แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า•ตอนที่ 15

จางอี้ในโหมดปกป้อง

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าพวกแกยังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตหน้าร้านของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว มือที่ถือท่อนไม้นั่น... คงต้องลองถามดูหน่อยว่ากระดูกข้อมือของพวกแกจะทนทานกว่ามีดอีโต้สับกระดูกหมูเล่มนี้แค่ไหน" น้ำเสียงของหลินจื่อเยียบเย็นและเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัว แรงกดดันจากเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือไอความร้อนคุกรุ่นอยู่ในอากาศ กลิ่นหอมกรุ่นของพริกหมาล่าและเนื้อย่างป่าที่หลินจื่อเพิ่งปรุงเสร็จสำหรับลูกค้ารายสุดท้ายยังลอยอวลอยู่ผสมผสานกับกลิ่นอายความตึงเครียด ชายฉกรรจ์สามคนที่มีรอยสักลายมังกรจางๆ ตรงต้นแขนส่งยิ้มหยัน พวกมันเป็นอันธพาลประจำย่านการค้าทิศเหนือที่ถูกส่งมาโดยป้าสะใภ้หลิว ผู้ยังคงไม่ยอมแพ้หลังจากเสียหน้าไปหลายครั้งในตลาดมืด หลินจื่อรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การมาเยือนด้วยความบังเอิญ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนจากเบื้องหลังที่เน่าเฟะของเครือญาติจอมปลอมพวกนั้น "ปากเก่งนักนะนังตัวดี! ผัวเป็นทหารไปปฏิบัติราชการชายแดน คิดว่าไม่มีใครกล้าทำอะไรแกหรือไงวะ วันนี้พวกข้าแค่มารับ 'ค่าคุ้มครอง' ตามธรรมเนียม ถ้าไม่อยากให้ร้านพังคามือ ก็ส่งเงินมาซะดีๆ ห้าสิบหยวน!" หัวหน้าแก๊งอันธพาลถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างหยายคาย พร้อมกับก้าวเท้าเข้าประชิดแผงไม้ที่หลินจื่อใช้ขายอาหารป่า บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ พ่อค้าแม่ขายแผงลอยข้างเคียงต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าสอดมือยุ่งกับพวกอันธพาลท้องถิ่น หลินจื่อสูดหายใจเข้าลึก ภายในมิติลับของเธอมีเมล็ดพันธุ์พืชพิษและมีดสั้นเตรียมพร้อมอยู่แล้ว หากพวกมันกล้าแตะต้องสินค้าหรือข้าวของในร้านแม้แต่นิดเดียว เธอต่อให้ต้องแลกด้วยการเปิดเผยความลับบางส่วน ก็จะจัดการพวกมันให้หลาบจำเช่นกัน ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะสัมผัสกับขวดยาสลบในมิติลับ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทหารสีเขียวเข้มที่คุ้นตาอันอบอุ่นก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับพวกอันธพาลราวกับภูผา ก้าวเดินนั้นมั่นคง ทรงพลัง และสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกของทุกคนโดยไม่ต้องเปล่งเสียง จางอี้กลับมาแล้ว... เขากลับมาก่อนกำหนดสามวัน ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองสถานการณ์เพียงชั่วพริบตา ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉยแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด เขายังคงสะพายเป้เดินทางใบใหญ่ไว้บนบ่าข้างหนึ่ง แต่ทว่ามืออีกข้างกลับเอื้อมไปคว้าข้อมือของหัวหน้าแก๊งอันธพาลที่ยื่นเข้ามาใกล้หลินจื่อเกินควรไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก กรอด! เสียงกระดูกกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หัวหน้าแก๊งอันธพาลถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่หายวับไปกับตา ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นจากข้อมือร้าวรานไปถึงหัวไหล่ ราวกับแขนข้างนั้นกำลังจะหลุดออกจากเบ้า "แก... แกเป็นใครวะ! ปล่อยนะโว้ย!" อันธพาลร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พรรคพวกอีกสองคนพยายามจะพุ่งเข้ามาช่วย แต่เพียงแค่สายตาคมปลาบที่จางอี้เหลียวกลับไปมองพร้อมกับรัศมิสังหารที่สั่งสมมาจากสนามรบจริง ทำให้พวกมันต้องชะงักเท้าก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ "สามีของเธอ" น้ำเสียงของจางอี้ทุบต่ำ หนักแน่น และเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขากดน้ำหนักลงที่ข้อมืออีกนิด จนหัวหน้าแก๊งอันธพาลทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นฝุ่นคลี หลินจื่อมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความอบอุ่นไหลซ่านเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจที่เคยต้องแข็งกร้าวต่อสู้ลำพังมาตลอด หลายเดือน จางอี้ในยามปกป้องเธอนั้นช่างดูน่าเกรงขามและมีเสน่ห์อย่างยิ่ง เขาไม่ได้เอ่ยคำขู่ที่ฟุ่มเฟือย แต่การกระทำทุกอย่างชัดเจนว่า ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องภรรยาของเขาจะต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวดทวีคูณ "วะ... ไว้น้องชาย! พวกเราแค่มาหยอกล้อเล่น..." อันธพาลพยายามละล่ำละลักแก้ตัวเมื่อรู้ว่าเตะแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว "หยอกล้อ?" จางอี้ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาช่างน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของเสือร้าย "การคุกคามครอบครัวทหารในยามที่พวกเขาไม่อยู่... ทางการยุคนี้เขาเรียกมันว่าอะไรนะ?" "พอเถอะครับพี่จางอี้..." หลินจื่อเอ่ยเบาๆ พร้อมกับยื่นมือไปแตะชายเสื้อแจ็กเก็ตของเขา นิ้วมือของเธอยังคงอุ่น แต่นัยน์ตากลับทอประกายรู้ทันเกม เธอกระซิบต่อเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน "อย่าเพิ่งทำให้เรื่องใหญ่โตในที่สาธารณะเลยครับ พวกมันเป็นแค่หมากตัวเล็กๆ ที่ป้าสะใภ้หลิวส่งมา... ถ้าจะจัดการ ต้องถอนรากถอนโคนทีเดียวให้จบ" จางอี้เหลือบสายตากลับมามองภรรยา ความดุดันในแววตาอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเจ้าเล่ห์เล็กๆ ของเธอ เขารู้ว่าภรรยาของเขามีความสามารถในการเอาคืนคนพวกนี้ด้วยวิธีที่เจ็บแสบกว่าการใช้กำลังทื่อๆ เสมอ ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกทางจมูก ก่อนจะสะบัดมือทิ้งอย่างรังเกียจราวกับปัดเศษขยะ หัวหน้าแก๊งอันธพาลกลิ้งหลุดไปชนกับถังไม้ใส่เศษผักอย่างหมดสภาพ "ไสหัวไป! และจำใส่กะโหลกไว้ว่า ถ้าข้ายังเห็นพวกแกวนเวียนอยู่ใกล้ร้านนี้อีกก้าวเดียว คราวหน้าจะไม่ใช่แค่เรื่องเจ็บตัว... แต่พวกแกจะได้ไปนอนสำรวจซากกระดูกในป่าลึกแทน" จางอี้คำรามต่ำ พวกอันธพาลไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง พวกมันพยุงกันลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดของตรอกแคบอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่แอบลุ้นจนตัวโก่ง เมื่อความวุ่นวายสงบลง หลินจื่อก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีที่ตอนนี้เปลี่ยนโหมดจากนายทหารผู้ดุดันกลับมาเป็นชายหนุ่มผู้ซื่อตรงและกังวลใจเรื่องภรรยาแทน "เจ็บตรงไหนไหม?" จางอี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาสำรวจตามแขนและไหล่ของเธออย่างทะนุถนอมราวกับเธอกลัวว่าเธอจะบอบช้ำ "ฉันไม่ใช่เด็กหญิงตัวเล็กๆ นะคะ... เอ๊ย! นะครับ" หลินจื่อเกือบเผลอหลุดปากพูดสำนวนติดปากสมัยก่อน แต่มือเล็กก็ตีเบาๆ ที่หลังมือของเขาแก้เขิน "ฉันจัดการพวกมันได้อยู่แล้วน่า คุณต่างหาก... กลับมาก่อนกำหนดทำไมไม่ส่งข่าวบอกก่อนล่ะคะ... อื้อ... ไม่สิ บอกก่อนล่ะครับ?" จางอี้มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู เขาไม่ถือสาคำพูดที่ติดๆ ขัดๆ ของภรรยา ร่างสูงก้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาใบหน้าร้อนผ่าว "ก็เพราะคิดถึง... เลยรีบเคลียร์ภารกิจให้เสร็จแล้วรีบกลับมา" เขาเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะสูดกลิ่นหอมของสมุนไพรและกลิ่นกายเฉพาะตัวจากตัวเธอเข้าเต็มปอด "อีกอย่าง... กลับมาทันเวลาได้กลิ่นหอมพอดี" หลินจื่อค้อนขวับใส่เขาเบาๆ "หิวแล้วล่ะสิคะ... นายทหารจางอี้ตัวดี" "ครับ หิวมาก" จางอี้ตอบรับด้วยสายตาเป็นประกายแปลกๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำเอาหัวใจของหลินจื่อกระตุกวูบ และทำให้ความเงียบสงบยามค่ำคืนนี้เปลี่ยนความหมายไปในทันที "แต่ไม่ได้หมายถึงหิวข้าว... หิวอย่างอื่นมากกว่า" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%