คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 8

หึงจนหน้ามืด

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงฝ่ามือหนาที่กระแทกเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งดังสนั่นจนน่าเกรงขาม แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของ ‘ธีร์’ วินาทีที่เขากระชากประตูเปิดออก แสงไฟสลัวภายในห้องทำงานก็ดูจะสั่นไหวไปตามจังหวะหัวใจของ ‘รินรดา’ ที่เต้นรัวราวกับกลองรบ “คุณจะทำบ้าอะไรของคุณ!” รินรดาร้องลั่น ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความรำคาญที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ธีร์ไม่ตอบ เขาพุ่งตัวเข้ามาประชิดร่างบางในจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขากลายเป็นอาวุธที่บีบให้เธอต้องถอยกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แววตาของเขาไม่ได้ดุดันเพียงอย่างเดียว แต่มันเต็มไปด้วยไฟแห่งความหึงหวงที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ “ไปไหนมา” เสียงทุ้มต่ำเค้นลอดไรฟัน มันเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ “ฉันก็ไปกินข้าวไงคะ... เอ้ย ไปกินข้าวไง” รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ “มันเป็นเรื่องส่วนตัว คุณไม่มีสิทธิ์มาตามจิกฉันแบบนี้” “สิทธิ์เหรอ?” ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแต่ไม่ถึงกับเจ็บ เขาดึงตัวเธอเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน “คนที่นั่งหัวเราะร่าอยู่กับไอ้หมอนั่นในร้านอาหารหรูนั่นน่ะเหรอคือเรื่องส่วนตัวของเธอ รินรดา... บอกผมมาสิว่าไอ้เด็กนั่นมันมีดีอะไรถึงทำให้เธอลืมเวลาที่ต้องมาปรนนิบัติเจ้านายตัวเอง!” รินรดาเชิดหน้าขึ้น สบตากับคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “เขาเป็นเพื่อนสมัยเรียน และเขาก็มีมารยาทดีกว่าคนแถวนี้เยอะ ไม่ได้ตะคอกใส่กันเหมือนคนบ้าคลั่งไร้เหตุผลแบบคุณ!” คำว่า ‘ไร้เหตุผล’ เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง ธีร์โน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งเกือบจะแตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่บนผิวหน้าของเธอ “งั้นเหรอ... ถ้าชอบนักไอ้พวกมีมารยาทน่ะ ทำไมไม่ไปอยู่กับมันเลยล่ะ มาที่นี่ทำไม!” “ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาจ้างบ้าๆ นี่ ฉันก็ไม่อยากอยู่เห็นหน้าคุณหรอก!” เพล้ง! ธีร์กวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะลงพื้นอย่างเหลืออด เสียงกระดาษที่กระจายเกลื่อนพื้นไม่เท่ากับความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องทำงานอันหรูหรา เขาบีบคางมนของเธอให้เชิดขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากเก่งนั้น “รินรดา... อย่าดื้อกับผม” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม “ผมเป็นคนหวงของ และเธอก็รู้ว่าคนอย่างผมไม่เคยแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองรักให้ใคร แม้แต่เศษเสี้ยวของรอยยิ้มที่เธอมอบให้มัน... ผมก็หึงจนแทบบ้าอยู่แล้ว!” รินรดานิ่งงัน หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำสารภาพที่แฝงไปด้วยความเผด็จการนั้น แต่ทิฐิที่สั่งสมมาทำให้เธอกัดฟันแน่น “ฉันไม่ใช่ ‘ของ’ ของคุณ และคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าฉันจะยิ้มให้ใคร” “งั้นลองดูไหมล่ะ ว่าถ้าผม ‘พิสูจน์’ ให้เห็นว่าเธอเป็นของใคร... เธอยังจะกล้าไปนั่งยิ้มให้ไอ้นั่นอีกไหม” ธีร์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนอย่างถือสิทธิ์ กลิ่นหอมละมุนประจำตัวของเธอทำให้สติที่เขามีอยู่เริ่มพร่าเลือน ความโกรธที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เขากำลังจะหลุดเข้าสู่โหมดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ รินรดาพยายามผลักไส แต่มือหนากลับล็อกตัวเธอไว้แน่นกว่าเดิม ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเดือดพล่านจนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างในห้องให้มอดไหม้ เสียงเคาะประตูที่รุนแรงและจังหวะที่ดูร้อนรนก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ธีร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้แม่รู้ว่าแกอยู่ข้างใน!” เสียงของคุณหญิงมณีที่แผดดังขึ้นจากหน้าประตูทำให้ธีร์ชะงัก รินรดาเบิกตากว้าง ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอรีบผลักอกธีร์ออกทันที แต่เขากลับยังคงกอดเอวเธอไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความเย็นชาในทันทีที่ได้ยินเสียงมารดา “อย่าเพิ่งไปไหน” ธีร์กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ “เรายังคุยกันไม่จบ... และหลังจากวันนี้ เธอจะไม่มีวันได้ไปกินข้าวกับไอ้หมอนั่นอีก” เขาผละออกไปดึงประตูห้องทำงานให้เปิดกว้าง ร่างสูงสง่าของคุณหญิงมณีในชุดไหมราคาแพงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธจัด แต่เมื่อดวงตาของนางปะทะเข้ากับรินรดาที่ยืนจัดเสื้อผ้าให้เรียบด้วยมือที่สั่นเทา และสภาพห้องที่ดูราวกับผ่านสมรภูมิรบมา ความเงียบงันก็น่าขนลุกยิ่งกว่าเสียงตะโกน “นี่คือสิ่งที่แกทำอยู่เหรอ ธีร์” คุณหญิงมณีแค่นยิ้มหยัน “ในขณะที่ครอบครัวตระกูลดังรอต้อนรับแกอยู่ แตแกกลับเอาเวลามาขลุกอยู่กับผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้งั้นเหรอ?” รินรดารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่ก่อนที่เธอจะได้โต้ตอบ ธีร์ก็ก้าวขึ้นมาขวางหน้าเธอไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ “แม่ครับ... ถ้าจะมาเพื่อดูถูกคนของผม ผมว่าแม่ควรกลับไปก่อนดีกว่าครับ” คำว่า ‘คนของผม’ ทำให้รินรดาสะอึก ส่วนคุณหญิงมณีถึงกับหน้าชา เธอจ้องมองลูกชายอย่างไม่เชื่อสายตา ธีร์ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่ไม่มีใครทำลายได้ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่รุนแรงกว่าเดิม พนักงานเลขาฯ ด้านนอกก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขัดจังหวะ “คุณธีร์คะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นของบริษัทเราถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว... มีคนแอบขายวงในและตอนนี้กำลังเกิดความโกลาหลใหญ่ในตลาดหุ้นครับ!” ธีร์หันขวับกลับมามองรินรดา สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ แต่กลายเป็นความสงสัยที่ปนไปด้วยความเจ็บปวด เพราะเอกสารสำคัญที่หายไปจากโต๊ะเมื่อครู่... มันเป็นเอกสารเดียวกับที่เขาเห็นรินรดาส่งให้เพื่อนชายคนนั้นดูในร้านอาหาร บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนถึงจุดเยือกแข็ง ธีร์มองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “รินรดา... เธอบอกผมสิว่าที่เธอไปกินข้าวกับมัน... มันไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม?” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ "เมทริกซ์ซีโร่" จะไม่ทำให้ผิดหวังในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%