“ถ้าคุณแม่ยังไม่หยุดขีดเส้นขีดทางให้ชีวิตผม ผมก็ไม่รับประกันว่าครั้งหน้า ผมจะพูดแค่คำว่าถอนหมั้นนะครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของธีร์ก้องกังวานอยู่ในห้องโถงที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายเขา มือของเธอที่เผลอเกาะชายเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นเริ่มสั่นน้อยๆ เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าตบหน้าคุณหญิงมณีต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้
คุณหญิงมณียืนตัวสั่นเทา ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดที่ถูกบุตรชายหักหน้าอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองรินรดาราวกับจะกรีดเนื้อเธอให้ขาดเป็นชิ้นๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
“ดี… งั้นก็เชิญเลือกเอาเองระหว่างอนาคตที่แกสร้างมากับมือ หรือผู้หญิงชั้นต่ำที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับแกเลยสักนิด!”
คุณหญิงสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารีบขยับตัวออกห่างจากธีร์ทันทีที่สิ้นเสียงส้นสูงของคนเป็นแม่ เธอเม้มปากแน่นก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยังคงตีหน้านิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณบ้าไปแล้วหรือไงธีร์? พูดออกไปแบบนั้นคุณแม่คุณไม่ปล่อยเราไว้แน่”
“เรา?...” ธีร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเลียน เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังกรูดไปชนกับโต๊ะวางแจกันดอกไม้ราคาแพงด้านหลัง “ขอบใจนะที่ยอมรับว่าเป็น ‘เรา’… แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ริน ถึงแม่ผมจะร้าย แต่ท่านก็ไม่กล้าทำอะไรผมมากไปกว่านี้หรอก”
“แต่ฉันเป็นคนโดนลูกหลงนะคะ!”
“ก็เพราะเป็นคนของผมไง เลยต้องหัดชินกับการโดนลูกหลงบ้าง”
ธีร์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มีอากาศแทรก เขาก้มลงมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธปนประหม่า รินรดาพยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่จังหวะที่เธอขยับนั้นเอง แจกันดอกไม้ใบโตบนโต๊ะข้างหลังก็สั่นไหวและโอนเอนจนแทบจะร่วงลงมา
“ระวัง!”
ธีร์คว้าเอวบางของเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ แรงดึงนั้นทำให้ร่างของรินรดาพุ่งเข้าปะทะกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง ทว่าด้วยความรีบร้อนและพื้นห้องที่ขัดมันจนลื่นเกินไป ทำให้ร่างของทั้งคู่เสียหลักเซถลาลงไปบนโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ
อุบัติเหตุเล็กน้อยที่ว่ากลายเป็นสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ร่างหนาของธีร์ทาบทับอยู่บนร่างบาง รินรดาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดตาผสมกับกลิ่นยาสูบจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาอบอวลอยู่รอบตัวเธอ จนคนตัวเล็กแทบหยุดหายใจ
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนเมื่อครู่ มันกลับเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง ดวงตาคมกริบของธีร์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยของเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา
“นี่… ปล่อยได้แล้ว” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
“ถ้ารินไม่ดื้อ… ผมอาจจะปล่อย” ธีร์กระซิบตอบ เสียงทุ้มแหบพร่าข้างใบหูทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของหญิงสาวลุกชัน เขาไม่ได้ขยับออก แถมยังกดน้ำหนักตัวลงมาอีกนิดราวกับจงใจจะขังเธอไว้ในอ้อมกอด
“คุณมันคนฉวยโอกาส!”
“กับคนอื่นผมไม่ทำแบบนี้หรอกนะ… แต่กับริน ผมมีสิทธิ์จะฉวยโอกาสได้ทุกเมื่อ”
เขายกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์แต่แฝงไปด้วยความจริงจังที่ทำให้อีกฝ่ายใจสั่นรุนแรง รินรดาได้แต่หลบสายตาหนีไปทางอื่น ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตทำให้เธอตระหนักได้ว่ากำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง กำลังถูกผู้ชายคนนี้พังทลายลงทีละน้อย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังพาไปสู่ความวาบหวาม ประตูด้านหน้าห้องโถงกลับถูกผลักเข้ามาโดยไม่มีการเคาะเตือน
“ธีร์! แม่บอกว่า… อ้อ… ฉันคงมาขัดจังหวะอะไรดีๆ เข้าสินะ”
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยทำให้ธีร์ผละออกจากร่างบางทันที เขาหันไปมองต้นเสียงด้วยแววตาเรียบเฉย แตกต่างจากรินรดาที่หน้าถอดสีเมื่อเห็นผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘พิมมาดา’ ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ที่เพียบพร้อมในทุกด้านตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ
พิมมาดาเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอาบยาพิษ สายตาที่มองรินรดาเหมือนกำลังมองเศษขยะที่เกะกะสายตา ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ธีร์ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
“ดูเหมือนฉันจะพลาดอะไรไปเยอะเลยนะ… แต่ไม่เป็นไรค่ะ ธีร์คะ คุณหญิงสั่งให้ฉันมาตามคุณไปคุยเรื่องงานหมั้นที่เลื่อนเข้ามา… วันพรุ่งนี้”
ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตารินรดาที่มองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวดลึกๆ เขาตัดสินใจก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับพิมมาดาโดยไม่หันกลับมามองคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา
“บอกคุณแม่ด้วยว่าผมไม่ว่าง”
“แต่ธีร์คะ! นี่มันเรื่องสำคัญ...” พิมมาดาเริ่มขึ้นเสียง
“ผมบอกว่าไม่ว่าง พรุ่งนี้ผมมีธุระสำคัญกว่านั้น… สำคัญมากพอที่ผมจะยอมทิ้งทุกอย่าง ถ้ายังไม่หยุดเซ้าซี้ ผมจะสั่งให้บอดี้การ์ดเชิญคุณออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้”
ธีร์หันกลับมามองรินรดาอีกครั้ง แววตาของเขาดูอ่อนโยนลงชั่วขณะ ก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจรถแล้วคว้าข้อมือเล็กของรินรดาให้ลุกขึ้นตามเขามาอย่างถือวิสาสะ
“ไปกับผม”
“จะไปไหนคะ?”
“ไปที่ที่จะไม่มีใครมากวนใจเราได้… และไปคุยเรื่องที่รินค้างคาใจผมมาตลอด”
รถสปอร์ตคันหรูทะยานออกจากคฤหาสน์ไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาเกรี้ยวกราดของพิมมาดา รินรดานั่งนิ่งอยู่ข้างคนขับ มองใบหน้าที่เคร่งขรึมของชายหนุ่มข้างกายด้วยความสับสน เธอไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ และไม่รู้ด้วยว่าการเดินทางครั้งนี้จะพาเธอไปพบกับจุดจบหรือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่อันตรายกว่าเดิม
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นที่มืดมิดและห่างไกลผู้คน ธีร์ก็แตะเบรกกะทันหันจนรถจอดสนิทท่ามกลางแสงดาวที่พร่างพรายบนท้องฟ้า เขาหันมาหาเธอช้าๆ พร้อมกับสายตาที่ดูมุ่งมั่นกว่าครั้งไหนๆ
“ริน… ผมมีเรื่องจะสารภาพ”
เขายื่นมือมาแตะปลายคางของเธอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดลงทันที
“ที่ผมพยายามผลักไสคุณมาตลอด… จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพราะผมเกลียดคุณหรอกนะ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มข้ามเส้นของทั้งคู่ด้วยกันนะครับ - เมทริกซ์ซีโร่ครับ
คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 3
ระยะห่างที่เริ่มหดสั้น
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!