"สรุปว่าสมองของคุณมีไว้กั้นหู หรือมีไว้ประดับเกียรติประวัติให้ครบจำนวนคนในออฟฟิศกันแน่ครับคุณรินรดา?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ธีร์ไม่ได้เงยหน้าจากเอกสารปึกหนาในมือ ทว่าแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้บรรยากาศในห้องดูเบาบางจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านจนเกือบจะปรอทแตก ดวงตาคู่สวยจ้องมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าคุณธีร์จะใช้สติปัญญาตัดสินคนแค่จากเอกสารที่พิมพ์ผิดไปหนึ่งจุด ผมว่าคนที่มีปัญหาก็คงไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่เป็นมาตรฐานการบริหารงานของคุณมากกว่า"
ธีร์วางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่เนิบช้าแต่น่าขนลุก เขาสหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามที่ปิดไม่มิด
"ปากดี... สมกับที่เขาเตือนผมมาจริงๆ" ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวตรงมาหารินรดาอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเข้ามาเหมือนเข็มนาฬิกาที่นับถอยหลังสู่หายนะ "คุณคิดว่าการที่คุณรอดพ้นจากการถูกไล่ออกเมื่อเช้ามาได้ เพราะความสามารถงั้นหรือ? หึ อย่าหลงตัวเองให้มากนัก"
รินรดาไม่ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นรับสายตาคุกคามนั้นอย่างท้าทาย "แล้วถ้าไม่ใช่ความสามารถ แล้วจะเป็นอะไรไปได้ล่ะคะ? หรือจะเป็นเพราะคุณ... สนุกกับการเห็นคนอื่นพยายามปีนป่ายขึ้นมาให้ทันมาตรฐานความสมบูรณ์แบบที่บิดเบี้ยวของคุณ?"
ธีร์ชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหนากระตุกยิ้มเหี้ยม เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาของเขาทำเอารินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่
"งั้นเรามาเริ่ม 'บทเรียน' แรกกันเลยดีกว่า" เขากดเสียงต่ำ "เอกสารพวกนี้ ผมต้องการให้คุณรื้อใหม่ทั้งหมด ตรวจสอบตัวเลขย้อนหลังสามปี แยกประเภทโครงการอสังหาฯ ในเครือทั้งหมด แล้วสรุปเป็นกราฟเปรียบเทียบกำไรขาดทุนให้ผมภายในห้าโมงเย็นวันนี้"
รินรดาสวนกลับทันควัน "นั่นมันงานของคนทั้งแผนก! คุณจะให้ฉันทำคนเดียวภายในไม่กี่ชั่วโมงเนี่ยนะ?"
"ใช่ครับ" ธีร์หันกลับไปนั่งที่โต๊ะอีกครั้งเหมือนไม่สนใจโลก "ถ้าทำไม่ได้ ก็เชิญเก็บของออกไปจากออฟฟิศผมเดี๋ยวนี้ ผมไม่เลี้ยงพวกดีแต่ปากหรอกนะ"
รินรดาจ้องมองเขาด้วยความโกรธจัด เธอหยิบแฟ้มปึกยักษ์นั้นมาไว้ในอ้อมกอดแน่น "ได้ค่ะ ถ้าคุณอยากเห็นฉันทำ... ฉันก็จะทำให้ดู แต่จำไว้เลยนะคุณธีร์ ว่าอย่ามาเสียใจทีหลังที่กดดันฉันจนเกินไป เพราะคนอย่างฉัน... ไม่มีวันก้มหัวให้ใครโดยที่ฉันไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาแน่"
เธอกระแทกเท้าเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งไว้เพียงเสียงปิดประตูดังปังที่สะท้อนก้องในความเงียบ ธีร์มองตามแผ่นหลังบางนั้นไป ดวงตาที่เคยเย็นชากลับฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พลางยกมือขึ้นคลึงขมับเบาๆ
"อวดดีนักนะ..." เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเบาหวิวราวกับจะซ่อนความหวั่นไหวบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบห้าโมงเย็น บรรยากาศภายในห้องทำงานของธีร์เงียบสนิทจนน่าอึดอัด รินรดายังคงนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา กองเอกสารที่เขาเคยสั่งให้ทำถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนโต๊ะ ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการใช้สายตาหนักหน่วงตลอดทั้งวัน ใบหน้าสวยซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด
ธีร์ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ มองหญิงสาวที่นิ่งเงียบมาหลายชั่วโมง เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาสั่งมันเป็นไปไม่ได้สำหรับคนปกติ แต่น่าแปลกที่เธอกลับทำเสร็จ... และทำมันได้สมบูรณ์แบบจนน่าตกใจ
"ผมให้คุณไปทำมา... ไม่ได้ให้คุณไป 'จ้อง' มันจนจบงานนะ" ธีร์เอ่ยทำลายความเงียบ
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อยจากการฝืนทน "งานเสร็จแล้วค่ะ ตามที่คุณต้องการทุกอย่าง หวังว่าคุณจะพอใจ... แล้วก็ไม่ต้องมาหาเรื่องใช้งานอะไรแบบนี้อีก"
เธอลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป แต่ทว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันทำให้ขาของเธอเกิดอ่อนแรง ร่างบางเซถลาไปด้านหน้าอย่างกะทันหัน
ธีร์พุ่งตัวเข้ามารับร่างของเธอไว้ได้ทันท่วงที แขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่น กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวปะทะเข้ากับจมูกของเขา ความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก รินรดาช้อนสายตามองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้เพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนใบหน้าของกันและกัน
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนที่ดูสง่างามก้าวเข้ามาโดยไม่รออนุญาต
"ธีร์! นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมพนักงานคนนี้ถึงได้อยู่ในท่าทางแบบนี้กับลูก!"
รินรดารีบผลักตัวออกจากอ้อมกอดของธีร์ทันที ทว่าธีร์กลับไม่ยอมปล่อยมือ เขายังคงโอบเอวเธอไว้แน่น สายตาคมกริบจ้องมองมารดาของตนเองด้วยแววตาที่เย็นชาและดุดันกว่าทุกครั้ง
"ผมกำลังทำสิ่งที่สำคัญกว่าการรับแขกที่ไม่ได้นัดหมายอยู่ครับคุณแม่... และผมหวังว่าคุณแม่จะช่วยให้เกียรติคนของผมด้วย"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง คุณหญิงมณีหน้าชาไปวูบหนึ่งด้วยความโกรธจัด ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างมองชายหนุ่มข้างกายด้วยความตกตะลึงกับประโยคที่เขาเพิ่งหลุดปากออกมา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรักที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมนี้ด้วยกันนะครับ "เมทริกซ์ซีโร่" จะตั้งใจสร้างสรรค์ทุกบรรทัดเพื่อพวกคุณทุกคนครับ
คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 2
ปากร้ายไม่เปลี่ยน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!