คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 4

เด็กดื้อต้องโดนทำโทษ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“ถอยไปนะคุณธีร์ ฉันบอกให้ถอยไป!” เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวาง ร่างบางถอยกรูดจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับบานประตูไม้โอ๊คเนื้อดีที่เพิ่งถูกปิดล็อคไปเมื่อครู่ เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทาย แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองศึกก็ตาม ธีร์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ เขาก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทว่าหนักแน่น รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะ เขาหยุดลงเบื้องหน้าเธอ ห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น มือแกร่งยกขึ้นยันบานประตูเหนือศีรษะหญิงสาว กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ “ที่ผมพูดไปเมื่อกี้... ดูเหมือนคุณจะไม่ได้เก็บไปคิดเลยนะ รินรดา” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ “ยังจะดื้อรั้นเอาตัวเองไปเสี่ยงกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกเหรอ” รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้จะหวาดหวั่นต่อไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่เธอก็ไม่ยอมลดละ “ถ้าเรื่องนั้นหมายถึงการที่ฉันต้องก้มหัวให้คนที่พยายามจะทำลายชีวิตคนอื่นเพียงเพราะตัวเองมีอำนาจ... ฉันก็ขอดื้อแบบนี้ต่อไปดีกว่าครับ” ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อด้วยความโกรธ “เด็กดื้อน่ะ... เขามีวิธีจัดการไม่กี่อย่างหรอกนะ” “หมายความว่ายังไง...” ธีร์ไม่รอให้เธอตั้งตัว เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้รินรดาขนลุกซู่ “หมายความว่าวันนี้คุณต้องถูกกักบริเวณ... จนกว่าจะเรียนรู้ว่าการเชื่อฟังพี่น่ะ มันหอมหวานแค่ไหน” เขาหมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ปล่อยให้รินรดายืนเคว้งอยู่ตรงนั้นด้วยความตกตะลึง ห้องทำงานของเขามีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น เธอรู้ดีว่าหากเขาไม่สั่งเปิดประตู เธอจะไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่เด็ดขาด “คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้! นี่มันกักขังหน่วงเหนี่ยว!” เธอพุ่งตัวไปที่โต๊ะทำงานของเขา ทุบมือลงบนพื้นผิวไม้เงาวับนั่นอย่างเหลืออด ธีร์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ สายตาที่เขามองเธอนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่หญิงสาวจะคาดเดาได้ มันมีทั้งความหงุดหงิด ความเป็นห่วง และสิ่งที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง “ผมทำเพราะห่วงคุณ ถ้าคุณออกไปตอนนี้ คนของทางนั้นก็รอที่จะขย้ำคุณอยู่ แล้วคุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คนของผมเป็นอะไรไปงั้นเหรอ” “คนของ... คุณงั้นเหรอ?” รินรดาทวนคำ นัยน์ตาสั่นไหว “ฉันไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะมาแปะป้ายตราจองหรือสั่งให้กักบริเวณที่ไหนก็ได้นะ!” “แต่คุณเป็นของผมไปแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม” คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนหัวใจ รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติ “พูดแบบนี้คิดว่าฉันจะใจอ่อนเหรอคะ บอกไว้ก่อนนะว่าฉัน...” ยังไม่ทันขาดคำ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นจากด้านนอกทำลายบรรยากาศที่กำลังเดือดพล่านของคนทั้งคู่ ธีร์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความรำคาญใจ ในขณะที่รินรดาฉวยโอกาสนั้นพยายามจะพุ่งไปที่ประตู แต่ธีร์กลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากกลับมาให้แนบอก “อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่กว่านี้” ธีร์สั่งเสียงเข้มก่อนจะตะโกนออกไป “เข้ามา!” ประตูบานหนาถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดหรูหรา ใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันของ ‘คุณหญิงมณี’ ปรากฏขึ้น สายตาของท่านกวาดมองรินรดาที่อยู่ในอ้อมกอดของลูกชายด้วยแววตาเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง “ดูเหมือนว่างานสำคัญที่แกบอกว่าจะจัดการให้เสร็จสิ้น จะรวมถึงการกอดก่ายผู้หญิงคนนี้อยู่ด้วยงั้นสิ ธีร์?” คุณหญิงมณีเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ ธีร์ปล่อยแขนจากรินรดา แต่เขาก็ขยับไปยืนขวางหน้าเธอไว้ราวกับเกราะกำบัง “แม่มาทำไมครับ แล้วเข้ามาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาตได้ยังไง” “ฉันก็แค่จะมาเตือนสติลูกชายที่กำลังหลงทาง” คุณหญิงมณีมองข้ามไหล่ของธีร์ไปที่รินรดา “ส่วนเธอ... ถ้ายังมีความละอายใจอยู่บ้าง ก็ควรจะรู้ว่าตัวเองมีค่าแค่ไหนในบ้านหลังนี้” บรรยากาศในห้องเย็นเยือกขึ้นทันที รินรดากำหมัดแน่นจนสั่น เธอไม่ใช่คนที่จะก้มหัวรับคำดูถูกใครได้ง่ายๆ แม้คนตรงหน้าจะเป็นแม่ของคนที่เธอกำลังโต้เถียงด้วยก็ตาม เธอรวบรวมความกล้าก้าวออกมาจากหลังธีร์ เผชิญหน้ากับคุณหญิงมณีด้วยแววตาที่ไม่ยอมแพ้ “ดิฉันอาจจะไม่มีค่าในสายตาคุณหญิง แต่ดิฉันมีศักดิ์ศรีมากพอที่จะไม่ทำตัวเป็นกาฝากในชีวิตใครค่ะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบขาด คุณหญิงมณีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มที่ดูน่าขนลุก “ปากดีเหมือนแม่แกไม่มีผิด แต่จำไว้เถอะนะ... ว่าเรื่องที่ฉันวางแผนไว้ให้ธีร์ มันเปลี่ยนไม่ได้” ทันใดนั้นเอง คุณหญิงมณีก็หันไปมองธีร์ด้วยสายตาที่เด็ดขาด “เย็นนี้ที่งานเลี้ยงการกุศล ‘รินลดา’ จะต้องปรากฏตัวในฐานะคู่หมั้นของแก... ต่อหน้าสื่อมวลชนทุกคน ถ้าแกไม่ทำ ฉันก็จะไม่รับรองความปลอดภัยของคนที่ยืนอยู่ข้างหลังแกตอนนี้” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ธีร์ยืนตัวแข็งทื่อ รินรดาสังเกตเห็นมือของเขาที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก... และเธอก็เป็นต้นเหตุ ธีร์ค่อยๆ หันกลับมามองรินรดา ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปจากความหงุดหงิดเมื่อครู่ กลายเป็นความปวดร้าวที่ยากจะบรรยาย ขณะที่มือหนาเอื้อมมาแตะแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “ริน... ถ้าผมบอกว่าผมจำเป็นต้องทำตามที่แม่บอก เพื่อรักษาชีวิตคุณไว้ คุณจะเกลียดผมไหม?” คำถามนั้นทำให้โลกของรินรดาสั่นคลอน เธอมองเข้าไปในดวงตาที่เธอกำลังตกหลุมรัก และในวินาทีนั้นเอง... เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจแทบหยุดเต้น *เคร้ง!* เสียงวัตถุบางอย่างกระทบพื้นดังมาจากระเบียงห้องทำงานที่ควรจะปิดสนิท ธีร์เบิกตากว้าง เขารีบผลักรินรดาให้หลบหลังโต๊ะทำงานทันที ก่อนจะชักอาวุธข้างเอวออกมาด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า ทว่า... คนที่ก้าวเข้ามาจากระเบียงไม่ใช่ศัตรูที่พวกเขาคาดคิด แต่เป็นคนที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นที่นี่อีกตลอดกาล “ไม่คิดเลยนะ... ว่าจะเจอกันในสภาพที่น่าสมเพชขนาดนี้... น้องสาวที่รัก” หญิงสาวในชุดดำสนิทก้าวพ้นเงามืดออกมา พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้รินรดาต้องหน้าซีดเผือด รินรดาตัวสั่นเทาขณะพึมพำชื่อนั้นออกมา “พี่... พี่รินลดา? พี่ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ!” ความจริงที่ถูกฝังกลบกำลังจะเปิดเผย และเกมที่ธีร์คิดว่าเขากุมบังเหียนอยู่ กำลังจะกลายเป็นสงครามที่ไม่มีใครคาดคิดถึง เมทริกซ์ซีโร่ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันจนถึงบรรทัดนี้ครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%