“ถ้าการอยู่ใกล้ผมมันทำให้คุณอึดอัดถึงขนาดต้องทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปงานศพขนาดนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนครับรินรดา ผมไม่ใช่คนใจแคบที่จะเหนี่ยวรั้งใครไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของธีร์ก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานที่เงียบเชียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู มือหนาถือแก้ววิสกี้ราคาแพงที่สั่นไหวเพียงเล็กน้อยจากการข่มอารมณ์
รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอไม่ได้ตกใจกับความเย็นชาของเขา แต่มันคือความผิดหวังที่แล่นพล่านขึ้นมาจนจุกอก เธออุตส่าห์ก้าวข้ามผ่านความถือดีของตัวเองเพื่อมาหาเขาในยามดึกดื่น เพียงเพราะความเป็นห่วงที่เขายังไม่ได้ทานมื้อเย็น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถากถางราวกับเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งที่เขาสามารถเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
“ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่ฉันทำมันคือการฝืน... งั้นต่อไปนี้ฉันก็จะปล่อยให้คุณสบายใจอย่างที่ต้องการครับ คุณธีร์”
เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือในตอนท้าย รินรดาหันหลังกลับเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องนี้ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองกลับมา
“เดี๋ยว!” ธีร์กระแทกแก้วในมือลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น เขาก้าวฉับๆ มาขวางทางเธอไว้ ร่างสูงใหญ่ต้อนเธอจนแผ่นหลังบางชิดกับบานประตูไม้บานใหญ่ มือหนายันไว้กับบานประตูเพื่อกักขังเธอไว้ในวงแขน
“แค่นี้เหรอ? ความอดทนของคุณมันมีแค่นี้ใช่ไหมรินรดา? ที่ผ่านมาผมแค่ประชด แต่คุณกลับเลือกที่จะถอยห่าง... คุณกำลังพิสูจน์อะไรให้ผมเห็นอยู่กันแน่!”
รินรดาเงยหน้าสบตากับคนตรงหน้า แววตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
“ฉันไม่ได้พิสูจน์อะไรทั้งนั้นค่ะ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าคุณชอบให้คนยอมสยบแทบเท้า” เธอเว้นจังหวะหายใจ รอยยิ้มสมเพชปรากฏขึ้นที่มุมปาก “คุณเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีที่แย่ที่สุด ธีร์ และน่าเสียดายที่ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะเล่นเกมกับคุณแล้ว”
“เกมงั้นเหรอ?” ธีร์กัดฟันกรอด นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา “คุณคิดว่าความหึงหวงของผมมันคือเกมงั้นเหรอ! ถ้าคุณไม่ทำตัวให้คนอื่นมอง... ผมก็ไม่ต้องลดตัวลงมาทำแบบนี้!”
“คนอื่น?” รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “คุณหมายถึงลูกค้าที่มาคุยงานกับฉัน หรือเพื่อนร่วมงานที่แค่เข้ามาถามไถ่เรื่องโปรเจกต์? ความเชื่อใจของคุณมันมีค่าเท่ากับศูนย์เลยใช่ไหมธีร์?”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กดดันจนแทบจะระเบิดออก ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นน้ำตาคลอเบ้าในดวงตาคู่สวยของหญิงสาว ความกร้าวร้าวในแววตาเขาเริ่มสั่นคลอน ความหึงหวงที่เขาสั่งสมมาจากการที่เห็นรินรดาให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าเขาเริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความกลัวลึกๆ ที่ว่าเขาอาจจะทำลายทุกอย่างลงด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
“ริน... ผม...”
“ปล่อยฉันเถอะครับ” รินรดาพูดคำที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับเขา “ปล่อยให้ฉันได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ไม่มีคุณมาคอยควบคุม... นั่นอาจจะเป็นการคืนความสุขให้ฉันได้ดีที่สุด”
ธีร์ชะงักค้าง ราวกับถูกกระสุนนัดสำคัญยิงเข้าที่กลางอก มือที่ยันบานประตูค่อยๆ ตกลงข้างลำตัว ความรู้สึกหน่วงในใจที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนกำลังกัดกินความเป็นมาเฟียผู้แข็งกร้าวให้พังทลายลง
ในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอโทษที่ยากเย็นที่สุดในชีวิต เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดนั้นเสียก่อน
“ธีร์คะ... แม่เองนะ ประตูไม่ได้ล็อก แม่ขอเข้าไปหน่อยนะลูก พอดีแม่มีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วยเรื่องงานแต่งของธีร์กับหนูริน”
ร่างของหญิงสาวที่เขาเฝ้าถวิลหาแข็งทื่อไปทันที ธีร์เบิกตากว้าง หันไปมองประตูที่กำลังถูกผลักเข้ามาอย่างช้าๆ รินรดาฉวยโอกาสนั้นมุดออกจากวงแขนของเขา และก้าวถอยห่างออกไปจนเกือบจะถึงกลางห้อง
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นคุณหญิงมณีที่ยืนยิ้มแย้มอย่างผู้ชนะ แต่รอยยิ้มนั้นจางหายไปเมื่อเห็นใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของรินรดา และบรรยากาศที่มาคุระหว่างคนทั้งคู่
“แม่มาผิดจังหวะหรือเปล่าคะ?” คุณหญิงมณีถามด้วยน้ำเสียงแหลมสูงที่แฝงไปด้วยความสะใจ “หรือว่าพวกคุณสองคนกำลังตกลงเรื่อง... สถานะที่ชัดเจนกันอยู่?”
ธีร์หันมามองรินรดาที่ตอนนี้หันหลังให้เขาโดยสิ้นเชิง ไหล่บางสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว
“สถานะที่ชัดเจนเหรอครับคุณหญิง?” รินรดาเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่ธีร์ด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา “ได้ค่ะ... งั้นฉันขอประกาศให้ทราบตรงนี้เลยแล้วกัน ว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับคุณธีร์... เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก้าวเดินผ่านหน้าคุณหญิงมณีไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ธีร์ยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสยดสยอง
มือหนาของธีร์กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขารู้ดีว่าคราวนี้เขาได้ทำรอยร้าวที่มองไม่เห็นให้กลายเป็นเหวขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันจะเชื่อมต่อกันได้อีกแล้ว... หรือนี่คือจุดจบที่เขาเป็นคนเลือกเองกันแน่?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เมทริกซ์ซีโร่
คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 13
รอยร้าวที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!