คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 16

ข้อพิสูจน์ความจริงใจ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“ถ้าคุณคิดว่าการเอาชีวิตมาแขวนบนเส้นด้ายเพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อใครบางคนมันคุ้มค่า ก็เชิญทำต่อไปเถอะครับรินรดา แต่บอกไว้ก่อนนะ... ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมไม่รับประกันว่าโลกใบนี้จะยังน่าอยู่สำหรับคนที่บังอาจแตะต้องคุณ” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของธีร์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในโถงทางเดินมืดสลัวของโรงแรมหรูที่จัดงานการกุศล ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศยังไม่เท่ากับสายตาคมกริบดุจมีดโกนของชายหนุ่มที่จ้องมองไปยังผู้หญิงที่ยืนสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอเพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของคุณหญิงมณี และสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่แค่คำดูถูกเหยียดหยาม แต่มันคือเอกสารโฉนดที่ดินของบ้านหลังสุดท้ายที่ครอบครัวเธอเหลืออยู่ ซึ่งตอนนี้มันถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ในนามของตระกูลธีรโชติเมธีอย่างไม่โปร่งใส “คุณธีร์... คุณไม่เข้าใจหรอกว่าฉันต้องสู้กับอะไรบ้าง” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความเจ็บใจ “คุณคิดว่าที่คุณทำอยู่มันช่วยฉันได้เหรอ? คุณก็แค่ลูกชายที่ไม่ยอมฟังคำสั่งแม่ แล้วสุดท้าย คนที่จะถูกบดขยี้ก็คือฉัน!” “ที่ผมทำอยู่... มันไม่ใช่แค่การขัดคำสั่งแม่” ธีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนรินรดาต้องถอยหลังไปพิงผนัง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ “แต่มันคือการประกาศอาณาเขต ถ้าคุณยังไม่รู้” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้ตอบ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากปลายทางเดินก็ขัดจังหวะขึ้น ชายชุดดำสองคนในชุดสูทสากลปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธในมือที่ไม่ได้ถูกเปิดเผยชัดเจน แต่รังสีคุกคามนั้นรุนแรงพอจะทำให้รู้ว่าพวกมันไม่ได้มาดี “คุณชายครับ... คุณหญิงสั่งมาว่า ถ้าคุณยังไม่ถอนตัวจากเรื่องนี้ ก็ให้จัดการตามความเหมาะสม” หนึ่งในนั้นพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความรู้สึก ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูอันตรายมากกว่าขบขัน เขาขยับตัวไปบังร่างของรินรดาไว้มิดชิด มือหนาคว้าเอวบางของหญิงสาวมาไว้ด้านหลังตนเองโดยสัญชาตญาณ “ไปบอกคุณหญิงของพวกแกด้วยนะ ว่าถ้าอยากได้เลือดของผม หรือแม้แต่เศษเสี้ยวของคนของผม... ก็ให้เข้ามาเอาด้วยตัวเอง” ธีร์กดเสียงต่ำ มือขวาเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นที่ซ่อนอยู่ในสูทอย่างแคล่วคล่องว่องไว การเคลื่อนไหวของเขาในวินาทีนั้นรวดเร็วและดุดันราวกับเสือชีตาห์ที่กำลังปกป้องเหยื่อของมัน สถานการณ์พลิกผันไปอย่างรวดเร็ว เมื่อชายชุดดำหนึ่งในสองคนพุ่งตัวเข้ามาหมายจะชาร์จ ธีร์ไม่รอช้า เขาเบี่ยงตัวหลบด้วยทักษะการต่อสู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ก่อนจะสวนหมัดเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายจนร่างนั้นทรุดลงกับพื้น เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นหนึ่งนัดทะลุผ่านเพดานเป็นการขู่ รินรดาเบิกตากว้าง เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของธีร์ มุมที่ไม่ได้มีแค่ความเย็นชาหรือความกวนประสาท แต่มันคือชายผู้พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อปกป้องคนที่เขารัก “หลบไปหลังเสา!” ธีร์ตวาดสั่งโดยไม่หันมามอง รินรดาทำตามอย่างว่าง่าย เธอคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ก่อนจะปล่อยมือและวิ่งไปหลบในมุมอับ สายตาของเธอจับจ้องมองแผ่นหลังกว้างของธีร์ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์อีกสามคนที่เพิ่งสมทบเข้ามา “พวกแกกำลังเล่นกับไฟ” ธีร์พูดพลางจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ แม้จะตกอยู่ในวงล้อมแต่เขากลับดูใจเย็นจนน่าขนลุก “และไฟของผม... มันร้อนแรงพอที่จะแผดเผาคนทั้งตระกูลให้เป็นจุณได้ ถ้าพวกแกยังไม่ไสหัวไป” การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงการต่อสู้ที่ดุเดือดดังสนั่นไปทั่วโถงทางเดิน รินรดากำหมัดแน่น หัวใจเธอแทบหยุดเต้นทุกครั้งที่ธีร์ได้รับบาดเจ็บหรือต้องรับการโจมตีจากคนหลายคนพร้อมกัน เขาคือทายาทตระกูลใหญ่ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประณีต แต่เขาก็เป็นมาเฟียที่กุมอำนาจมืดไว้อย่างแท้จริง ในจังหวะที่ชายชุดดำคนหนึ่งหยิบมีดสั้นออกมาและพุ่งเป้าไปที่จุดตายของธีร์จากด้านหลัง รินรดาที่เห็นเหตุการณ์ทนไม่ไหว เธอคว้าแจกันดอกไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนแท่นโชว์ข้างเสา แล้วขว้างสุดแรงใส่ชายคนนั้นจนมันแตกกระจาย กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลผสมกับกลิ่นคาวเลือดเริ่มคละคลุ้ง ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองรินรดาที่ยืนหอบหายใจอยู่ห่างออกไป สายตาของทั้งคู่สบกันท่ามกลางความโกลาหล ในแววตาของธีร์มีทั้งความโกรธที่เธอเอาตัวเข้าเสี่ยง และความซาบซึ้งที่ปะทุขึ้นจนปิดไม่มิด “ผมบอกว่าให้หลบไปไง!” ธีร์ตะโกน แต่ในแววตานั้นกลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาด เมื่อศัตรูถูกจัดการจนหมอบราบคาบแก้ว ธีร์เดินตรงดิ่งมาหารินรดา เขาสัมผัสได้ว่ามือของเธอสั่นเทา ชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่น กลิ่นกายของเขาที่หอมสะอาดและอบอุ่นทำให้น้ำตาของรินรดาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “คุณทำแบบนี้ทำไม...” เธอสะอื้น “ถ้าคุณเป็นอะไรไป... ถ้าคุณต้องเจ็บตัวเพราะฉัน...” “เพราะคุณคือของผม” ธีร์กระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความจริงจัง “และในโลกของผม... ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์ทำร้ายคนของผมได้ แม้แต่แม่ของผมเอง” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเขา มันเป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงและสง่างาม รินรดาช้อนสายตามองผ่านไหล่ของธีร์ไป ก็ต้องพบกับร่างของคุณหญิงมณีที่ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของหญิงสูงศักดิ์วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้น เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์อีกกลุ่มที่ดูมีอำนาจมากกว่าเดิมตามหลังมาติดๆ “ลูกลืมไปแล้วเหรอธีร์” เสียงของคุณหญิงมณีเย็นเยียบและเฉียบขาด “ว่าคนที่สร้างอาณาจักรให้ลูกยืนอยู่ได้ในวันนี้... คือคนเดียวกับที่จะพังมันลงมาได้ทุกเมื่อถ้าลูกยังไม่ปล่อยมือจากผู้หญิงต่ำต้อยคนนี้” ธีร์กระชับกอดรินรดาแน่นขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันกว่าที่เคยเป็นมา เขาไม่ได้หันไปตอบโต้แม่ของตนในทันที แต่เขากลับก้มลงจูบที่ขมับของรินรดาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในโถงทางเดินถึงกับหยุดหายใจ “แม่ครับ... ถ้างั้นผมก็ขออนุญาตพังอาณาจักรนี้ทิ้งตั้งแต่ตอนนี้เลยแล้วกัน เพราะผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะทิ้งทุกอย่าง... เพื่อพาเธอไปให้ไกลจากเงื้อมมือของแม่” คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจทุกคน รินรดามองแผ่นหลังของธีร์ด้วยความตื่นตะลึง ขณะที่ใบหน้าของคุณหญิงมณีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นสุดขีด มือของธีร์ไม่ได้ปล่อยรินรดาไป แต่เขากลับดึงมือเธอให้เดินก้าวผ่านคุณหญิงมณีไปโดยไม่หันกลับมามอง แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นประตูห้องโถง เสียงลั่นไกปืนจากมุมมืดก็ดังขึ้น... ตามมาด้วยความเงียบสงัดที่น่ากลัวที่สุด หวังว่าตอนที่สิบหกนี้จะทำให้หัวใจของรี้ดทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครนะครับ เมทริกซ์ซีโร่ขอบพระคุณทุกแรงสนับสนุนที่ทำให้เรื่องนี้เดินทางมาไกลถึงขนาดนี้ครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%