเกิด แต่มันยังคงวางอยู่ที่เดิมพร้อมกับความเสียดายที่กัดกินใจ
ทว่าทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นหน้าประตูห้องทำงานของเขา ซึ่งตามกฎแล้วไม่มีใครกล้าเข้ามาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต
ปัง!
ประตูห้องเปิดออกกว้าง ธีร์เงยหน้าขึ้นด้วยแววตาเกรี้ยวกราด เตรียมจะตะคอกไล่คนไม่รู้จักกาลเทศะ ทว่าเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นความตกตะลึงที่เขาก็ห้ามไว้ไม่อยู่
"คุณ..."
ร่างบางที่เขานึกถึงทุกวินาทีในชุดเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ ใบหน้าเปื้อนฝุ่นและน้ำตา แต่ดวงตายังคงความเด็ดเดี่ยวคู่นั้นไว้ไม่เสื่อมคลาย รินรดายืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งกำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้แน่น
"คุณทำบ้าอะไรของคุณธีร์!" เธอตะโกนทั้งน้ำตา "คุณโอนเงินทั้งหมดนั่นเข้าบัญชีฉันทำไม... คุณคิดว่าเงินของคุณมันซื้อทุกอย่างได้หรือไง รวมถึงความรู้สึกของฉันด้วย!"
ธีร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาที่เคยหม่นแสงกลับมีความหวังระยิบระยับขึ้นมาอย่างประหลาด เขาค่อยๆ เดินอ้อมโต๊ะเข้าไปหาเธอช้าๆ จังหวะหัวใจที่เคยตายด้านกลับมาเต้นรัวจนแทบทะลุออกมาจากอก
"ริน..." เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่สั่นพร่า "ฉันไม่ได้จะซื้อความรู้สึกของเธอ... ฉันแค่พยายามจะซื้อเวลาให้ตัวเองได้อยู่ใกล้เธออีกสักนิด"
"คุณไม่มีสิทธิ์..." รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับประตูที่ปิดลง "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำให้ฉันวุ่นวายใจอีก ในเมื่อคุณเป็นคนเลือกเองว่าจะอยู่กับแม่ของคุณ!"
ธีร์ไม่รอให้เธอพูดจบ เขาพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว กักตัวเธอไว้กับบานประตูด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
"ฉันไม่ได้เลือกแม่" ธีร์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ "ฉันแค่เพิ่งรู้ตัวว่า... ชีวิตที่ไม่มีเธอมันก็แค่ความตายที่ยังหายใจได้ และต่อให้วันนี้เธอจะเกลียดฉันจนตาย ฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้เธอไปจากชีวิตของฉันอีกแล้ว"
เขาสบตากับเธออย่างลึกซึ้ง พยายามค้นหาคำตอบในแววตาคู่สวยนั้น แต่ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูจังหวะหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
"คุณธีร์ครับ... คุณหญิงมาถึงหน้าห้องแล้วครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ธีร์มองไปที่ประตูด้วยแววตาเยือกเย็น ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและแฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้าง
"อยู่นิ่งๆ นะริน... เพราะต่อจากนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากเธอกับฉันออกจากกันอีก แม้แต่แม่ของฉันเอง"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรักที่แสนเจ็บปวดของธีร์และรินรดานะครับ ไว้มาลุ้นต่อกันในตอนหน้าครับ
เมทริกซ์ซีโร่
คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 21
ชีวิตที่ขาดเธอ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!