“ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวเลขเงินในบัญชีมาฟาดหัวผม แล้วผมจะต้องสยบยอมเหมือนผู้หญิงคนก่อนๆ ของคุณ... ผมว่าคุณกำลังประเมินรินรดาคนนี้ต่ำไปนะครับ คุณธีร์”
เสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบของรินรดาดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง รินรดายืนกอดอก พิงหลังกับขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แววตาของเธอไม่มีความหวั่นเกรงต่อมาเฟียหนุ่มที่กำลังจ้องเขม็งมาทางเธอแม้แต่นิดเดียว
ธีร์วางปากกาหมึกซึมในมือลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่เนิบนาบจนน่าใจหาย เขาสวมสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ แต่ทว่าเนคไทกลับถูกคลายออกเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอแกร่งและความดุดันที่พุ่งพล่านอยู่ในแววตาคู่คม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเดินช้าๆ เข้ามาหาคนร่างบางที่กล้าท้าทายอำนาจมืดของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
“ประเมินต่ำไปงั้นเหรอ?” ธีร์แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ผมไม่เคยประเมินใครต่ำไป แต่กับคุณ... ผมแค่ยังไม่แน่ใจว่าคุณกำลังเล่นเกม ‘ปั่นหัว’ ผมเพื่ออัพค่าตัว หรือว่าคุณแค่โง่เขลาถึงขนาดไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ”
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอขยับตัวเข้าไปหาเขาโดยไม่ถอยหนี จนระยะห่างระหว่างเขาสองคนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
“ไฟน่ะเหรอครับ?” เธอกล่าวพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย “ถ้ามันเผาผมไม่ได้ ก็คงไม่ใช่ไฟแล้วมั้งครับ... อีกอย่าง เกมที่คุณว่าเนี่ย คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าคุณเป็นคนคุมมัน? คุณธีร์... คนที่ถือไพ่เหนือกว่า ไม่ใช่คนที่มีเงินมากที่สุด แต่คือคนที่ไม่เหลืออะไรให้ต้องเสียต่างหาก”
ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคหลังนั้น ความทรงจำเรื่องครอบครัวที่ล้มละลายของเธอฉายชัดขึ้นมาในหัว แต่เขาก็เลือกที่จะปิดบังมันไว้ด้วยท่าทีที่เย็นชาและเย่อหยิ่ง
เขาก้าวประชิดตัวจนรินรดาต้องเผลอเงยหน้าสบตากับดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้น มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในอาณัติอย่างเบ็ดเสร็จ “โอหัง... คุณกล้าดียังไงมาพูดแบบนี้กับผมในห้องทำงานของผมเอง?”
“ก็เพราะในที่ทำงานของคุณไม่มีใครกล้าพูดความจริงกับคุณไงครับ” รินรดาขยับยิ้มหวาน แต่สายตากลับเย็นเยียบ “คุณถูกล้อมรอบไปด้วยคนที่รอรับคำสั่ง ไม่ใช่คนที่มองคุณเป็นคนจริงๆ คนพวกนั้นกลัวคุณ แต่มันไม่มีใครเคารพคุณอย่างจริงใจหรอกครับ... นอกจากผม”
คำว่า ‘นอกจากผม’ ทำให้ธีร์ถึงกับนิ่งงัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะมาเฟียผู้ไร้ความรู้สึกกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มเยาะเขาอยู่อย่างคาดไม่ถึง นี่คือครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ‘เกม’ ที่เขาเล่นอยู่กับผู้หญิงคนนี้ มันไม่ได้ง่ายเหมือนการดีดนิ้วสั่งเหมือนที่เคยเป็น
“คุณกำลังบอกว่าคุณเคารพผม?” ธีร์ถาม เสียงต่ำพร่าลง “ด้วยการทำตัวปากดีใส่ผมทุกครั้งที่เจอหน้าเนี่ยนะ?”
“ความเคารพที่แท้จริง ไม่ได้หมายถึงการก้มหัวให้คุณ” รินรดายืดตัวขึ้นเล็กน้อย มือบางเอื้อมไปจัดเนคไทที่เบี้ยวอยู่ของเขาอย่างถือวิสาสะ จังหวะนี้เองที่ทำให้ความร้อนรุ่มพุ่งปะทะกันอย่างรุนแรง “มันคือการยืนเคียงข้างคุณในวันที่คุณไม่มีใครกล้าเตือนสติ และถ้าคุณคิดว่าผมจะยอมให้คุณใช้เงินปิดปากผม หรือใช้ความดุร้ายมาทำให้ผมกลัว... บอกไว้เลยว่าเสียเวลาเปล่าครับ”
ธีร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า พยายามค้นหาความหมายที่แท้จริงภายใต้คำพูดเหล่านั้น กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้สติสัมปชัญญะของเขาสั่นคลอน ความเป็นมาเฟียที่ควรจะสั่งการได้ดั่งใจกลับกลายเป็นความรู้สึกที่อยากจะโอบกอดเธอไว้แน่นๆ เพื่อหยุดยั้งความรั้นนั้นเสียให้เข็ด
“คุณนี่มัน...” ธีร์กัดฟัน “ตัวแสบจริงๆ รินรดา”
“ขอบคุณที่ชมครับ” เธอตอบรับด้วยท่าทีที่ดูเบาสบายราวกับกำลังคุยเรื่องสภาพอากาศ ก่อนที่เธอจะเอนตัวออกห่างและเดินไปที่ประตู
“เดี๋ยว!” ธีร์ร้องเรียกเสียงเข้ม “ผมยังไม่ได้บอกให้คุณไป”
รินรดาหยุดกึก แต่ยังไม่หันหลังกลับ “งานที่ค้างไว้บนโต๊ะ ผมตรวจเช็คให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนเรื่องเงินที่คุณโอนเข้าบัญชีผมเมื่อเช้า... ผมกดคืนเข้ากองทุนการกุศลของบริษัทไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ลองเอาเวลาไปจัดการกับคุณหญิงแม่ของคุณเถอะครับ ท่านกำลังพยายามจับคู่ให้คุณอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
หัวใจของธีร์กระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อแม่ของเขา—จุดอ่อนเดียวที่เขาไม่เคยอยากให้เธอเข้ามาแตะต้อง
“คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?” ธีร์ถาม เสียงเย็นลงจนติดลบ
รินรดาหันกลับมาส่งยิ้มที่อ่านไม่ออกให้เขา “ผมมีหูมีตาเยอะกว่าที่คุณคิดครับคุณธีร์... และที่สำคัญ ผมไม่ชอบให้ใครมาดูถูกความสัมพันธ์ของเรา ด้วยการพาผู้หญิงอื่นมาให้คุณเลือกในบ้าน... โดยเฉพาะในวันที่คุณบอกว่าคุณ ‘เป็นของผม’”
เธอยังไม่ทันจะได้เปิดประตูออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานไม้เกือบสั่นสะเทือน ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
ร่างของคุณหญิงมณีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ธีร์และรินรดาที่ยืนอยู่ห่างกันไม่กี่ก้าวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจ
“ธีร์! ทำไมแม่โทรหาลูกถึงไม่รับ?” เสียงของคุณหญิงมณีดังขึ้นทันที ก่อนจะตวัดสายตามาที่รินรดา “แล้วผู้หญิงคนนี้ยังจะเสนอหน้าอยู่ในห้องทำงานของลูกอีกนานไหม?”
ธีร์ขมวดคิ้วแน่น เขารีบก้าวเข้าไปกั้นกลางระหว่างแม่กับรินรดาโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่ารินรดากลับไม่ยอมถอยไปไหน เธอยืนนิ่งด้วยท่าทีสง่างามราวกับไม่ได้เกรงกลัวอำนาจที่กำลังคุกคามเธออยู่ตรงหน้า
รินรดาค่อยๆ หันไปสบตากับคุณหญิงมณีอย่างสุภาพทว่าหนักแน่น “สวัสดีครับคุณหญิง... ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีแขกมาเยือน ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปทำงานของผมก่อนนะครับ คุณธีร์... หวังว่าคุณจะจัดการ ‘ธุระ’ ของคุณได้ดีกว่าการไล่ต้อนผมนะครับ”
เธอก้มศีรษะให้ธีร์เพียงเล็กน้อย ก่อนจะเดินผ่านคุณหญิงมณีออกไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ทิ้งให้ธีร์ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธปนความประทับใจที่ยากจะอธิบาย
คุณหญิงมณีจ้องมองตามหลังรินรดาไปด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะหันมาหาลูกชาย “ธีร์! ลูกปล่อยให้แม่นั่นพูดกับลูกแบบนี้ได้ยังไง? รู้ไหมว่าวันนี้ลูกสาวคุณสมชัยกำลังจะเข้ามาหาแม่ที่บ้าน!”
ธีร์ไม่ได้ตอบคำถามแม่ เขายังคงมองไปที่ประตูที่เพิ่งปิดลง ความรู้สึกในใจของเขาตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียว... นั่นคือการอยากจะตามเธอออกไปและพิสูจน์ให้เห็นว่า—ใครกันแน่ที่คุมเกมนี้อยู่กันแน่!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามบทนี้ด้วยกันนะครับ "เมทริกซ์ซีโร่" จะกลับมาทำให้ท่านลุ้นระทึกกันต่อในตอนถัดไปครับ!
คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 9
ใครกันแน่ที่คุมเกม?
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!