“ผมไม่ได้จะมาเพื่อฟังคำด่า ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะฟังผมพูด ก็เชิญตะโกนให้คอแตกไปคนเดียวเถอะครับ”
ธีร์โยนกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนา เสียง ‘ปึก’ ของมันดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนหวาน บัดนี้กลับแข็งกร้าวและเย็นชาจนเขานึกอยากจะคว้าตัวเธอมาขังไว้ในอ้อมกอดเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“เก็บของของคุณไปเถอะค่ะคุณธีร์” รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นระริกถูกซ่อนไว้ใต้แขนที่กอดอกแน่น “คนอย่างฉัน อาจจะดูเห็นแก่เงินในสายตาคุณ แต่เชื่อเถอะ... ฉันยังพอมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้าง ไม่ได้หิวโหยของล่อหลอกราคาแพงพวกนี้เพื่อแลกกับคำขอโทษจอมปลอม”
ธีร์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นเส้นนูน เขาพยายามจะนิ่งให้ได้มากที่สุดอย่างที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต แต่กับผู้หญิงตรงหน้า ความเป็นมาเฟียผู้คุมเกมกลับไร้ความหมาย เขาเดินก้าวยาวเข้าไปประชิดตัวจนรินรดาไม่มีทางหนี แผ่นหลังของเธอสัมผัสกับขอบเคาน์เตอร์เย็นเยียบ
“จอมปลอมงั้นเหรอ?” เขาโน้มใบหน้าลงไปจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “คุณคิดว่าผมเป็นพวกว่างงานจนต้องเอาเครื่องประดับพวกนี้มาปรนเปรอคนที่ผมไม่ได้ใส่ใจหรือไง รินรดา... เลิกใช้ความปากร้ายมาเป็นกำแพงปิดกั้นตัวเองสักทีได้ไหม”
“กำแพงเหรอ?” รินรดาเงยหน้าสบตาเขาท้าทาย “คุณนั่นแหละที่เป็นคนพังมันเอง ทั้งเหยียบย่ำ ทั้งดูถูก แล้วตอนนี้คุณจะมาแสดงบทพระเอกขี่ม้าขาวด้วยไอ้กล่องกระจอกนี่น่ะเหรอ? ฝันไปเถอะครับ”
มือหนาของธีร์คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ใช่การกักขัง แต่เป็นการรั้งสติ เขารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอผ่านผิวสัมผัส ธีร์สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้ความพยายามที่จะดุให้จบสิ้นกลายเป็นความอ้อนวอนอย่างไม่ตั้งใจ
“ผมไม่รู้วิธีง้อคนอื่น... ผมไม่เคยต้องง้อใคร” เขาพูดเสียงพร่า “สำหรับผม ถ้าอยากได้อะไร ผมก็แค่หามาให้ ถ้าทำอะไรผิด ผมก็แค่จ่ายชดเชย แต่วิธีพวกนั้นมันใช้กับคุณไม่ได้เลย และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผม... อยู่ไม่สุข”
รินรดาชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหววูบหนึ่ง เธอเห็นความเหนื่อยล้าฉายชัดในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่ปกติไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น
“คุณปากจัด ปากคอเราะร้าย และใจดำที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาคุณธีร์” เธอพยายามดึงมือออกแต่เขากลับกระชับมันไว้แน่นกว่าเดิม “แต่ทำไม... ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้ฉันไปเสียที”
“เพราะถ้าผมปล่อยคุณไป ตอนนี้โลกของผมคงเหลือแค่ความว่างเปล่า” ธีร์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เธอกำลังเผลอเชิดหน้าขึ้นมาโฉบสัมผัสเบาๆ ที่พวงแก้มใส “ที่ผมทำพัง เพราะผมไม่อยากให้คุณหายไปไหน... เข้าใจไหมครับคนดื้อ”
รินรดาเบิกตากว้าง ความร้อนแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า เธอผลักอกเขาออกเต็มแรงด้วยความเขินอายที่แปรเปลี่ยนเป็นความโมโหกลบเกลื่อน “อย่ามาฉวยโอกาส! นี่คือวิธีง้อของคนระดับคุณเหรอคะ? มันแย่กว่าเดิมอีก!”
“ก็คุณไม่ยอมฟังผมดีๆ นี่” ธีร์เริ่มยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนจากโกรธเป็นทำตัวไม่ถูก “งั้นเอาแบบนี้ไหม... ถ้าผมอยากง้อคุณให้หายโกรธจริงๆ ผมต้องทำยังไง คุณถึงจะยอมพูดกับผมด้วยคำที่ไม่ใช่คำจิกกัดสักหนึ่งประโยค”
รินรดากำลังจะเอ่ยปากโต้กลับ ทว่าเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทางเข้าห้องชุดก็ทำให้บทสนทนาที่กำลังเข้มข้นหยุดชะงักลงทันที ประตูบานหรูเปิดออกโดยไม่มีการเคาะ และร่างของคุณหญิงมณีที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ทรงอำนาจ ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความร้อนแรงเป็นความกดดันในทันที
“แม่ควรจะเคาะประตูก่อนนะครับ” ธีร์รีบผละออกจากรินรดา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนกลับไปเย็นชาตามสัญชาตญาณ
คุณหญิงมณีกวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ก่อนจะหยุดลงที่กล่องกำมะหยี่บนโต๊ะ “แม่ไม่ได้มาเพื่อเคาะประตู แต่แม่มาเพื่อเตือนสติลูก... ว่าคนประเภทไหนที่เหมาะจะยืนข้างลูก และคนประเภทไหน ที่แค่เข้ามาเพื่อทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเรา”
รินรดายืดตัวตรง แววตาที่เคยหวั่นไหวกลับมาคมกริบอีกครั้ง เธอขยับยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจอย่างที่ธีร์ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ขอบคุณที่เตือนนะคะคุณหญิง” รินรดาหยิบกล่องกำมะหยี่นั้นขึ้นมา ก่อนจะโยนมันไปที่หน้าอกของธีร์ “ของของคุณ... เก็บไว้ให้คนที่เหมาะสมเถอะค่ะ ส่วนฉัน... คงต้องขอตัวลา”
เธอเดินผ่านคุณหญิงมณีไปโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองธีร์ที่ยืนนิ่งค้าง แต่ก่อนที่เธอจะพ้นประตู มือหนาของธีร์ก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธออีกครั้ง แรงบีบที่มากกว่าเดิมทำให้รินรดาต้องหยุดกะทันหัน
“คุณจะไปไหน” ธีร์ถาม เสียงของเขาต่ำและสั่นพร่าไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “ผมบอกให้คุณไปตอนไหนรินรดา?”
“ปล่อยค่ะธีร์...” รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน “อย่าทำให้ฉันเกลียดคุณไปมากกว่านี้เลย”
“ถ้าเกลียด... ก็อยู่ให้ผมพิสูจน์ว่าทำไมคุณถึงไม่ควรเกลียดผม” ธีร์กระชากตัวเธอกลับมาจนร่างบางปะทะเข้ากับอกแกร่งอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาอึ้งตะลึงของคุณหญิงมณี “วันนี้... ไม่มีใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะพาคุณไปจากผมได้ แม้แต่แม่ผมเอง”
ท่าทีของธีร์ในตอนนี้ทำให้คนทั้งห้องต้องกลั้นหายใจ นี่ไม่ใช่แค่การง้อ แต่มันคือการประกาศศักดาต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเกรงใจที่สุดในชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของตัวละครที่รักและแค้นกันจนวินาทีสุดท้ายนะครับ – เมทริกซ์ซีโร่
คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 14
คนปากแข็งที่เริ่มอยู่ไม่สุข
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!