"ถ้าหากป้าสะใภ้ยังมีเวลาว่างมาเดินนินทาชาวบ้านถึงหน้าร้านข้าแบบนี้ สู้เอาเวลาไปอบรมลูกชายที่ชอบเที่ยวเตร่ไม่ทำมาหากินจะดีกว่านะครับ เกรงว่าอีกไม่นาน ที่ดินผืนน้อยที่บ้านของท่าน คงได้เปลี่ยนชื่อเจ้าของไปอยู่ในมือเจ้าหนี้การพนันเสียก่อน"
เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมของหลินจื่อดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศยามสายที่ลูกค้ากำลังแน่นขนัดหน้าร้าน น้ำเสียงของนางไม่ได้ดังตะโกน ทว่าทุกคำกลับชัดถ้อยชัดคำจนผู้คนที่กำลังเลือกซื้อผักป่าและอาหารแห้งต่างพากันชะงักมือ หันมามองเป็นตาเดียว
ป้าสะใภ้หลิว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจนผิวสีคล้ำขึ้นสีแดงจัด สองมือที่เท้าสะเอวอยู่สั่นระริก นางอุตส่าห์หอบหิ้วความอิจฉาริษยามาตั้งแต่เช้า ตั้งใจจะมาประกาศให้ชาวบ้านได้ยินว่ากิจการร้านค้าเล็ก ๆ ของหลินจื่อและจางอี้ต้องใช้เส้นสายและของสกปรกในการแลกมา แต่ยังไม่ทันจะได้พ่นพิษใส่จนจบประโยค ก็ถูกเจ้าของร้านตอกกลับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้รู้สึกหนาวสันหลังวาบ
"นังเด็กปากกล้า! แกกล้าดียังไงมาแช่งครอบครัวฉัน!" ป้าสะใภ้หลิวแผดเสียงแหลมสูงจนนกบนต้นไม้ใหญ่หน้าตลาดยังต้องบินหนี "ทุกคนดูเถอะครับ ดูความอกตัญญูของมัน! เห็นพวกเราเป็นญาติผู้ใหญ่แท้ ๆ แต่พอมั่งมีขึ้นมาหน่อยก็ทำเป็นลืมรากเหง้า ร่ำรวยขึ้นมาได้เพราะไปทำเรื่องลับๆ ล่อๆ ในตลาดมืดใช่มั้ยล่ะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณหน้าร้านชั่วขณะ สายตาของชาวบ้านหลายคนเริ่มมีความลังเลเจือปน เพราะในยุคสมัยเช่นนี้ การค้าขายสินค้าเกินกว่าที่รัฐกำหนดหรือการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบป่าหายากมักถูกมองด้วยสายตากังขาอยู่เสมอ
หลินจื่อไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อย ๆ วางตะกร้าไม้ไผ่ที่บรรจุเห็ดหอมสดอวบอ้วนลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่มั่นคง ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเยือกเย็นและรู้ทัน นางใช้ปลายนิ้วปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาเผชิญหน้ากับผู้เป็นป้าสะใภ้โดยตรง ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวทำให้เห็นรอยย่นบนใบหน้าของหญิงสูงวัยที่เต็มไปด้วยความริษยาได้อย่างชัดเจน
"เรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ หรือไม่ ทางการเขามีตาครับป้าสะใภ้" หลินจื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มีพลังอำนาจดึงดูดความสนใจ "ใบอนุญาตค้าขายที่แขวนอยู่บนผนังร้านนั่น เป็นสิ่งที่อำเภอออกให้ด้วยความถูกต้องทุกประการ หากท่านสงสัยในความโปร่งใสของพวกเรา เชิญไปแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐที่สถานีตำรวจภูธรได้เลยครับ ข้าพร้อมให้ตรวจสอบทุกเมื่อ... แต่ถ้าหากท่านไม่มีหลักฐาน แล้วยังมายืนเห่าหอนสร้างความเสื่อมเสียให้ร้านของข้ากลางที่สาธารณะแบบนี้ ระวังว่าข้อหาหมิ่นประมาทและสร้างความวุ่นวาย จะทำให้ท่านต้องไปนั่งชี้แจงกับผู้ใหญ่บ้านแทนนะครับ"
คำว่า 'ผู้ใหญ่บ้าน' และ 'สถานีตำรวจ' ทำเอาป้าสะใภ้หลิวสะดุ้งโหยง ความฮึกเหิมเมื่อครู่หดหายไปครึ่งหนึ่ง นางรู้ดีว่าสามีของตนเองเคยไปก่อเรื่องกู้ยืมเงินนอกระบบไว้ หากเรื่องแดงขึ้นมาจนทางการเข้ามาตรวจสอบจริง ๆ มีหวังครอบครัวนางได้พากันไปนอนในซังเตแน่ ๆ
"แก... แกมันอสรพิษตัวน้อย!" ป้าสะใภ้หลิวชี้หน้าคาดโทษด้วยความแค้นเคือง แต่ไม่กล้าส่งเสียงดังเท่าเดิมอีกต่อไป "จำไว้เลยนะนังหลินจื่อ สักวันกรรมตามสนองแกแน่!"
พูดจบ นางก็สะบัดหน้าหนีด้วยความอับอาย ท่าท่ามกลางเสียงหัวingเบา ๆ ของชาวบ้านรอบข้างที่เริ่มมองออกว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายมาหาเรื่องก่อน หลินจื่อมองตามแผ่นหลังที่เดินหนีหายไปในฝูงชนด้วยแววตาเรียเฉย นางไม่ได้ถือสาหาความคนประเภทนี้ให้รกสมอง เพราะศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่ญาติผู้พี่หรือป้าสะใภ้จอมปลอมเหล่านี้ แต่คือการรักษามาตรฐานคุณภาพของร้านและการเติบโตในยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านต่างหาก
"ทำได้ดีมากครับ อาหลิน"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของจางอี้ที่เดินถือถังไม้บรรจุน้ำสะอาดเข้ามาพอดี นายทหารหนุ่มไม่ได้เข้าร่วมวงปะทะคารมตั้งแต่แรกตามแผนที่ตกลงกันไว้ เขาปล่อยให้ภรรยาได้แสดงความสามารถในการรับมือกับปัญหาด้วยตนเอง แต่สายตาคมกริบที่เขามองตามป้าสะใภ้หลิวไปเมื่อครู่ กลับซ่อนความดุดันเอาไว้จนน่ากลัว หากหญิงแก่คนนั้นยังกล้ากลับมาสร้างความรำคาญอีก เกรงว่าเขาคงต้องใช้วิธีการของลูกผู้ชายในการจัดการบ้างแล้ว
หลินจื่อหันกลับมาสบตากับสามี มุมปากอิ่มสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อได้กลิ่นไอความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่ม
"ข้าแค่สั่งสอนให้ท่านป้าเขารู้จักขอบเขตบ้างก็เท่านั้นเองครับพี่จาง" หลินจื่อเอ่ยเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับ "ว่าแต่... ท่านจัดการเรื่องฟืนกับวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ วันนี้ข้าตั้งใจจะทำเมนูเด็ดที่คิดไว้ในใจ เพื่อฉลองยอดขายล็อตแรกที่หมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว"
จางอี้วางถังน้ำลงบนพื้นอย่างเบามือ ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวของภรรยาที่ยังมีคราบแป้งและกลิ่นหอมจาง ๆ ของเครื่องเทศติดอยู่สัมผัสอุ่น ๆ จากฝ่ามือของชายชาติทหารทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำอย่างไม่คุ้นชิน แม้ทั้งคู่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันมาพักใหญ่แล้วก็ตาม
"เรียบร้อยหมดแล้วครับ" จางอี้ตอบเสียงทุ้ม นัยน์ตาคมทอดมองภรรยาด้วยความรักใคร่และเอ็นดูระคนชื่นชม "ว่าแต่ภรรยาตัวน้อยของผม จะทำเมนูอะไรให้สามีคนนี้กินเป็นรางวัลล่ะครับวันนี้"
"รับรองว่าเด็ดจนท่านต้องยอมสยบแน่นอนครับ" หลินจื่อหัวسเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี "เราจะทำ 'ไก่ผัดพริกแห้งป่ากับหน่อไม้อ่อน' ที่หมักด้วยสูตรลับเฉพาะของข้า กลิ่นหอมจะต้องฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งตรอกจนคนข้างบ้านต้องกลืนน้ำลายตามแน่ๆ ครับ"
สิ้นคำพูดของหลินจื่อ กลิ่นหอมฉุนชวนน้ำลายสอของเครื่องเทศป่าและพริกแห้งคั่วก็เริ่มลอยอบอวลออกมาจากห้องครัวด้านหลังทันที ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวจะปิดร้านเพื่อพักผ่อนและลิ้มรสชาติอาหารมื้อพิเศษร่วมกันนั้น เสียงเคาะประตูกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงของลูกค้าทั่วไป หรือแม้แต่ญาติจอมป่วนคนเดิม
เงาร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มที่ดูคุ้นตาปรากฏขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจางอี้แข็งค้างไปในทันที
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า•ตอนที่ 14
ปะทะคารมคนขี้อิจฉา
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!